โกคิม-ธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ อาหารใต้ชื่อดัง ไลฟ์สไตล์และแพสชั่น
ผู้เขียน : ธีรดา ศิริมงคล
คิม ธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้านตู้กับข้าวอาหารใต้ชื่อดังแห่งเมืองไข่มุกอันดามัน ภูเก็ต นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอีกบทบาทที่ใครหลายคนคุ้นตา คือเจ้าพ่อวงการนางงาม ที่ทำให้ภูเก็ตขึ้นชื่อเรื่องจังหวัดที่สายสะพายแข็งที่สุด เพราะจับมือกับ “กบ ธนพัฒน์ นวลสกุล” พาร์ตเนอร์คนสำคัญ ปั้นมาแล้วทั้ง อแมนด้า ออบดัม, กชเบล ศรัณย์รัชต์, หลิน มาลิน ชระอนันต์ และอีกมากมาย
ด้านการทำธุรกิจนั้น พี่คิมเป็นเจ้าของร้านอาหารตู้กับข้าวอาหารใต้ระดับมิชลินแห่งเมืองภูเก็ต ที่มีเมนูเด็ดคือหมูฮ้องนุ่มละมุนลิ้น สมราคามิชลิน และอาหารใต้อื่น ๆ อีกกว่า 100 เมนูเด็ด จากรสมือ “แม่ผู้เป็นที่รัก” เพราะพี่คิมเล่าให้เราฟังว่า แม่เป็นผู้หญิงทำอาหารเก่ง สูตรต่าง ๆ ในร้านจึงมาจากแม่
ขณะนี้ร้านตู้กับข้าวฯ มีร้านหลัก 2 สาขา ได้แก่ สาขาในย่านเมืองเก่าภูเก็ต และสาขาเชิงทะเล ส่วนในกรุงเทพฯ มีร้าน “ข้าวแกงนอมจีน by ตู้กับข้าว” ตั้งอยู่ที่ Little Walk รามคำแหง และเตรียมเปิดอีกหนึ่งสาขาในย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งจะพัฒนาในรูปแบบร้านตู้กับข้าวเช่นเดียวกับสาขาภูเก็ต และเซอร์ไพรส์คนกรุงสุด ๆ เมื่อพี่คิมเพิ่งพาตู้กับข้าวมาเปิดบูทที่ สยามพารากอน ชั้น G โซนฟู้ดคอร์ต ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม รวมระยะเวลา 4 เดือน

ร้านตู้กับข้าวเป็นร้านอาหารเนื้อหอมที่เหล่าห้างดังและกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รุมจีบ อยากให้ไปเปิดตามพื้นที่ต่าง ๆ เพราะชื่อเสียงเลื่องลือของความอร่อย ด้านตัวพี่คิมเองก็มองอนาคตของตู้กับข้าวไกลและใหญ่ขึ้นใน 5 ปีข้างหน้า แต่เจ้าตัวยังขอค่อย ๆ ก้าวแบบมั่นคง ดูเรื่องทำเล และการขนส่งให้ดีก่อนขยายการเติบโต
สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายคือคำว่า “ตู้กับข้าว” ไม่สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้เพราะเป็นคำนาม ทำให้เราอาจจะได้เห็นร้านชื่อซ้ำกันบ้าง แต่ไม่เป็นไร รูปแบบฟอนต์ สีเครื่องหมายการค้าที่ประกอบรวมเป็นตราร้านตู้กับข้าวนั้นถูกจดทะเบียนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แม้จะรักการทำร้านอาหาร แต่ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ พี่คิมก็ยังไม่ทิ้ง ยังคงสร้างพูลวิลล่าบนพื้นที่ดี ๆ ในจังหวัดภูเก็ตขาย ด้วยมีที่ดินของครอบครัวจำนวนหนึ่งที่ซื้อไว้
แค่สองธุรกิจก็ดูจะเยอะจนงานล้นมือ แต่เพราะไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของพี่คิมเป็นคนรักความสนุกสนาน ชื่นชอบวงการนางงามอยู่เป็นทุนเดิม จึงได้ก้าวขาเข้ามาในวงการนี้ และประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ทั้งการสร้างนางงามที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และการจัดประกวดเวทีต่าง ๆ อีกมากมาย กลายเป็นที่รักในวงการนางงาม เป็นบุลคลที่น้อง ๆ กะเทยแฟนนางงามนับถือเป็นอย่างมาก
การก้าวเข้ามาในธุรกิจวงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยังไม่จบเพียงเท่านั้น พี่คิมยังเป็นพ่อหัวเรือใหญ่ในการจัด Phuket City Pride สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกมาแล้ว 3 ปี ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นหมุดหมายของเหล่า LQBTQ+ ทั่วโลก ได้เดินทางมาเฉลิมฉลองความรักที่เท่าเทียมในย่านเมืองเก่าที่สวยงาม

และเมื่อเรามีลูกรักคนใหม่แห่งเมืองภูเก็ต “เนเน่ รอยัล” ผู้กลายเป็นแรงบันดาลใจ พี่คิมจึงเตรียมสนับสนุนโครงการประกวดดนตรีของเยาวชนภูเก็ต เพื่อผลักดัน สร้างฝันให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสเหมือนรุ่นพี่ที่เก่งกาจอย่างเนเน่ ไม่แปลกใจที่มีคนรักมากมาย เพราะพี่คิมใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน และยังคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมอยู่เสมอ
เขายังเล่าให้เราฟังอีกว่า เพราะเป็นคนเอ็นจอย ชอบดื่ม ชอบดริงก์ จึงเตรียมทำเครื่องดื่มแก้แฮงออกวางขาย เวลาว่าง ๆ พี่คิมยังสนุกกับการไลฟ์ขายของในช่องทางออนไลน์ เพราะมีแฟน ๆ นางงามและแฟน ๆ ร้านตู้กับข้าวติดตามอยู่ไม่น้อย เขาจึงชอบที่ได้พูดคุยและสนุกสนานกับคนอื่น สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าพี่คิมทำเพราะความรัก แพสชั่นล้วน ๆ ที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เดินทางมาไกล และยังจะเติบโตขึ้นอีกแบบไม่หยุดยั้ง
ความรักของแม่
“จริง ๆ พี่ชื่อกิม กิม ที่แปลว่าทองคำ” พี่คิม ธีระศักดิ์ ผลงาม บอกเราพร้อมรอยยิ้มในวันที่ทีมประชาชาติธุรกิจเดินทางมายังสยามพารากอน เพื่อพูดคุยกับเจ้าตัวถึงการนำร้าน “ตู้กับข้าว” ร้านอาหารใต้ชื่อดังแห่งเมืองภูเก็ต มาเปิดสาขาที่นี่เป็นครั้งแรก เขาเริ่มเล่าถึงแม่ก่อน เพราะนั้นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้พี่คิมมีและเป็นอย่างทุกวันนี้
เขาเล่าว่าเขาเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัวที่มีพี่น้อง 6 คน แม่ตั้งชื่อเขาว่า กิม ที่แปลว่าทองคำ ของที่มีค่ามหาศาลสำหรับผู้เป็นแม่ แต่เมื่อเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อน ๆ ชาวต่างชาติจึงออกเสียงว่า “คิม” แทน
พี่คิมเล่าถึงหญิงผู้เป็นที่รักว่า “แม่พี่เป็นคนแกร่ง เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำแพปลา คุมคนงานผู้ชายหลายสิบชีวิต พกปืนลูกซองอยู่ข้างตัวเสมอ มีความฝันที่จะส่งลูกทุกคนเรียนให้สูงที่สุดเพราะตัวเองรู้หนังสือน้อย” นั้นคือเหตุผลที่พี่คิมต้องจากบ้านไปนานถึง 12 ปี เพื่อไปเรียนและทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ และเขาคงไม่ได้กลับมาหากแม่ไม่ป่วย
“ท่านตอบจดหมายน้อยลงจนพี่สังเกตได้ถึงความผิดปกติ ต้องขู่ให้พี่สาวบอกว่าแม่เป็นอะไร เขาถึงจะยอมบอกว่าแม่ป่วย แม่ไม่ให้บอก แม่พี่ใจเด็ดมาก แม้จะป่วยหนัก แต่เขาไม่อยากให้พี่กลับมา”
นับแต่วันนั้นพี่คิมจึงใช้เวลา 2 ปีทองในการกลับมาดูแลคุณแม่ อุ้มขึ้นลงบ้าน เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ พาออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ เขาทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดเพื่อแม่ผู้เป็นที่รัก เพราะที่ผ่านมา แม่คือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่เสมอสำหรับเขา
“อาจจะเพราะพี่กล้าเถียง กล้าแลกเปลี่ยนกับแม่ แม่จึงสอนพี่ สอนเรื่องการทำอสังหาฯ หลังจากเริ่มขายแพปลาเพื่อมาทำธุรกิจดังกล่าวแทน รวมไปถึงเป็นผู้ทำให้ซึมซับความรักในอาหาร คำว่า ‘ตู้กับข้าว’ ก็มาจากการที่แม่ชอบพูดเวลาเด็ก ๆ ที่กลับจากโรงเรียนแล้วถามว่าแม่มีอะไรกินบ้าง แม่จะบอกว่า ไปดูในตู้กับข้าวสิ”
ร้านตู้กับข้าวจึงเกิดจากความรักของแม่ที่มอบให้ลูก แม้ทีแรกแม่จะไม่เห็นด้วยกับการทำร้านอาหารเพราะกลัวลูกจะเหนื่อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นสิ่งที่พี่คิมรัก แม่จึงยอมให้ทำและสอนว่า ให้ทำร้านอาหารเหมือนเชิญเพื่อนมากินข้าวที่บ้านเรา สูตรอาหารก็เป็นสูตรของแม่ผู้ที่ช่ำชองในการทำอาหาร
“แม่เป็นคนทำอาหารอร่อยมาก แม่ไม่ได้สอน แต่พี่ก็อาศัยครูพักลักจำ” จากความรักมหาศาลของแม่จึงกลายมาเป็นพี่คิม คนที่ใคร ๆ ก็รัก และร้านตู้กับข้าว ร้านอาหารใต้ระดับมิชลินในวันนี้