แบงก์ชาติผ่อนภาระแบงก์ลดนำส่งเงิน FIDF เหลือ 0.23% เป็นเวลา 2 ปี หนุนธนาคารลดดอกเบี้ยช่วยประชาชน พร้อมขยายเวลาคงวงเงินคุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาทอีก 1 ปี ถึง ส.ค.64 พร้อมออก พ.ร.ก. 2 ฉบับ เพื่อปล่อยซอฟต์โลนก้อนใหม่-อุ้มตลาดบอนด์
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้เตรียมเสนอมาตรการต่างๆ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการในวันที่ 7 เม.ย.นี้ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจะผ่อนปรนให้สถาบันการเงินลดการนำเงินสมทบกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จากเดิมอัตรา 0.46% เหลือ 0.23% เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อลดต้นทุนให้กับสถาบันการเงิน และให้สถาบันการเงินนำไปลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงต่างๆ ที่ประชาชนและภาคธุรกิจจะต้องจ่ายในเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินอีกส่วนหนึ่งเข้าไปช่วยภาคธุรกิจและประชาชนได้
นอกจากนี้ ธปท.ยังขอออกพระราชกำหนด ( พ.ร.ก.) เพื่อจัดทำโครงการซอฟต์โลนโดยตรงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยเงินของ ธปท.เอง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโครงการสินเชื่อของธนาคารออมสินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ที่ผ่านมา ธปท.ได้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการนำเสนอมาตรการชุดต่าง ๆ ซึ่งที่ได้เน้นไปที่ลูกค้ารายย่อย ให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยระยะหนึ่ง ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็มาตรการอีกชุด แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มจะขยายมากขึ้น จึงจำเป็นต้องขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยการพักเงินต้นและดอกเบี้ยให้ไปสู่เอสเอ็มอีที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีสินเชื่อที่เป็นสภาพคล่องใหม่เพื่อช่วยเหลือรายที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน และดูแลให้ธุรกิจก้ามข้ามสถานการณ์วิกฤตไปได้
ขณะเดียวกันก็จะขอออก พ.ร.ก. ซื้อตราสารหนี้ที่ครบกำหนด เพื่อดูแลตลาดตราสารหนี้เอกชนให้ดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งจากการศึกษามาตรการของธนาคารกลางหลายประเทศก็ใช้วิธีการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยให้อำนาจ ธปท.สามารถซื้อตราสารหนี้เอกชนที่ครบกำหนดเพื่อไปชำระตราสารเดิม เฉพาะตราสารของบริษัทที่มีคุณภาพดี โดยจะต้องระดมทุนจากตลาดเอกชนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เติมเต็มให้ตลาดตราสารหนี้เอกชนทำหน้าที่ได้ตามปกติ และจะต้องมีเงื่อนไขคัดกรองว่าเป็นบริษัทที่ดีด้วย
ทั้งนี้ จะมีมาตรการขยายระยะเวลาคุ้มครองเงินฝากออกไปอีก 1 ปี จากกำหนดเดิมวงเงินคุ้มครองเงินฝากจะลดลงจาก 5 ล้านบาท เหลือ 1 ล้านบาท ในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อยังคงให้คุ้มครองเงินฝากที่ 5 ล้านบาทต่อไปถึง ส.ค.64 เพื่อช่วยลดความกังวลใจของประชาชน