เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาพัฒน์ เร่งปรับการคำนวณเศรษฐกิจเป็น Chain-linking ให้วางแผนแม่นยำขึ้น
Politics สภาพัฒน์ เร่งปรับการคำนวณเศรษฐกิจเป็น Chain-linking ให้วางแผนแม่นยำขึ้น
SABINA x GC อัปไซเคิลขวดพลาสติกเป็นถุงเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง
SD SABINA x GC อัปไซเคิลขวดพลาสติกเป็นถุงเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง
สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
Politics สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
Politics อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
การศึกษา เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
Politics ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
ดูทั้งหมด

3 ไฟฟ้าเฉือนกำไรแสนล้าน บีบอุ้มธุรกิจ-ค่าไฟฟรี

26 เม.ย. 2563 | 22:53น.

กกพ.เคาะหลักการให้ 3 การไฟฟ้าร่วมรับภาระช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งบ้าน-ธุรกิจเล็ก-กลาง-ใหญ่รวมกันกว่า 112,732 ล้านบาท แต่ต้องไม่กระทบเงินสด-สภาพคล่อง ด้าน กฟน.รับกระทบรายได้ปีนี้ วิ่งหาวงเงินชดเชย เปิดกำไรสุทธิ 3 การไฟฟ้าล่าสุด ยอมขาดทุนกำไรก้อนมโหฬาร ที่ต้องใช้อุ้มค่าไฟฟ้าภาคธุรกิจ-โรงงาน-ประชาชนที่ได้รับผลกระทบวิกฤตโควิด-19

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง โดยผู้ได้รับผลกระทบมีตั้งแต่ประชาชนทั่วไป จนกระทั่งถึงการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในประเทศ โดยหนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลสามารถบรรเทาผลกระทบได้ก็คือ มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยรัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ตั้งแต่การลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า 3% (รอบบิลเมษายน-มิถุนายน) การขยายระยะเวลาการชำระค่าไฟฟ้า 6 เดือน การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า การขยายฐานการให้ใช้ไฟฟ้าฟรี ไปจนกระทั่งถึงการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าระหว่าง 50-70% จากการใช้ไฟฟ้าเกินไปกว่าค่าไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

อย่างไรก็ตาม มาตรการบรรเทาผลกระทบทางด้านค่าไฟฟ้าเหล่านี้ยังไม่เพียงพอต่อข้อเรียกร้องของภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ล่าสุดได้มีข้อเสนอให้ “ยกเว้น” การเรียกเก็บค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ (minimum charge) ต่อจากเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนธันวาคม 2563 ที่ใช้กับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง ประเภทที่ 6 องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และประเภทที่ 7 สูบน้ำเพื่อการเกษตร รวมไปถึงการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า

ผลจากการบังคับใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบทั้งที่อนุมัติไปแล้วและที่กำลังขออนุมัติเป็นการเพิ่มเติมนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในแง่ของการจัดเก็บ “รายได้” ในปี 2563 ที่จะต้องลดลงท่ามกลางข้อถกเถียงที่ว่า “ใคร” จะเป็นผู้รับภาระอันเนื่องมาจากมาตรการบรรเทาความเดือนร้อนของรัฐบาลในครั้งนี้

รง.ขอเว้นจ่ายค่าไฟขั้นต่ำ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานในระหว่างการประชุมร่วมระหว่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) 3 การไฟฟ้า ในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าไฟฟ้า อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบายไวรัสโควิด-19 เป็นการเพิ่มเติมอีก 2 มาตรการ คือ 1) ขอ “ยกเว้น” การเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ (minimum charge) ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทขนาดกลาง-ขนาดใหญ่ และอื่น ๆ ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน ต่อไปจนถึงเดือนธันวาคม 2563 กับ 2) การขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า นอกเหนือไปจากที่ให้คืนไปแล้วกับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านพักอาศัย และกิจการขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก่อน

ทั้งนี้ การใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดใหญ่จะเรียกเก็บค่าไฟฟ้าต่ำสุดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุดในเดือนปัจจุบัน หรือที่เรียกกันว่า minimum charge แต่จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน บวกกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าของผู้ประกอบการ “ต่ำกว่า” minimum charge ที่เรียกเก็บในอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่เรียกร้องขอจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้า “ตามจริง” โดยผู้ประกอบการขนาดกลาง ณ เดือนมิถุนายน มีจำนวน 105,526 ราย, ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 9,530 ราย, ผู้ประกอบกิจการเฉพาะอย่าง 17,671 ราย, องค์กรไม่แสวงหากำไร 1,400 ราย และการสูบน้ำเพื่อการเกษตรอีก 6,075 ราย

“ส่วนข้อเรียกร้องในเรื่องของการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้านั้น เป็นการขอเพิ่มเติมหลังจากที่ ครม.มีมติให้คืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านพักอาศัย กับประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็กไปแล้ว ซึ่งล่าสุดทั้ง กฟน.-กฟภ.มีการจ่ายเงินคืนค่าประกันการใช้ไฟฟ้าไปแล้ว รวม 6,125 ล้านบาท”

ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ประมาณการการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 2/3/4 จำนวน 19.30 ล้านราย คิดเป็นจำนวนเงิน 50,183 ล้านบาท ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ประมาณการการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าจำนวน 27,381 ราย จำนวนเงิน 11,315 ล้านบาทโดยเป็นการคืนเงินทั้งเงินสด-พันธบัตรรัฐบาล/รัฐวิสาหกิจ และหนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ

ต้องชดเชย Ft หมื่น ล.

นอกเหนือจากมาตรการที่ภาคเอกชนขอเป็นการ “เพิ่มเติม” แล้ว ก่อนหน้านี้ รัฐบาลยังกำหนดเงินบรรเทาผลกระทบจากอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่า Ft กรณีการตรึงค่า Ft ไว้ที่ -11.60 สตางค์ จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2563 หักออกจากมาตรการบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นการเพิ่มเติมระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 หรือมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 150 หน่วย กับมาตรการลดค่าไฟฟ้าร้อยละ 50-70 ตามฐานการใช้ไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (มติ ครม.วันที่ 21 เมษายน 2563) คิดเป็นวงเงิน 23,668 ล้านบาทนั้น เมื่อหักมาตรการบรรเทาผลกระทบออกแล้ว ยังมียอดเงินค่าตรึง Ft ที่ต้องขอเงินสนับสนุนอยู่อีก 11,175 ล้านบาทและเมื่อรวมมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบไวรัสโควิด-19 ทั้งที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว และข้อเสนอภาคเอกชนที่รอการอนุมัติจาก กกพ. จะทำให้ “รายได้” ของ 2 การไฟฟ้าหายไปไม่น้อยกว่า 112,732 ล้านบาท

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เฉพาะมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จำนวน 22 ล้านราย วงเงิน 23,668 ล้านบาทนั้น จะให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาภายใต้กรอบที่สามารถบริหารจัดการได้

ให้ 3 การไฟฟ้าร่วมรับภาระ

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวภายหลังจากการหารือกับ 3 การไฟฟ้าเพื่อพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในส่วนของรายได้ของการไฟฟ้าที่จะลดลงนั้น “ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน” แต่หลักการที่สามารถดำเนินการได้ก็คือ ให้ทั้ง 3 กิจการไฟฟ้าคือ กฟผ.-กฟน.-กฟภ.ร่วมกันเป็นผู้รับภาระ ด้วยการนำรายได้ “ส่วนเกิน” ของทั้ง 3 การไฟฟ้ามาช่วยแบ่งเบาความเดือดร้อน หรืออาจจะใช้การเฉลี่ยจ่ายผ่านการจ่ายชดเชยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เนื่องจากต้องดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศกว่า 70 จังหวัด

“ตอนนี้มีบางตัวเลขที่ต้องให้ กฟผ.ไปปรับปรุงให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือมาตรการด้านการพลังงานที่จะช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19”

กระทบรายได้ กฟน.

นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) กล่าวว่า จากมาตรการช่วยเหลือผุู้ใช้ไฟฟ้าที่ออกมานั้น ยอมรับว่า “จะกระทบต่อรายได้ของ กฟน. แต่ยังไม่สรุปว่าจะกระทบเป็นจำนวนเท่าไร เรากำลังประเมินอยู่” ซึ่ง กฟน.อยู่ระหว่างพิจารณาจะนำเงินส่วนไหนมาชดเชย โดยรายได้และกำไรแต่ละปีของ กฟน.จะต้องนำส่งคืนให้กระทรวงการคลัง ประมาณ 40-45% และที่เหลือจะนำมาลงทุนก่อสร้างและพัฒนาโครงการต่าง ๆ โดยในปี 2563 ตั้งกรอบวงเงินลงทุนไว้ 23,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันยังใช้จ่ายไม่เต็มวงเงิน

ขณะที่ นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และในฐานะโฆษก กล่าวว่า กฟน.ซึ่งรับผิดชอบระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลดำเนินมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า คิดเป็นวงเงินกว่า 22,587 ล้านบาท ได้แก่ มาตรการลดค่าไฟฟ้าทุกประเภท 3% 3 เดือน ตั้งแต่ เม.ย.-มิ.ย. กว่า 3.9 ล้านรายวงเงิน 1,600 ล้านบาท มาตรการขยายเวลาชำระค่าไฟฟ้า 6 เดือน ให้กับกิจการประเภทโรงแรม กิจการให้เช่าอาศัยกว่า 3,400 ราย วงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท มาตรการคืนเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็กกว่า 3.8 ล้านราย วงเงิน 13,580 ล้านบาท มาตรการผ่อนผันการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าอัตราขั้นต่ำกลุ่มกิจการขนาดกลาง-ใหญ่ โรงแรม 29,000 ราย วงเงิน 167 ล้านบาท มาตรการใช้ไฟฟรีไม่เกิน 150 หน่วยวงเงิน 364 ล้านบาท เกิน 150 หน่วย วงเงิน 5,476 ล้านบาท

รอบ 6-9 เดือนกำไร 5 หมื่นล้าน

สำหรับรายได้ของ 3 การไฟฟ้า ล่าสุดที่แจ้งต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในรอบ 6-9 เดือนของปี 2562 ปรากฏการไฟฟ้านครหลวง รายได้ 9 เดือน (สิ้นสุดกันยายน 2562) อยู่ที่ 157,085,380,013 บาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า153,804,908,506 บาท มีกำไรสุทธิ 8,405,755,623 บาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครายได้ 6 เดือน (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2562) อยู่ที่ 263,526,851,965 บาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายไฟฟ้าและบริการ262,652,747,925 บาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12,740,306,421 บาท และ กฟผ.รายได้ 9 เดือน (สิ้นสุด 30 ก.ย. 2562) อยู่ที่ 426,168,190,035 บาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับ 2 การไฟฟ้า424,037,717,659 บาท กำไรสุทธิ 35,561,520,377 บาท