ค่าเงินบาทอ่อนค่าที่ 31.85 บาท/ดอลลาร์ หลังคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินสหรัฐเข้าสู่ภาวะวิกฤต
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดการเงินและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (13 มี.ค.) ที่ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.57 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวระหว่าง 31.80-32.00 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับในช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินสหรัฐเข้าสู่ภาวะวิกฤตไปกับทั่วโลก โดยดัชนีหุ้น S&P500 ของสหรัฐปรับตัวลงถึง 9.5% ขณะที่อัตราผลตอบแทน (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปี ก็ปรับตัวลงมาที่ระดับ 0.8% พร้อมกับราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) ที่ร่วงลงแตะระดับ 30.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่เว้นแม้แต่ราคาทองคำที่ทยอยปรับตัวลงมาที่ระดับ 1,575 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ซึ่งตลาดการเงินหลักที่พบกับผลกระทบแรงที่สุดคือบราซิล IBOVESPA ปรับตัวลงถึง 20% โดยติด Curcuit breaker เป็นวันที่สี่ของสัปดาห์ ขณะที่ค่าเงินเรอัลบราซิลปรับตัวลงถึง 5% ในวันเดียวด้วยเนื่องจากประธานาธิบดีบริซิลเป็นหนึ่งในผู้ติดไวรัสโคโรน่าในรอบนี้
ฝั่งนโยบายการเงินล่าสุด ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.5% โดยเลือกที่จะใช้การเพิ่มปริมาณการปล่อยกู้ตรงผ่านโครงการ TLTRO ที่ระดับดอกเบี้ย -0.25% ให้กับผู้ประกอบการในยุโรป ขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มปริมาณการซื้อสินทรัพย์ขึ้นอีก 1.2 แสนล้านยูโร แต่ก็ดูจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดหุ้นและบอนด์
อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นทันทีราว 2% หลังจากที่ ECB ประกาศนโยบายการเงินใหม่ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ภายในวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017
สำหรับค่าเงินบาท วันนี้เชื่อว่าจะอ่อนค่าจากทิศทางของเงินดอลลาร์เช่นกัน จุดที่น่าสนใจต่อไปคือความคาดหวังของนโยบายการเงินสหรัฐในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะต้องอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบอย่างแน่นอน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาทิศทางของนโยบายการเงินและการคลังของฝั่งเอเชียด้วย ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับมาในตลาดทุนได้เร็วแค่ไหน