เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

‘พาณิชย์’ เปิดโครงการโชห่วย-ไฮบริด เสริมพื้นฐานการทำธุรกิจร้านค้าชุมชน คาดปีนี้ผลิตได้ถึง 100 ร้านค้าทั่วประเทศ

27 ก.ย. 2560 | 11:08น.

‘พาณิชย์’ เปิดโครงการโชห่วย-ไฮบริด เสริมพื้นฐานการทำธุรกิจให้ร้านค้าชุมชน ภายในปีนี้คาดผลิตร้านโชห่วย-ไฮบริดได้ถึง 100 ร้านค้าทั่วประเทศ ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Omni-Channel ดึงออฟไลน์และออนไลน์ดูดลูกค้า และช่วยให้เกิดศูนย์กลาง (Hub) กระจายสินค้าในร้านและผลิตภัณฑ์ชุมชนไปสู่มือผู้บริโภคด้วย Platform ของไปรษณีย์ไทย และผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของ DEPA

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในโอกาสมาเป็นประธานเปิดโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพร้านค้าชุมชนไทยสู่ โชวห่วย-ไฮบริด” ในวันนี้(27 กันยายน 2560 )ว่า รัฐบาลมุ่งส่งเสริมเพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานราก (Local Economy) ของไทยผ่านร้านค้าชุมชนให้สามารถเผชิญความท้าทายต่อการแข่งขันที่รุนแรงทั้งสถานการณ์การตลาดในประเทศและต่างประเทศผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องติดอาวุธทางความคิด มีการวางแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการร้านค้าสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ร้านค้าชุมชนมีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจของตนเองและครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจในท้องถิ่นด้วย

สำหรับแนวทางการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการฯ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาลและเอกชนได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านแลชุมชนเมืองแห่งชาติ ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจในท้องถิ่นเพื่อนำมากำหนดแนวทางการส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์พบว่า ร้านค้าชุมชนไทยมักจะพบกับอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจ 3 ด้านคือ 1) ด้านการตลาด การขายสินค้าที่ไม่ตรงใจผู้บริโภค ภาพลักษณ์การจัดร้านที่ไม่สวยงามมีระเบียบ 2) ด้านโลจิสติกส์/สินค้าคงคลัง ไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี และ 3) ด้านข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่มีการจัดทำรายงานข้อมูลทางการเงิน หรือสินค้าคงเหลือ ทำให้ไม่มีข้อมูลเพียงพอเพื่อนำมาวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้

“โครงการฯ นี้มุ่งขจัดอุปสรรคและตอบโจทย์การสร้างความเติบโตให้ร้านค้าชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยใช้การตลาดยุคใหม่อย่าง ‘Omni-Channel’ เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดให้ร้านค้าชุมชนสามารถเข้าถึงลูกค้าจากทุกช่องทาง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะลงพื้นที่ทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ (เชียงใหม่, กรุงเทพฯ, อุดรธานี และสงขลา) เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการแก่ร้านค้าชุมชนและด้านปฏิบัติในการลงมือปรับภาพลักษณ์ (Workshop) ณ ร้านค้าจริง

โดยขณะนี้มีร้านค้าที่เข้าร่วมแล้ว 200 ร้านค้า จากนั้นกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะคัดเลือกร้านค้าที่มีความพร้อมจำนวน 100 ร้านค้าเพื่อให้คำปรึกษาในเชิงลึก และพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นร้านโชวห่วย-ไฮบริด ซึ่งตั้งเป้าหมายเบื้องต้นไว้ที่จำนวนไม่น้อยกว่า 50-100 ร้านค้าภายในปี 2560 นี้

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ร้านโชวห่วย-ไฮบริด จะทำหน้าที่เป็น Hub หรือจุดรวบรวมคำสั่งซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภค/ผลิตภัณฑ์ชุมชนในท้องถิ่น การชำระเงินผ่านทางระบบออนไลน์ของผู้บริโภคในชุมชนและระบบการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยการดำเนินงานจะเป็นความร่วมมือของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ที่จะดำเนินการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้าน และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ขณะนี้กำลังพัฒนา Platform การซื้อ-ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านค้าโชวห่วยและร้านค้าชุมชน ประกอบกับเสริมความรู้ให้กับร้านค้าชุมชนด้านบริหารจัดการเครือข่ายโลจิสติกส์ของสินค้าตั้งแต่ ต้นทางจนกระทั่งถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยที่จะมาช่วยให้ร้านค้าชุมชนสามารถจำหน่ายและกระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ กรมฯ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยพลิกโฉมและเชื่อมโยงร้านค้าชุมชนหรือร้านโชวห่วยในท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ด้วยเทคโนโลยี สร้างผู้ประกอบธุรกิจหรือธุรกิจของ คนตัวเล็กๆ ให้มีความเข้มแข็งสะท้อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่สำคัญร้านค้าชุมชนจะสามารถอยู่ร่วมกับร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้รวมถึงปรับตัวให้ดำเนินธุรกิจบนช่องทางออฟไลน์และออนไลน์อย่างยั่งยืน