เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
เปิดไอเดีย “สีทาบ้านกำจัดฝุ่น” ฝีมือ 3 นักเรียน ม.ปลาย อัสสัมชัญสมุทรปราการ ทีม Pure Paint ที่ชูไทเทเนียมไดออกไซด์ หวังให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากภูมิแพ้ จนคว้าแชมป์ FSG BIZ Founders ท่ามกลางกว่า 100 ทีม
FSG Academic Expo 2026 จัดขึ้น ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “สร้างธุรกิจ เปลี่ยนโลก สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปีแห่งพันธกิจด้านการศึกษาของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย มีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 100 ทีม ก่อนคัดเหลือ 10 ทีมสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ
ผลการแข่งขัน
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Pure Paint จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ รับทุนการศึกษา 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เหรียญทองและเกียรติบัตร
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม ERD จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เหรียญเงินและเกียรติบัตร
รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม EcoLoop จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ รับทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เหรียญทองแดงและเกียรติบัตร
Diamond Award ได้แก่ ทีม PassBhumi จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล รับทุนการศึกษา 5,000 บาทและเกียรติบัตร
ซึ่งทีม Pure Paint ประกอบด้วย นายพชรวัฒน์ อึ้งปกรณ์แก้ว นายญาณกวี ทองอุย และนายศิวกร หงสกุล เริ่มต้นจากการมองว่าฝุ่นภายนอกคือต้นเหตุของอาการภูมิแพ้ในหลายครัวเรือน จึงอยากให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คนในครอบครัวอยู่ได้อย่างสบายใจ
ทีมเลือกใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นส่วนผสมหลักของสี ซึ่งมีงานวิจัยในต่างประเทศรองรับ สามารถทาได้รอบบ้าน และยังออกแบบลวดลายได้ด้วย จึงไม่ได้เป็นแค่สีเพื่อสุขภาพ แต่ยังตอบโจทย์เรื่องความสวยงาม กลุ่มเป้าหมายคือผู้รักสุขภาพ และทีมวางแผนทำวิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มเติมในอนาคต

ติวเข้มก่อนขึ้นเวที
ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทั้ง 10 ทีมเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพเพื่อเข้าร่วม Workshop ครอบคลุม Founder Mindset, Business Model, Business Planning, Financial Modelling และศิลปะการ Pitching พร้อมรับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากอาจารย์ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) โดยแต่ละทีมได้พบอาจารย์อย่างน้อย 2-3 ครั้งตลอดโครงการ
มิสกนกวรรณ แก้วมาก ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย English Program โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ กล่าวว่า การแข่งขันนี้เกิดจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนตลอดโครงการ การที่มีทีมส่งผลงานมากกว่า 100 ทีม สะท้อนความตื่นตัวของเยาวชนไทยต่อแนวคิดการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน
ดร.เหมือนฝัน รัตนวานิช หัวหน้าภาควิชาความเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะ BUSEM เล่าว่า ทางคณะ BUSEM เป็นผู้จัด Workshop และให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ตั้งแต่การออกแบบ Business Model ไปจนถึงการวางแผน Financial Model หลังจากนั้นแบ่งเป็น Session ให้คำปรึกษาแบบเฉพาะทีม ให้แต่ละทีมได้พูดคุยกับอาจารย์แบบตัวต่อตัว ตลอดโครงการแต่ละทีมได้พบอาจารย์อย่างน้อย 2-3 ครั้ง หากนักเรียนมีข้อสงสัยตรงไหน อาจารย์คณะ BUSEM พร้อมให้คำแนะนำและช่วยปรับไอเดียที่ยังไม่ตรงประเด็นให้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ กล่าวเปิดงานว่า ตลอดการแข่งขัน BIZ FOUNDERS: Business for a Sustainable Future เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะสำคัญทั้งการสื่อสาร การวางแผน และการโน้มน้าว ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยและการใช้ชีวิตในอนาคต พร้อมได้รับความรู้ด้านธุรกิจและการวางแผนธุรกิจจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เยาวชนไทยให้ความสนใจด้านธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น และสามารถสร้างเส้นทางของตัวเองผ่านการทำธุรกิจได้ ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือ เปิดโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิด Workshop และประสบการณ์จริง
การแข่งขันครั้งนี้ไม่ควรจบเพียงวันงาน แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิด Lifelong Learning ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยกรุงเทพและโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งนี้
“เป้าหมายสำคัญของการแข่งขันไม่ใช่เพียงผลแพ้ชนะ แต่คือการได้เรียนรู้ร่วมกันและได้รับประสบการณ์จริงด้านการวางแผนธุรกิจ การ Pitch และทักษะที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในอนาคต”

ขณะที่ฝั่งกรรมการ ผศ.ดร.ลักคณา วรศิลป์ชัย รองอธิการบดีสายพัฒนาธุรกิจและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัคร นักศึกษา กล่าวว่า ประทับใจในความสามารถของน้องๆ นักเรียนทุกโรงเรียน ทุกคนเก่งมาก มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถนำมาต่อยอดเป็นไอเดียทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ นักเรียนมีความรอบรู้ ทันสมัย มองเห็นช่องว่างของความต้องการสินค้าและบริการในตลาด และนำเสนอแผนธุรกิจต่อกรรมการได้อย่างน่าทึ่ง
มณเฑียร ตันตกิตติ์ Managing Director Montien Hotel Group กล่าวหลังประกาศผลว่า วันนี้ตนรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจในไอเดียของน้องๆ มาก เห็นได้ชัดว่าทุกทีมได้รับการบ่มเพาะจากอาจารย์ตลอดช่วงที่ผ่านมาและนำคำแนะนำมาปรับใช้จนผลงานมีความชัดเจนขึ้น ในบรรดาผลงานทั้งหมด มีหลายโปรเจกต์ที่หยิบยกเรื่อง SDG และ Social Enterprise มาเป็นหัวใจของธุรกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจและมีคุณค่าอย่างยิ่ง
วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ตนไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็น Business Idea ที่น่าประทับใจ ในหลายๆโครงการ บางไอเดียมีความ Beyond มาก
ตนเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากน้องๆ กลับไปด้วยเช่นกัน และหากจะฝากข้อแนะนำถึงน้องๆ อยากให้ใส่ใจเรื่องกฎหมาย ทั้งลิขสิทธิ์ การออกแบบโลโก้ และการจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ
อภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรืองวาแสตนดาร์ด อินดัสตรี จำกัด กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีที่ดีอย่างยิ่ง เพราะเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เริ่มคิดไอเดียธุรกิจตั้งแต่ต้น ได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจและอยากเป็นในอนาคต โดยไม่ต้องรอถึงรั้วมหาวิทยาลัยก็สามารถมองเห็นภาพตัวเองได้แล้ว และไม่จำเป็นต้องเลียนแบบใคร
สิ่งที่อยากฝากน้องๆ คือให้ลองมองจากมุมของผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย แล้วทำไมเขาจึงต้องเลือกเรา ลองสวมบทบาทเป็นผู้บริโภคดู แล้วจะเข้าใจจุดอ่อนของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น





