ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 26 กันยายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/9) ที่ระดับ 33.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (25/9) ที่ 33.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ นายบิล ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ในปัจจุบันแนวโน้มราคาสินค้านำเข้าอยู่ในช่วงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงทำให้เขาคาดว่าเงินเฟ้อมีทิศทางที่จะปรับตัวสูงขึ้น และมีเสถียรภาพที่ราวระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% ในระยะกลาง จึงจะทำให้เฟดยังคงถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งรวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายด้วย ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐ มีความแข็งแกร่ง โดยเขาคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐ จะอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ขณะที่ค่าจ้างมีการปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการขยายตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยการแถลงการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำการคาดการณ์ที่ว่า เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ในเดือนธันวาคม หลังปรับขึ้นในเดือนมีนาคม และมิถุนายน นอกจากนี้นักลงทุนยังคงจับตารอ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ในวันนี้ (26/9) ขณะที่นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาความเคลื่อนไหวของประธานเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.09-33.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (26/9) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1846/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/9) ที่ 1.1888/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องหลังจากนักลงทุนมีความกังวลต่อผลการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลของนางอังเกลา แมร์เคิล ไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาได้อย่างเด็ดขาด แม้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ตาม ผนวกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้นก็เป็นปัจจัยกดดันค่าเงินยูโรอีกเช่นกัน ทั้งวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1808-1.1861 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1819/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับค่าเงินเยนในวันนี้ (26/9) เปิดตลาดที่ระดับ 111.72/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/9) ที่ระดับ 112.01/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะของสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่ความตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเกิดประทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ นายรี ยอง โฮ รมว.ต่างประเทศของเกาหลีเหนือกล่าวในวันจันทร์ (25/9) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ประกาศสงครามต่อเกาหลีเหนือ และรัฐบาลเกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะดำเนินมาตรการตอบโต ซึ่งรวมถึงการยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ ถึงแม้เครื่องบินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในนย่านฟ้าของเกาหลีเหนือ ในช่วงก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ระบุทางทวิตเตอร์ในวันเสาร์ (23/9) ว่า นายรี ยอง โฮและนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ “จะไม่อยู่ต่อไปอีกนานนัก” ถ้าหากทั้งสองทำตามคำขู่ของพวกเขา ซึ่งนายรีได้แปลความหมายของข้อความนี้ว่าเป็นการประกาศสงคราม ส่วนทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยรายงานการประชุมกำหนดนโยบายประจำวันที่ 19-20 กรกฎาคม ในวันนี้ (26/9) โดยรายงานระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายของบีโอเจกล่าวว่า พวกเขาควรจะใช้กรอบนโยบายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไป และพวกเขามีเหตุผลที่จะคาดการณ์ในทางบวกต่อราคาผู้บริโภค เพราะว่ามาตรวัดการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อยุติการร่วงลงแล้ว ทั้งนี้การเคลื่อนไหวระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.48-111.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.71/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ (26/9) ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ (26/9) ตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (26/9) ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ (26/9)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.70/1.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.20/-0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ