ปิด “ผับ-บาร์” สารพัดลดภาษี ฉุดรายได้รัฐส่อวูบ 2 แสนล้าน
คลังจ่อทบทวนเก็บรายได้ 3 กรมภาษี หลังเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัวกว่าคาด”โควิด-19″ กระทบหนัก ส่อเก็บต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท “อุตตม” ชี้จำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้เศรษฐกิจทรุด สศค. ชี้ต้องใช้นโยบาย “การคลังผ่อนคลาย” ลด/ยกเว้นภาษี อุ้ม “ธุรกิจ-ประชาชน” ฝ่าวิกฤต สรรพากรยอมรายได้หายกว่า 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มสภาพคล่องผู้ประกอบการด้านนโยบายปิดสถานบันเทิง “ผับ-บาร์” แถมยอดขายรถยนต์ตกฉุดรายได้สรรพสามิต
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การออกมาตรการดูแลด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล แม้ว่าจะมีผลกระทบต่อในแง่เม็ดเงินภาษีที่จะจัดเก็บได้ลดลงอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องหาทางขยายฐานภาษีต่อไปในอนาคต และ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีให้มากขึ้น อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ ถือเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องรีบเข้าไปดูแล เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจทรุดลงมาก เพราะหากปล่อยให้ยิ่งทรุดลงไป ก็จะยิ่งเก็บภาษีไม่ได้อยู่ดี
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จะมีการทบทวนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2563 ใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าตอนที่จัดทำประมาณการเดิม ที่ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้สุทธิไว้ที่ 2,731,000 ล้านบาท โดยขณะนั้นคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในช่วง 2.7-3.7% ต่อปี ซึ่งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี รวมกันอยู่ที่ 2,870,100 ล้านบาท
นอกจากนี้ รัฐบาลก็มีมาตรการออกมาดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะที่เป็นมาตรการภาษี ทั้งการลดหย่อน ยกเว้นภาษีหลายรายการ อย่างกรณีการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กับบุคคลธรรมดา และผู้ประกอบการที่รับจ้างทำของ จาก 3% เหลือ 1.5% เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย. 2563 ก็คาดว่าจะกระทบรายได้ของกรมสรรพากรหายไปมากกว่า 1.5 แสนล้านบาทแล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงมาก ก็จะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้าน้ำมันอย่างมาก
ส่วนกรมสรรพสามิตก็มีสัญญาณว่าการเก็บรายได้จะต่ำกว่าเป้า เพราะตอนนี้มีการให้ปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ ซึ่งการบริโภคพวกสินค้าสุรา เบียร์ ก็จะลดลงไปด้วย รวมถึงยอดขายรถยนต์ที่ปีนี้จะชะลอค่อนข้างมาก
“ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจแย่กว่าตอที่ทำประมาณการรายได้ โดยเฉพาะผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการออกมาดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้งการลดหย่อน ยกเว้นภาษีหลายรายการ โดยรวม ๆ แล้วคาดว่าจะทำให้รายได้รัฐบาลจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้ามาก อาจจะหายไปถึงระดับ 2 แสนล้านบาทเลยทีเดียว” แหล่งข่าวกล่าว
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงต้องใช้นโยบายการเงินการคลังแบบผ่อนคลาย โดยในส่วนของนโยบายการคลังผ่อนคลายก็คือ การลด หรือยกเว้นภาษีต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่การจัดเก็บรายได้ภาษีจะลดลงไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะต้องทบทวนเป้าหมายการจัดเก็บให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป
“ปีนี้เป็นปีที่ไม่ปกติ ดังนั้นก็ต้องปรับไปตามสถานการณ์ โดยการปรับประมาณการรายได้ เราก็จะดูตอนทำแผนการคลังระยะปานกลาง ขณะเดียวกันก็ต้องมีการติดตามการจัดเก็บรายได้ทุกเดือน รวมถึงพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรายได้ส่วนอื่น ๆ อย่างพวกเงินทุนหมุนเวียน ถ้ามีเกินจำเป็น ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางพิจารณาทุกปีอยู่แล้ว” นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวด้วยว่า สำหรับการที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงมากช่วงนี้ เนื่องจากกลุ่ม OPEC ตกลงกันไม่ได้นั้น หากมองในแง่ผู้ใช้น้ำมันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะได้ใช้น้ำมันถูก และถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของไทย แม้ว่าอาจจะมีผลกระทบทำให้ (VAT) จากการนำเข้าน้ำมันอาจจะเก็บได้ลดลงไปบ้าง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบันจำเป็นต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจ โดยกรมสรรพากรก็ต้องมีการลด หรือให้หักลดหย่อนภาษีหลายรายการ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรม
“การเก็บรายได้ของกรมสรรพากรช่วงที่ผ่านมา จากที่เรามีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บก็ยังเกินเป้าอยู่บ้าง แต่มาถึงเดือน ก.พ.ก็เริ่มจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายแล้ว ซึ่งแนวโน้มข้างหน้าการที่เรามีมาตรการด้านภาษีหลาย ๆ มาตรการก็คงมีผลต่อการเก็บรายได้ อย่างไรก็ดี ทาง สศค.ก็คงจะมีการประเมิน ทบทวนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ปีนี้อีกที” นายเอกนิติกล่าว
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรก การเก็บรายได้อากรของกรมศุลกากรยังไม่มีปัญหา เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่งมากระทบจากกรณีจีนปิดเมือง เพียงแค่ 1-2 เดือนเท่านั้น ส่วนผลกระทบจะลากยาวออกไปแค่ไหน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับทาง สศค. เพื่อประเมินอีกที
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตยังไม่มีการปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ใหม่ โดยจะต้องรอภาพใหญ่จากกระทรวงการคลังก่อน