เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

2563 ปีทอง “อาเซียน” คาดอีก 5 ปีทะลุ 20 ล้านคน

27 ก.พ. 2563 | 14:39น.

จากแนวโน้มปัจจัยด้านความมั่นคงทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจและภาวะการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนและประเทศอื่น ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนเร่งหาทางออก เพื่อคืนความเชื่อมั่นและหามาตรการส่งเสริมการตลาดแก่ประเทศสมาชิก

มิ่งขวัญ เมธเมาลี ประธานสมาคมการท่องเที่ยวอาเซียน

“มิ่งขวัญ เมธเมาลี” ประธานสมาคมการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEANTA :ASEAN Tourism Association) กล่าวว่า ปัจจุบันทุกประเทศในอาเซียนล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหาแนวทางเร่งส่งเสริมการเดินทางในประเทศอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ภายในประเทศขึ้น

“ที่ผ่านมา แม้ว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ แต่นักท่องเที่ยวจากตลาดอาเซียนมีอัตราการยกเลิกการจองน้อยมาก คือ ราว 10-20% เท่านั้น เพราะอยู่ใกล้และมีวัฒนธรรมค่อนข้างคล้ายกัน”

“มิ่งขวัญ” บอกด้วยว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ขณะนี้ค่อนข้างเชื่อได้ว่านับจากนี้ไปจนถึงเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวจากตลาดอาเซียนจะยังคงเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้รับความมั่นใจว่าคนไทยก็ยังคงเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่ควรเร่งทำในขณะนี้คือ การส่งออกภาพความเชื่อมั่นทางด้านสาธารณสุขและความมั่นใจของคนไทยออกไปให้ชาวอาเซียนได้รับรู้

โดยขณะนี้ “อาเซียนต้า” ได้รวบรวมแพ็กเกจและสินค้าทางด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนแล้ว เพื่อเตรียมนำเสนอให้กับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนด้วยกันเองได้รับทราบ เพื่อก่อให้เกิดการเดินทางภายในภูมิภาคมากขึ้นนับจากนี้

จากนั้นจะใช้โปรโมชั่นร่วมเพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางภายในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดหวังว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะยุติลงได้ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ และทำให้ไตรมาส 3-4 ที่เป็นปีทองของการท่องเที่ยวภายในอาเซียน และตลาดอาเซียนท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน

“ขณะนี้การสนับสนุนจากภาครัฐที่ทางสมาคมเห็นว่ามีความสำคัญคืออยากขอความร่วมมือในการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความสะอาด ปลอดภัย และสุขลักษณะที่ดี โดยอนุญาตให้สมาคมเข้าถึงพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสำคัญอย่างสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง เพื่อที่จะช่วยนำเจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในพื้นที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากสมาคมต้องการนำเสนอภาพสู่ประชาคมอาเซียน”

วิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว

สอดคล้องกับ “วิชิต ประกอบโกศล”นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่ยอมรับว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือว่าหนักมาก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบกะทันหันบวกกับตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวในปี 2562 ที่ผ่านมามีจำนวนถึง 10.9 ล้านคนซึ่งหากเทียบกับปีที่มีการแพร่ระบาดของโรคซาร์สครั้งนั้นประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงแค่ประมาณ 1 ล้านคนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ นอกจากตลาดจีนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบแบบเต็ม ๆ 100% ในช่วง 2-3 เดือนนี้ ปัจจุบันผลกระทบเริ่มลามไปตลาดอื่น ๆ แล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงปีแรกนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปราว5 ล้านคน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนราว 3 ล้านคนและนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ อีกราว 2 ล้านคน คิดเป็นมูลค่ารายได้ที่หายไปประมาณ 2.5 แสนล้านบาท

วิกฤตรอบนี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ทั้ง “หนัก” และ “เจ็บปวด” ที่สุด

ดังนั้น นอกจากตลาดเที่ยวในประเทศหรือ “ไทยเที่ยวไทย” แล้ว ในระยะสั้น ๆ นี้ตลาดที่มีโอกาสและจะพอเข้ามาทดแทนตลาดจีนได้คือ “ตลาดอาเซียน” เนื่องจากมีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน การเดินทางระหว่างกันใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น รวมทั้งยังสามารถเดินทางโดยรถยนต์และทางรถไฟได้สะดวก นอกจากนี้ยังเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจโดยรวมมีการขยายตัวในอัตราสูง ที่สำคัญคู่แข่งในตลาดยังมีไม่มากนัก

“วันนี้พระเอกของเราคือ ตลาดจีนกำลังป่วยและนอนพักอยู่ในห้องไอซียู สิ่งที่เราทำได้คือ ให้กำลังใจและรอให้เขาพักฟื้นสัก 3-4 เดือน ตลาดอาเซียนจึงน่าจะเป็นตลาดที่เข้ามาช่วยในช่วงนี้ ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมาตลาดอาเซียนมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยถึง 10.6 ล้านคน” วิชิตย้ำ

พร้อมทั้งบอกด้วยว่า เร็ว ๆ นี้ ทางทางสมาคมแอตต้าจะมีโครงการร่วมกับอาเซียนต้าทำการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าที่เหมาะกับตลาดอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้น โดยมั่นใจว่าตลาดอาเซียนจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมกันได้ถึง 20 ล้านคนได้ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า