เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
World Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
Business DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
World ‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
Finance KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
Business การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
Biz Movement ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
คาราบาว-ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
Biz Movement คาราบาว-ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
สมาคมแบงก์ แนะปลดล็อกเกณฑ์ M&A ปั้นธุรกิจไทยเป็น “National Champion”
Finance สมาคมแบงก์ แนะปลดล็อกเกณฑ์ M&A ปั้นธุรกิจไทยเป็น “National Champion”
ดูทั้งหมด

กรุงไทยชี้หาก “โควิด-19” ลากยาว 6 เดือน สูญรายได้ท่องเที่ยว 2.78 แสนล้าน ฉุดจีดีพีโตแค่ 1.5%

11 มี.ค. 2563 | 10:59น.

ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตที่ 1.5% หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เขย่าเศรษฐกิจทั่วโลก กินเวลา 6 เดือนเต็ม เผยรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้จะหายไปราว 2.78 แสนล้านบาท และหากภัยแล้งรุนแรง อาจทำให้พืชผลการเกษตรหลักสูญเสียรวมถึง 5.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐคาดว่าจะอยู่ที่ 67% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา และมีโอกาสเห็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ที่ 0.75% ต่อปี ในครึ่งปีแรก ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงแรงอาจทำให้เอกชนชะลอการลงทุน

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยว และภาคการส่งออก ที่เป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของไทยปีนี้จะหายไปราว 2.78 แสนล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในกรุงเทพฯจะลดลงประมาณ 3 ล้านคน ภูเก็ตและเชียงใหม่จะลดลงกว่า 1 ล้านคน โดยรายได้ของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ จะได้รับผลกระทบเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ส่วนด้านการส่งออก คาดว่าจะหดตัว 1.9% โดยผลกระทบต่อการส่งออกคาดว่าจะสั้นกว่าผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่หลายฝ่ายคาด เนื่องจากการแพร่ระบาดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศจีนแล้ว แต่ได้ลามไปประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆ ด้วย เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอิตาลี โดยขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ซึ่งหากใช้เวลา 6 เดือนเต็ม มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.5% ภาพการลงทุนของเอกชนในปีนี้จึงไม่สดใสนักและมีแนวโน้มจะชะลอเพิ่มเติมเพราะราคาน้ำมันลดลงแรง นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับอีกหลายปัจจัยเสี่ยง ทั้งภัยแล้ง เศรษฐกิจอาเซียนที่ชะลอลง สงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อ และข้อตกลง EVFTA ของเวียดนามที่จะเพิ่มอุปสรรคต่อการส่งออกสิ่งทอไทยในตลาดยุโรป โดยเฉพาะภัยแล้งหากรุนแรง อาจทำให้พืชผลการเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย สูญเสียรวม 5.8 หมื่นล้านบาท กระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนในภาคเกษตร”

ดร. มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการฝ่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ของทุกส่วนราชการ โดยการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำจะสามารถเบิกจ่ายเต็มวงเงินที่ 2.4 ล้านล้านบาท ส่วนงบลงทุนจะเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 67% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ คาดว่าภาครัฐจะระดมมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศหลังโควิด-19 คลี่คลาย การต่อยอดมาตรการกระตุ้นการบริโภค ชิมช้อปใช้ มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและประคับประคองเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ ส่วนภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้จะได้รับประโยชน์จากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมและจดจำนอง

“ด้านนโยบายการเงิน Krungthai COMPASS มองว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนคลายเพิ่มเติม และมีโอกาสจะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปอยู่ที่ 0.75% ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อลดภาระการชำระหนี้ให้กับผู้ประกอบการและครัวเรือน ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาสที่สอง แต่จะกลับมาแข็งค่าขึ้นตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลในระดับสูงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก”