เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
แกนนำ ภท. โล่ง หลังรอด กกต.ฟัน “คดีฮั้วเลือก สว.” ‘โกแพ’ มั่นใจพ่อบริสุทธิ์
Politics แกนนำ ภท. โล่ง หลังรอด กกต.ฟัน “คดีฮั้วเลือก สว.” ‘โกแพ’ มั่นใจพ่อบริสุทธิ์
DELTA แจงบริษัทแม่ออกหุ้นกู้ 1.5 พันล้านดอลล์ ใช้หุ้นเดิม 172 ล้านหุ้นแลก ยันไม่กระทบธุรกิจ โบรกฯชี้กดดันราคาหุ้นระยะสั้น
Finance DELTA แจงบริษัทแม่ออกหุ้นกู้ 1.5 พันล้านดอลล์ ใช้หุ้นเดิม 172 ล้านหุ้นแลก ยันไม่กระทบธุรกิจ โบรกฯชี้กดดันราคาหุ้นระยะสั้น
โก โฮลเซลล์ เสริมแกร่ง ‘ดิจิทัล ออเดอร์ริ่ง อีโคซิสเทม’ เปิดช่องทางสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์
Biz Movement โก โฮลเซลล์ เสริมแกร่ง ‘ดิจิทัล ออเดอร์ริ่ง อีโคซิสเทม’ เปิดช่องทางสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์
ภราดร รับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ โยกทำ ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’ ได้ ย้ำรอคลังเคาะ
Politics ภราดร รับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ โยกทำ ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’ ได้ ย้ำรอคลังเคาะ
สภาพัฒน์ ยัน​ 1 เดือน​ชัดเกณฑ์คุม ‘ดาต้า​เซ็น​เตอร์’ หลังได้ข้อมูล 90% ที่สร้างแล้วรอปรับเงื่อนไข
Politics สภาพัฒน์ ยัน​ 1 เดือน​ชัดเกณฑ์คุม ‘ดาต้า​เซ็น​เตอร์’ หลังได้ข้อมูล 90% ที่สร้างแล้วรอปรับเงื่อนไข
ศุภจี แจงยิบเหตุปรับทัพบิ๊กพาณิชย์ รับศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต-วางคนเหมาะสมกับงาน
Politics ศุภจี แจงยิบเหตุปรับทัพบิ๊กพาณิชย์ รับศึกวิกฤตซ้อนวิกฤต-วางคนเหมาะสมกับงาน
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็น 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 69
Economic ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็น 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 69
SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู HANA-BCH-BDMS หุ้นเด่น จับตา DELTA ผันผวนระยะสั้น
Finance SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู HANA-BCH-BDMS หุ้นเด่น จับตา DELTA ผันผวนระยะสั้น
ดูทั้งหมด

สงครามประสาท

04 เม.ย. 2563 | 10:09น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย ประเสริฐ จารึก

 

วิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อครึ่งล้านคน

กำลังกลายเป็น “สงครามโรคระบาด” ที่ทุกประเทศต้องฟันฝ่าไปให้ได้

เช่นเดียวกับประเทศไทย “โรคโควิด-19” จะเป็นบริบทใหม่ให้ “รัฐบาลประยุทธ์” ต้องหาวิธีการหยุดโรคเพื่อนำพาประเทศเอาชนะสงครามโรคนี้ให้ได้โดยเร็ว

ก่อนที่คนไทยทั้งประเทศจะตกอยู่ในสภาวะ “สงครามประสาท” จากโรคระบาด เพราะขาดรายได้ และหวาดระแวง

เนื่องจากนาทีนี้ไม่มีใครรู้ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะหยุดอยู่ที่เท่าไหร่ ที่สำคัญ ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ในเมื่อทุกอย่างเกินจากที่คาดการณ์

ปัจจุบันสถิติผู้ติดเชื้อพุ่งทะยานเป็นรายวัน จากวันละหลักสิบคน ทะลุเป็นวันละกว่า 100 คน จนวันนี้มียอดสะสมมากกว่า 1,000 คน

สวนทางกับ GDP ของประเทศที่หดตัวต่อเนื่อง

ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยปี 2563 จะหดตัว 5.3% ก่อนจะผงกหัวกลับมาขยายตัวเป็นบวก 3% ในปี 2564

ปัจจัยหลักทุบเศรษฐกิจไทย มาจาก “โรคโควิด-19” ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการส่งออก การท่องเที่ยว จากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 60% รวมถึงเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าทั่วโลกชะลอตัวอย่างแรง

ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยพยากรณ์หากโรคโควิด-19 ยังระบาดรุนแรง และยาวนานต่อไป จะกระทบต่อรายได้ ความเชื่อมั่น กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน และภาคธุรกิจในวงกว้าง

ดังนั้น เป้าหมาย “ไทยแลนด์ 2020” จะให้เศรษฐกิจสดใส คนไทยจะอยู่ดีมีสุข คงจะดูริบหรี่ ขอแค่เอาชีวิตให้รอดถึงปี 2021 น่าจะทำได้ดีที่สุดในเวลานี้

แม้ว่ารัฐบาลจะมีสารพัดมาตรการออกมาเยียวยาทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ เพื่อต่อลมหายใจ ไม่ว่าจะชดเชยให้ 5,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน แต่ทุกอย่างคงไม่เป็นเหมือนเดิม

โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อรายได้ต่อเดือนที่เคยได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับถูกลดทอนลงไป

จากการปิดห้างสรรพสินค้าเป็นการชั่วคราว 22 วัน ตามมาตรการรัฐบาลที่ต้องการหยุดการเคลื่อนไหวของคนไปในพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อ

ถึงจะเป็นระยะเวลาแค่ชั่วคราว แต่ในความรู้สึกของคนหาเช้ากินค่ำ ดูเหมือนยาวนาน

จึงไม่แปลกที่จะเห็นภาพ “คลื่นคน” ทั้งคนไทยและต่างชาติถึงไหลกลับภูมิลำเนา

พลันที่ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยกระดับคุมเข้มเมืองกรุง ประกาศปิดพื้นที่เสี่ยง ทำให้คนว่างงานแบบฉับพลัน ซึ่งประกาศฉบับนี้ หวังให้คน “หยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตามนโยบายของรัฐบาล

แต่ดูเหมือนมาตรการดังกล่าว ยิ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ไวรัส” ไล่ตามไปแพร่ระบาดจากเมืองกรุงไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น ในเวลาอันรวดเร็ว

น่าจะเป็นบทเรียนให้รัฐนำกลับไปปรับใช้ กับมาตรการต่อไปที่จะออกมา

จะต้องรอบคอบ รัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศเข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้

วันก่อนไปซื้อของที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล รามอินทรา หลังกรุงเทพมหานครสั่งปิดชั่วคราวถึงวันที่ 12 เม.ย.นี้

ร้านค้าก็มีการปรับรูปแบบการขาย ร้านเปิดอยู่ชั้นบน แต่ตั้งบูทรับออร์เดอร์ในจุดเดียวชั้นใต้ดิน ให้เข้ากับประกาศที่ให้คน take away ซื้อกลับไปกินบ้าน

กำลังเดินดูบรรยากาศ ได้ยินเสียง “เจ๊ดาว” เจ้าของร้าน “มุมอร่อย อ.ต.ก.” ที่ขายอาหารคาว-หวาน ทั้งแห้งและสดประกาศลดราคา 50% เพราะร้านจะปิดแล้ว เจอกันอีกทีวันที่ 13 เม.ย. เพราะขายไม่ได้เลย ไม่มีคนเดิน

วันแรกที่ปิดห้าง ขายได้ 900 บาท จากปกติขายได้วันละ 5,000-10,000 บาท

“เจ๊ดาว” เล่าว่า...พี่ตัดสินใจปิดร้านเลย เพราะขายไม่ได้ คนเงียบมาก แต่คนงานพี่ก็ยังให้ค่าจ้างครึ่งหนึ่ง และมีข้าวให้กินทุกมื้อ ซึ่งของที่ขายเอามาลดราคา ดีกว่าปล่อยให้เน่าเสีย ตอนแรกคิดไว้ ถ้าวันนี้ขายไม่ได้เลย จะเอาไปแจกคนงานก่อสร้าง

ถามว่า..ทางห้างลดค่าเช่าให้เท่าไหร่ในช่วง 22 วันนี้เจ๊ดาวบอก….ห้างลดค่าเช่าให้ 10% บ้าไปแล้ว

เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนของคนค้าคนขาย ท่ามกลางสถานการณ์ หยุดโรค (โลก)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ