เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

คำต่อคำ ญนน์ โภคทรัพย์ พา “เซ็นทรัล” ฝ่าวิกฤตโควิด-19

20 เม.ย. 2563 | 11:32น.
สัมภาษณ์

เมื่อไวรัสโควิด-19 คือตัวเร่งสปีด “ดิสรัปชั่น” และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจ การทำมาค้าขาย พฤติกรรมการบริโภค ฯลฯ อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วโลก โดยไม่มีใครได้เตรียมตัวมาก่อน

ทำให้ทุกธุรกิจต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน จากปัญหาหลัก ๆ 2 เรื่อง คือเรื่องสุขภาพ และภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่เราต้องเจอ “crisis over crisis” หรือวิกฤตซ้อนวิกฤต จากปัญหาเศรษฐกิจที่คาราคาซังตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

โดยเฉพาะ “ศูนย์การค้า” หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้ปิดบริการเป็นการชั่วคราวกว่า 1 เดือน แม้ว่าภาครัฐจะอนุโลมให้ของที่จำเป็นต้องกินต้องใช้อย่างซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านยา ยังสามารถเปิดให้บริการต่อไปได้ แต่ยอดขายหลักของศูนย์การค้านั้นมาจากสินค้าประเภท non food ถึง 90% แม้การเติบโตในโกรเซอรี่และฟู้ดดีลิเวอรี่จะมาแรงแค่ไหน คงไม่สามารถปฏิเสธผลกระทบครั้งใหญ่นี้ไปได้แน่นอน

ภาพของการปรับตัว ยุทธศาสตร์การลงทุน แลนด์สเคปของธุรกิจรีเทล และศูนย์การค้าจากนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร มาฟังคำตอบแบบชัด ๆ กับหัวเรือใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัล “ญนน์ โภคทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่หันมาจัดงานแถลงข่าวผ่านแอปพลิเคชั่นประชุมออนไลน์ รับกับมาตรการล็อกดาวน์และการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่จะเปิดเผยถึงกลยุทธ์ มุมมอง วิธีคิด ในการรับมือ และเอาตัวรอด (survive) จากวิกฤตครั้งนี้

Q : วิกฤตครั้งนี้หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมาหรือไม่

กว่า 70 ปีที่ผ่านมาเราเจอวิกฤตมาหลายครั้ง แต่ต้องยอมรับว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ธรรมดา และค่อนข้างแตกต่างจากต้มยำกุ้งอยู่พอสมควร เพราะตอนนั้นปัญหาจะกระจุกตัวอยู่แค่บางธุรกิจ แต่ครั้งนี้ทุกธุรกิจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน (uncer-tainty) เหมือนกันหมด

ไตรมาสแรก เราเจอกับการจับจ่ายที่ชะลอตัว ไปจนถึงการหยุดชะงัก จากการปิดศูนย์ต่าง ๆ โดยกว่า 90% ของรายได้นั้นมาจากสินค้ากลุ่ม non food ที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ส่วน food หรือกลุ่มอาหารที่ยังเปิดให้บริการได้มีสัดส่วน 10%

แต่การที่เราเตรียมพร้อมด้านออนไลน์มากว่า 3 ปี ทำให้ช่องทางออนไลน์ของเซ็นทรัลมีความพร้อม และสามารถต่อยอดไปสู่บริการแบบออมนิแชนเนล ครอบคลุมทุกช่องทางได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นบริการใหม่ ๆ ที่ได้เปิดตัวไปอย่าง Chat & Shop, Call & Shop ไปจนถึงบริการ Drive Thru

สมมุติว่าเราเคยขายได้ 100 บาท เป็น non food สัก 90% วันนี้กลุ่มนี้มันขายไม่ได้ แต่เรามีออมนิแชนเนล ที่ทำให้ยอดขายตีตื้นขึ้นมาได้ประมาณ 25-30% โดยการผนึกกับ 70 กว่าสาขาในเครือของเซ็นทรัลที่มีอยู่ ที่ถูกปรับให้รองรับกับการทำออมนิแชนเนล และการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของเราจะไม่ขาด ทำให้ช่วงที่ผ่านมาท็อปส์ออนไลน์โต 200- 300% แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่า ยอดขายไตรมาสแรกนั้นคงติดลบในอัตราซิงเกิลดิจิต ซึ่งในภาวะแบบนี้ถือว่ายังดีกว่าคนอื่น ๆ

Q : ประเมินสถานการณ์ในไตรมาส 2 ไว้อย่างไร

เราจับตาดูเทรนด์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมกับทางสภาหอการค้าฯ เรื่องข้อเสนอที่จะยื่นต่อ ครม.ให้บางธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดกิจการได้ ในวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งทางเซ็นทรัลเองก็ได้จัดทำแผนเพื่อเสนอเข้าไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยจัดทำเป็นเฟส ๆ เช่น ในเฟสแรกจะต้องมีมาตรการที่เกี่ยวกับเรื่องความสะอาด (hygiene) ที่เข้มข้น ทั้งในส่วนของพนักงานและลูกค้า รวมถึงมาตรการที่สอดคล้องกับการเว้นระยะทางสังคม (social distancing) ตลอดจนการเตรียมสินค้าให้พร้อมเพื่อรองรับการกลับมา

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจในช่วงนี้เข้าสู่ภาวะของการถดถอย (recession) ที่กระทบทั้งความมั่นใจในการจับจ่าย และเงินในกระเป๋าของผู้บริโภค ถามว่า ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม คงขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้านั้น ๆ บางแคทิกอรี่ อย่างสินค้าอุปโภคบริโภค ของสด บิวตี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เรายังเห็นสัญญาณที่ดีในช่วงนี้ แต่บางแคทิกอรี่อาจกลับมาช้าหน่อย 6-12 เดือน

“วิกฤตครั้งนี้สร้าง new normal (ความปกติแบบใหม่) ขึ้นมาหลายอย่าง และเร่งปฏิกิริยาของดิสรัปชั่นให้เกิดขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าเดิม”

Q : จะเห็น New Normal อะไรบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกังวลต่อไวรัสทำให้เราเข้าสู่ “touchless era” หรือยุคสมัยแห่งการไร้สัมผัสเร็วขึ้น สังคมไร้เงินสด ระบบการจ่ายเงินผ่านอีเพย์เมนต์ วอลเลต ฯลฯ จะได้รับความนิยมกันมากขึ้น คนให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ การรักษาความสะอาดมากกว่าเดิม ธุรกิจรวมถึงผู้บริโภคจะเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างการซื้อแอลกอฮอล์ทำความสะอาด เจลล้างมือ ฯลฯ และ “ออนไลน์” จะเติบโตแบบเร่งสปีด ธุรกิจที่ไม่มีออมนิแชนเนลจะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ รวมถึงการใช้ข้อมูลจาก data จะสำคัญมากกว่าที่เคย

“ยอดขายออนไลน์ของเซ็นทรัลในปี 2561 อยู่ที่ 1% ก่อนจะเพิ่มเป็น 5% ในปีที่แล้ว ส่วนในปีนี้ตั้งไว้ที่ 10% คาดว่าผลกระทบจากไวรัสจะทำให้เราบรรลุเป้าดังกล่าวได้ก่อนสิ้นปี หรือ อีเพย์เมนต์ ก่อนหน้านี้ต้องมีโปรโมชั่นดึงให้คนเข้ามาใช้แพลตฟอร์ม วันนี้ไม่มีโปรโมชั่นแล้ว คนก็อยากใช้มากขึ้นเพราะจำเป็น”

เร็ว ๆ นี้เราจะมีแผนลอนช์ “ดอลฟิน” (Dolfin) แอปพลิเคชั่นอีวอลเลตในรูปแบบใหม่อีกครั้ง เรียกว่าแพลตฟอร์มเพย์เมนต์แบบใหม่ ที่จะผสมผสานกับบริการต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ (integrate & seamless) ตลอดจน “The 1” ที่จะพัฒนาให้กลายเป็นซูเปอร์แอป หรือแอปพลิเคชั่นที่ครอบคลุมทุกบริการในที่เดียวด้วยเช่นกัน

Q : แลนด์สเคปของธุรกิจและการลงทุนต่อจากนี้

นาทีนี้สภาพคล่อง (liquidity) คือสิ่งสำคัญที่สุด อะไรที่ไม่จำเป็นต้องตัดออกไปก่อน แต่อะไรที่เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคตยังลงทุนเหมือนเดิม เช่น ออนไลน์ เทคโนโลยี ฯลฯ ที่เป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและยอดขาย และการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

การขยายสาขายังคงจำเป็นสำหรับธุรกิจของเรา วันนี้แผนที่เคยวางไว้ในเวียดนาม ศูนย์การค้า “GO!” ยังเหมือนเดิม ในไทย โรบินสันก็ยังเปิดตามแผนเดิมปีละ 2-3 สาขา แต่รูปแบบและการมอบประสบการณ์จะเปลี่ยนไป เพื่อที่จะเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้ ความเป็นไลฟ์สไตล์จะต้องมีเพิ่มขึ้น องค์ประกอบที่เกื้อหนุนกับออมนิแชนเนลอย่างพื้นที่ของการสต๊อกสินค้า ต้องรองรับทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ที่จอดรถสำหรับการรับส่งสินค้า บริการไดรฟ์ทรูต้องมี และทำให้ชัดเจนมากขึ้น

Q : บทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้

หากมองภาพใหญ่ วิกฤตครั้งนี้เหมือนเรากำลังแข่งวิ่งมาราธอนกันอยู่ เพราะไวรัสยังอยู่กับเราแน่ ๆ จนกว่าจะมีคนคิดวัคซีนและผลิตในระดับแมสสเกลได้ และไวรัสมันไม่มีสัญชาติ มันฟาดเรียบทุกคนทุกระดับ ผมเรียนรู้ว่าจุดมุ่งหมาย (purpose) ของบริษัทนั้นสำคัญที่สุดในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น ถ้ามีความชัดเจนแล้วทำให้มันเกิดได้ จะมีคุณค่ามหาศาล เซ็นทรัลกับการเป็น Center of Life ศูนย์กลางของทุกคน ทำให้เราชัดเจนในการเข้าไปตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ ในทุกสถานการณ์ และพิสูจน์ลอยัลตี้ แพลตฟอร์มของเราว่ามันยั่งยืนหรือไม่

ในช่วง 2-3 เดือนนี้ พิสูจน์เลยนะว่าผู้นำแต่ละองค์กรต่อสู้กับวิกฤตนี้อย่างไร อย่าไปสนใจเรื่องการเติบโตเลยตอนนี้ สนใจว่าคุณจะเอาตัวรอด (survive) ได้รึเปล่า และถ้ารอดแล้ว คุณจะแข็งแรงอยู่ไหม จากนั้นคุณยังคงพร้อมในการโอเปอเรตกับโลกแห่งใหม่ และสู้กับ new normal หรือ next normal รึเปล่า

Q : อยากเห็นมาตรการอะไรเพิ่มเติมจากรัฐบาล

มีคนอยู่ในอุตสาหกรรมของค้าปลีกและบริการมากกว่า 10 ล้านคน แค่สินค้าถูกสต๊อกเอาไว้ขายไม่ได้มันก็เกิดผลกระทบมหาศาลแล้ว ย้อนกลับไปถึงผู้ผลิต ซัพพลายเชน ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซัพพลายเออร์เล็ก กลาง ใหญ่ ต้องหยุดชะงักกันหมด

อย่างที่บอกว่า เราต้องโฟกัสเรื่องสภาพคล่อง ในขณะที่รายรับเราลดลงหรือไม่มีเลยนั้น อยากให้ช่วยเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ที่โดนกันทุกกลุ่ม ให้มีส่วนลดหรือยืดการชำระได้หรือไม่ เพื่อให้ธุรกิจมีกระแสเงินสดมาใช้ในการบริหารมากขึ้น และมาตรการของสินเชื่อซอฟต์โลน อยากให้พิจารณาที่แพลตฟอร์ม อย่ามองว่าบริษัทนี้เล็กหรือใหญ่ เช่น เซ็นทรัลรีเทล เรามีพนักงานของเรา และพนักงานของซัพพลายเออร์รวมกันมากกว่าแสนคน มีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเล็กทั้งใหญ่เต็มไปหมด อยากให้มองในแง่ของการช่วยเหลือในกลุ่มค้าปลีกและบริการในภาพรวม

วันนี้ คู่แข่งของศูนย์การค้าอาจไม่ใช่ศูนย์การค้าด้วยกัน หรือแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้นแล้ว แต่ธุรกิจต้องต่อสู้กับคู่แข่งใหม่ที่เรียกว่า new normal ให้ได้ด้วยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เซ็นทรัล