จีนปิดด่านทางบก-น้ำกระทบขนสินค้าขึ้นเหนือ
“มณฑลยูนนาน” ออกมาตรการเข้มสกัดโควิด-19 สั่งปิด 19 ด่านสากล กับอีก 14 จุดผ่อนปรน ด้าน “สิบสองปันนา” แจ้งหยุดการเดินเรือในทุกเส้นทาง ทั้งเชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ, เชียงแสน-สิบสองปันนา และเชียงแสน-หลวงพระบาง ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.เป็นต้นไปจนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชายแดนแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงแสนและ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าบรรดานักธุรกิจการค้าชายแดนที่เคยค้าขายติดต่อกับประเทศจีนหรือในประเทศลุ่มน้ำโขง ต่างกำลังจับตามองมาตรการใหม่ของประเทศจีนต่อชายแดนด้านลุ่มแม่น้ำโขงที่ห่างจาก จ.เชียงราย ไปทางทิศเหนือประมาณ 250 กิโลเมตร เนื่องจากหลังวิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีนเบาบางลงก็เริ่มมีการเปิดจุดการค้าตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.เป็นต้นมา โดยมีการเปิดท่าเรือกวนเหล่ยซึ่งเป็นท่าหน้าด่านในแม่น้ำโขง และช่องทางการค้าในประเทศเมียนมาและ สปป.ลาว ที่เชื่อมมาถึง จ.เชียงราย แต่ปรากฏว่าล่าสุดได้มีประกาศจากศูนย์บัญชาการคณะทำงานระดับผู้บริหารเพื่อรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ให้กลับมาเพิ่มมาตรการเข้มงวดป้องกันไวรัสทั้งทางบกและทางน้ำครั้งใหม่ที่ครอบคลุมช่องทางต่าง ๆ มากกว่าเดิม ทำให้การค้าชายแดนไทย จีน สปป.ลาว และเมียนมา หรือสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีนต้องชะงักไปโดยปริยาย
โดย น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ประกาศใหม่นี้มีเนื้อหาไม่ให้บุคคลภายนอก และบุคคลที่มาจากประเทศที่ 3 เดินทางเข้าสู่ประเทศจีนทั้งทางบกและทางน้ำ หรือแม้แต่ผู้ที่มีชายแดนติดกันและใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอร์เดอร์พาส ไม่อนุญาตให้คนจีนที่อยู่ในประเทศเดินทางออกนอกประเทศในทุกด่าน และหากเป็นเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศต่าง ๆ จะต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง ส่วนคนจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางเข้าไปแล้วให้ถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน โดยทางการจีนจะอนุญาตให้มีการเข้าออกชายแดนได้เฉพาะการขนส่งสินค้า โดยให้ขนส่งสินค้าผ่านเข้าออกพรมแดนได้ แต่คนขับบรรทุกสินค้าแต่ละคันต้องกลับประเทศภายในวันเดียวกันหรือห้ามค้างคืน และกรณีจะส่งต่อสินค้าในประเทศเพื่อนบ้านให้ใช้คนขับประจำในประเทศเพื่อนบ้านที่มีการควบคุมการจดแจ้งเป็นคนขับต่อและมีการตรวจโรคตามกำหนดระยะเวลา
น.ส.ผกายมาศกล่าวต่อไปว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้ง 19 ด่านและ 14 ช่องทางของมณฑลยูนนาน ทำให้การขนส่งผู้โดยสารทางด่านและช่องทางทั้งหมดได้ถูกระงับไปโดยปริยาย และกรณีของท่าเรือกวนเหล่ยถือเป็นกรณีพิเศษที่ให้ระงับทั้งการขนส่งสินค้าและการเข้าออกของผู้คนไปพร้อม ๆ กันด้วย ทั้งนี้กรณีด่านทั้ง 19 จุดนั้นมีฐานะเทียบเท่ากับจุดผ่านแดนหรือด่านสากลของไทย ส่วนช่องทางผ่านแดนทั้ง 14 ช่องทางมีฐานะเทียบเท่าจุดผ่อนปรนหรือช่องทางต่าง ๆ
ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งมีผลกระทบต่อการค้าและการคมนาคมลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนอย่างมาก โดยแม้แต่บริษัท แม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด ของตน ซึ่งนำเรือท่องเที่ยวสัญชาติไทยคือแม่โขงเดลต้า กาสะลองคำ กาสะลองคำ 2 ให้บริการท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงตั้งแต่เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ไปจนถึงเขตปกครองตนเองสิบสองปันนาของจีนก็ได้แจ้งหยุดการเดินในทุกเส้นทาง ทั้งเชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน-สิบสองปันนา และเชียงแสน-หลวงพระบาง ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.เป็นต้นไปจนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว