คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
ก่อนเทศกาลตรุษจีนได้รับนัดกินข้าวกับผู้ใหญ่ที่นับถือ ทุกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “พวกเราอย่าใช้ชีวิตประมาทกันนะ ปีนี้ยังคงเหนื่อยและหนักต่อไป”
สามคำให้ท่องไว้เหมือนบรรพบุรุษที่สอนต่อ ๆ กันมา “จงซื่อสัตย์ ขยัน อดทน”
เพราะกระแสโลกไม่มีอะไรดีขึ้น ทุกประเทศกำลังเจอกับ “วิกฤต” ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ส่วนประเทศไทยเจอหมดทั้งทางตรงและทางอ้อม
หนทางเดียวที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ คือ คิดดี หวังดี และช่วยเหลือกัน โดยเลิกนิสัยเหยียด แบ่งพรรคแบ่งพวก และจงละความเห็นแก่ตัวทิ้งไป ให้มองเป้าหมายเดียว คือ “นำพาตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศ ให้อยู่รอดปลอดภัย”
ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังหมุนมาสู่จุดต่ำสุดตามวงจรธุรกิจ 8 ปี
เชื่อว่าหากพ้น 2 ปีนี้ไปแล้ว เศรษฐกิจจะดีขึ้น มีโอกาสผงกหัวชูคอได้บ้าง
โดยเฉพาะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ตอนนี้มองไปทางไหนก็มีรอยยิ้มเหือดแห้ง
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เวลา 2 ปีในการเซตตัว ทั้งระบายขายของในสต๊อกแบบค่อยเป็นค่อยไปส่วนการพัฒนาโครงการใหม่จะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
สินค้ายอดฮิตอย่าง “คอนโดมิเนียม” ที่อิ่มตัวมาแล้วพักใหญ่จะยังคงอืดต่อไป โครงการใหม่ที่จะมาเติมเป็นทางเลือกในตลาดก็ไม่มีใครกล้าทำเพิ่มอีกแล้ว เนื่องจากสถาบันการเงินปิดประตูทั้งสินเชื่อโครงการและ
สินเชื่อผ่อนบ้าน
นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จึงใช้เวลากลับไปกวาดบ้าน จัดบ้านตัวเองอีกครั้ง เป็นการรีสตรักเจอร์ไม่ให้ซ้ำรอยกับอดีตวิกฤตฟองสบู่
เทียบแล้วปี 2540 เกิดวิกฤตฟองสบู่ ก็อารมณ์เหมือนน้ำท่วมประเทศฉับพลัน ยกของสูงขึ้นไม่ทัน เจ๊งทันตาไปกับสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ
มาปีนี้ความเหือดแห้งของธุรกิจก็ไม่ต่างจากภัยแล้ง แห้งแล้งตั้งแต่หน้าหนาว แล้งแต่หัววัน
ไม่มีใครชอบทั้งภาวะน้ำท่วมหรือภัยแล้ง
โชคดีที่ไทยไม่ใช่บ่อเกิดโรคระบาด ไม่งั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวของเราจะน็อกคากลางอากาศ
แม้จีนจะประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น ไม่ให้คนจีนที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อไปแพร่เชื้อยังทั่วโลก ทำให้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนจะหายวับไปหลายแสนล้าน หลายล้านล้าน แล้วแต่จะตั้งตัวเลข แต่นั่นก็เป็นแค่ “ชั่วคราว”
สักพักใหญ่ก็คงเข้าที่เข้าทาง ยกเว้นความวิตกในเชิงจิตวิทยาที่จะไม่มีใครกล้าเสี่ยง และทุ่มเทแบบเดิม ๆ อีกต่อไป
ข่าววงในล่าสุดกระซิบมาว่า ขนาดบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่เคยประกาศจะวิ่งเข้าเป้าให้ได้ 1 แสนล้านภายใน 5 ปี นับจาก 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้ขอถอนประกาศ ไม่เอาแล้วครับเป้าแสนล้าน วินาทีนี้ขอมีแคชโฟลว์หมุนในองค์กรและจ่ายค่าซัพพลายเออร์ก็เฮงแล้ว
โชคร้ายกว่า ค่ายพี่ใหญ่ค่ายนี้ของดจ่าย “โบนัส” เป็นปีแรก หลังจากเคยอู้ฟู่จ่ายปีละ 7-10 เดือนมาตลอด
สะท้อนว่า ธุรกิจนี้กำลังเผาจริงแบบเงียบ ๆ
ตรุษจีนปี 2020 จึงไม่เหมือนเดิม
นอกจากเงินแต๊ะเอีย เงินโบนัส จะเหือดแห้งไปกับภัยแล้งแล้ว เงินมัดจำค่าที่ดินนับร้อยล้านบาท บางบริษัทอสังหาฯก็ยังยินยอมให้นายหน้า หรือเจ้าของที่ดิน ยึดค่ามัดจำไปอย่างเต็มใจ แบบเสียดายอยู่ลึก ๆ
ซึ่งเริ่มมีหลายแปลงที่ดีเวลอปเปอร์ยอมปล่อย ใครจะเอาก็เอาไป ไม่ยื้อไม่แย่งอีกแล้ว
นับจากนี้ราคาที่ดินคงเงียบเหงา เคานต์ดาวน์ลงตามวัฏจักร
เพราะไม่มีอะไรแน่นอน
ที่แน่นอน คือ ควรใส่หน้ากากทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน