เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
World มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
บขส. ประมูลรถโดยสารมือสอง 122 คัน เริ่มต้น 2 แสนบาท พร้อมขายทอดตลาด 4 ส.ค.นี้
Biz Movement บขส. ประมูลรถโดยสารมือสอง 122 คัน เริ่มต้น 2 แสนบาท พร้อมขายทอดตลาด 4 ส.ค.นี้
นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน สานต่อมิตรภาพ
Politics นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน สานต่อมิตรภาพ
‘อนุทิน’ เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ ‘ปธ.สภาฯ-นายกฯ จีน’ สักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
Politics ‘อนุทิน’ เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ ‘ปธ.สภาฯ-นายกฯ จีน’ สักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ
ไทยประกันชีวิต Read For Life ปีที่ 5 ปลุกวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างโอกาสทางความรู้
SD ไทยประกันชีวิต Read For Life ปีที่ 5 ปลุกวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างโอกาสทางความรู้
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ กังวลสงคราม
Finance เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.69 บาท/ดอลลาร์ กังวลสงคราม
‘สีหศักดิ์’ ชี้ผล นายกฯ บินจีนยกระดับความร่วมมือทุกมิติ หวัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยปีหน้า
Politics ‘สีหศักดิ์’ ชี้ผล นายกฯ บินจีนยกระดับความร่วมมือทุกมิติ หวัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยปีหน้า
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

1 ล้านล้านเยียวยาโควิดต้องคุ้มค่า

11 เม.ย. 2563 | 16:35น.

แม้มีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน แต่การออก พ.ร.ก.กู้เงินเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1 ล้านล้าน ที่รัฐบาลจะนำมาใช้กู้สถานการณ์ไวรัสโควิด เป็นการวางเดิมพันสูงและทางเลือกมีจำกัด อีกทั้งต้องรีบตัดสินใจแข่งกับเวลาก่อนวิกฤตจะบานปลายกว่านี้

เพราะ 3 เดือนหลังเชื้อโควิด-19 ระบาดเข้ามาในประเทศไทย เศรษฐกิจ ธุรกิจ ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหยุดชะงัก สถานประกอบการห้างร้านจำนวนมากต้องปิดกิจการ พนักงาน ลูกจ้างหลายล้านคนตกงาน ถูกเลิกจ้าง ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรเดือดร้อนถ้วนหน้า

แพ็กเกจเยียวยาโควิด เฟส 3 เฉพาะวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่จะนำมาใช้จ่ายกับแผนงานด้านสาธารณสุข และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 6 แสนล้านบาท กับใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับพื้นที่ 4 แสนล้านบาท แม้มหาศาลแต่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบก็มีเกือบครึ่งค่อนประเทศ

โจทย์ใหญ่จึงอยู่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กระจายเงินช่วยเหลือได้รวดเร็วทันการณ์ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ตรงวัตถุประสงค์และนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการผ่อนคลายบรรเทาทุกข์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่รัฐประกาศ มาตรการเยียวยา 5,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยเปิด
ลงทะเบียนภายใต้โครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 นอกจากยอดผู้ลงทะเบียนจะถล่มทลายถึง 24 ล้านคนแล้ว เงื่อนไขหลักเกณฑ์โครงการที่ไม่ชัดเจนยังก่อให้เกิดความสับสนกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบสถานะว่าเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่ายจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

ขณะเดียวกัน ก็มีคำถามตามมาหลังกระทรวงการคลังประกาศจะขยายระยะเวลาแจกเงินจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือน พร้อมขยายการให้ความช่วยเหลือจากเดิมที่จะให้เฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด ให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเกษตรกรด้วย

เช่นเดียวกับแผนฟื้นฟูซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องในวงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่ยังคลุมเครือไม่ชัดเจนว่าจะเอื้อประโยชน์ในระยะยาวกับเศรษฐกิจในพื้นที่ ชุมชนท้องถิ่นได้มากน้อยแค่ไหน กองหนี้ก้อนมหึมาจึงอยู่ในสภาพฝุ่นตลบอบอวล

นำมาซึ่งความวิตกกังวลของคนไทยผู้เสียภาษีว่า หนี้ที่รัฐก่อให้ต้องแบกภาระไปถึงรุ่นลูกหลานจะถูกนำไปใช้คุ้มค่า มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่รั่วไหลมีการทุจริตโกงกินบนคราบน้ำตาชาวบ้านซ้ำอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทบรรณาธิการ โควิด-19