นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังสำรวจผู้ประกอบการในกลุ่มสมาชิก พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.พ. 2563 ปรับตัวลดลงเหลือแค่ระดับ 90.2 จากระดับ 92.2 ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ผลมาจากกำลังซื้อในประเทศที่ซบเซาอย่างหนัก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การดำเนินการกิจการด้านการผลิต รวมถึงการขนส่งสินค้า การนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศจีนที่มีความล่าช้า และยังผลกระทบจากภัยแล้ง
ผลกระทบดังกล่าวจึงเสนอให้รัฐ ตั้งกองทุนรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs และคนตกงาน ที่คาดว่าจะสูงถึง 1 ล้านคน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
โดยจะมีลักษณะเป็นสินเชื่อ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ระยะเวลาผ่อนชำระ 6 เดือน-1 ปี สำหรับ SMEs ให้รายละ 20 ล้านบาท ผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์หรือของรัฐ เพื่อทำหน้าที่คัดกรองแต่ไม่ต้องใช้หลักเกณฑ์ของธนาคาร ซึ่งรัฐสามารถใช้วิธีการออกพันธบัตร เพื่อนำเงินก้อนดังกล่าวมาใช้
ส่วนลูกจ้างที่ตกงาน จะให้ในรูปแบบของคูปองเพื่อนำไปใช้เข้าโครงการพัฒนาฝีมือ อาชีพ ซึ่งวงเงินอาจจะให้รายละ 10,000 -20,000 บาท ดังนั้นจึงจะใช้วงเงินในกองทุนฯ ดังกล่าวประมาณ 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ เอกชนยังได้เสนอให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการความเชื่อมั่น ในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ยังคงคาดการณ์ว่าดัชนีฯ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะปรับตัวลดลงเหลือเพียงระดับ 98.1 จาก 99.4 ในเดือน ม.ค. ต่ำสุดในรอบ 45 เดือน (ตั้งแต่ พ.ค. 2559) ซึ่งปัจจัยเสี่ยงยังคงมาจาก ความกังวลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทั่วโลก ยิ่งเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกให้ชะลอตัวตามไปด้วย
นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ประชาชนระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ
“เป็นครั้งแรกที่ดัชนีฯ ทุกตัวทั้งรายใหญ่ กลาง เล็ก ทุกภูมิภาค ทุกอุตสาหกรรมหัวทิ่มกันหมด และแน่นอนว่าในไตรมาส 2 แนวโน้มก็ยังไม่ดีขึ้น”
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานนนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เนื่องจากยอดการผลิต ยอดขายรถเดือน ก.พ. ลดลงจึงปรับเป้าปี 2563 ลง โดยเป้าการผลิตรถยนต์เหลือ 1,900,000 คัน จาก 2,000,000 คัน