เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ แจงเหตุยึดโมเดล ลดภาษี E20-B20 หวังอุ้มเกษตรกร
Politics เอกนิติ แจงเหตุยึดโมเดล ลดภาษี E20-B20 หวังอุ้มเกษตรกร
ส่งออก ก.ย. โต 24% ต่อเนื่องเดือนที่ 27 อิเล็กทรอนิกส์-AI หนุน 9 เดือนโต 19.6%
Economic ส่งออก ก.ย. โต 24% ต่อเนื่องเดือนที่ 27 อิเล็กทรอนิกส์-AI หนุน 9 เดือนโต 19.6%
เอกนิติ เปรียบเป็น ‘หมอเศรษฐกิจ’ มุ่งแก้ตรงจุด ไม่ตอบหลัง อนุทิน ตั้งเป้า GDP โตเกิน 2.1%
Politics เอกนิติ เปรียบเป็น ‘หมอเศรษฐกิจ’ มุ่งแก้ตรงจุด ไม่ตอบหลัง อนุทิน ตั้งเป้า GDP โตเกิน 2.1%
อนุทิน ขอให้คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ ติง ‘สส.’ แชร์ข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ 
Politics อนุทิน ขอให้คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ ติง ‘สส.’ แชร์ข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ 
เปิด 5 ทำเลรถไฟฟ้า ราคาที่ดินเปล่าพุ่งกระฉูด ‘BTS สุขุมวิท’ แชมป์ หายาก-มูลค่าสูง
Real Estate เปิด 5 ทำเลรถไฟฟ้า ราคาที่ดินเปล่าพุ่งกระฉูด ‘BTS สุขุมวิท’ แชมป์ หายาก-มูลค่าสูง
บลจ.ยูโอบี ส่ง 2 กองทุน RMF รับโค้งสุดท้ายลดภาษีปี’69 เริ่มลงทุนแค่ 500 บาท
Finance บลจ.ยูโอบี ส่ง 2 กองทุน RMF รับโค้งสุดท้ายลดภาษีปี’69 เริ่มลงทุนแค่ 500 บาท
อนุทินย้ำ ‘รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน’ ยึดสัญญา กพอ.จ่อถกหลัง รฟท.ลุยฟ้อง
Politics อนุทินย้ำ ‘รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน’ ยึดสัญญา กพอ.จ่อถกหลัง รฟท.ลุยฟ้อง
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
โกคิม-ธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ อาหารใต้ชื่อดัง ไลฟ์สไตล์และแพสชั่น
Biz Movement โกคิม-ธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ อาหารใต้ชื่อดัง ไลฟ์สไตล์และแพสชั่น
คอนเสิร์ต ALL STARS ‘เปลี่ยนพลังธุรกิจ’ ไฮโซ-คนดัง ระดมทุนคืนเดียว 11 ล้าน
Biz Movement คอนเสิร์ต ALL STARS ‘เปลี่ยนพลังธุรกิจ’ ไฮโซ-คนดัง ระดมทุนคืนเดียว 11 ล้าน
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า สถานการณ์ไวรัสโควิด-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

12 เม.ย. 2563 | 17:20น.

เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น โดยเงินบาทได้รับอานิสงส์ในช่วงต้นสัปดาห์จากบรรยากาศของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฝั่งเอเชียที่มีแรงหนุนจากความหวังว่าการระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศอาจเริ่มมีสัญญาณนิ่งมากขึ้น ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ กลับมาเผชิญแรงขายในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่เฟดประกาศมาตรการผ่อนคลายทางการเงินหลายมาตรการวงเงินรวม 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งจะอัดฉีดเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี สถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในระหว่างสัปดาห์ มีส่วนชะลอทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทไว้บางส่วน

ในวันศุกร์ (10 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.67 เทียบกับระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 เม.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (13-17 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.50-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกชุดใหม่ของ IMF ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนมี.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตและแนวโน้มธุรกิจจากเฟดนิวยอร์กและเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนเม.ย. และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของเฟด นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/63 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมี.ค. ของจีน รวมถึงผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,228.03 จุด เพิ่มขึ้น 7.83% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 82,307.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.85% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 7.37% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 236.46 จุด

ตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศอาจเข้าใกล้จุดสูงสุด ประกอบกับมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศชุดที่ 3 มูลค่ากว่า 1.9 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ย่อตัวลงเล็กน้อยในเวลาต่อมา เนื่องจากยังคงมีความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ก่อนจะปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ ขานรับมาตรการผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหญ่ของเฟดวงเงินรวม 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ฯ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (13-17 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,200 และ 1,185 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,240 และ 1,250 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ของประเทศต่างๆ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนมี.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/63 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ของจีน รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.ของยูโรโซน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท