เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

พรรคฝ่ายค้าน…ขอกัดไม่ปล่อย ซักฟอก 5 ปม กู้ฉุกเฉิน 1.9 ล้านล้าน

03 พ.ค. 2563 | 21:22น.

ในที่สุดความหวังและพยายามของ 6 พรรคฝ่ายค้าน 213 เสียง เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม และ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เม็ดเงินเกือบ 2 ล้านล้านบาทนั้น

โอกาสเลือนรางยิ่งกว่าริบหรี่ เมื่อ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล ออกมา “ดับฝัน” ฝ่ายค้านว่า วิปรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ โดยให้เหตุผลว่า

“เนื่องจากการประชุมสภาสมัยสามัญจะมีกำหนดเปิดประชุมในวันที่ 22 พ.ค.นี้อยู่แล้ว โดยเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมก็เป็นหน้าที่ของประธานสภาจะได้ดำเนินการต่อไป”

ก่อนหน้านี้ “วิรัช” กล่าวผ่านสื่อว่า “ถ้าเปิดสภาสมัยวิสามัญในช่วงนี้แล้ว ส.ส.เข้ามาจนทำให้มีการแพร่เชื้อไปทั่วประเทศใครจะรับผิดชอบ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดในช่วงนี้”

เหตุผลโควิด-19 สำทับด้วยการต่ออายุ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว” ออกไปอีก 30 วัน ครอบคลุมถึงพิธีเปิดสภา 22 พ.ค. และจะมีการประชุมกันจริง ๆ 28 พ.ค.

แม้ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 วรรคท้ายจะระบุว่า การพิจารณาพระราชกําหนดของสภาผู้แทนราษฎรและของวุฒิสภา และการยืนยันการอนุมัติพระราชกําหนด จะต้องกระทําในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภานั้น ๆ แต่แกนนำฝ่ายค้าน-เพื่อไทยหวั่นว่าฝ่ายรัฐบาลเล่นเกม “ตุกติก” ไม่เปิดให้ฝ่ายค้าน “ซักฟอก” แผนแก้วิกฤตโควิด-19 ใช้งบฯกว่า 1.9 ล้านล้านบาท

“สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม เพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ดักคอว่า ครั้งนี้เป็นการกู้เงินที่จำนวนมากในประวัติศาสตร์ แผนกู้เงินก็เอามาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ มีรูปแบบการบริหารแบบพิเศษ ทำให้ล่อแหลมต่อการสร้างความเสียหายให้ประเทศ และเรื่องใหญ่ขนาดนี้จึงต้องให้สังคมร่วมวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด และให้เอาเข้าสภาพิจารณา

“แน่นอนเรื่องโควิด-19 มีเหตุผลอยู่ไม่ใช่ไม่ตระหนัก แต่มีรูปแบบวิธีการมาตรการป้องกัน ประธานชวนให้คำสัญญาว่าจัดที่นั่งระยะห่าง 2 เมตรได้ และมีมาตรการตรวจที่เข้มข้นได้ เมื่อรัฐบาลอ้างเรื่องโควิด-19 เหตุผลไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับการกู้เงินครั้งประวัติศาสตร์ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่โอนจากหน่วยงานต่าง ๆ 10% แล้วทำไมไม่รีบเอาเข้าสภาให้เป็นกฎหมายจะได้ถึงมือชาวบ้านเร็ว ถ้าทอดไปอีก 1 เดือน คนฆ่าตัวตายเท่าไหร่ อย่าทอดเวลาทิ้งให้รีบมาทำ จะได้รีบผ่าน รีบเอาเงินมาใช้”

ถ้าไม่ให้ประชุม ถ้ามีโควิด-19 อยู่ไปอีกปีหนึ่งไม่ต้องประชุมสภาปีหนึ่งหรือไม่ โควิดเราต้องกังวล แต่ต้องหาระบบอยู่กับโควิดให้ได้ จึงมองเจตนาว่ารัฐบาลหนีสภา เพราะการกู้เงินนี้มีเงื่อนงำหลายเรื่อง เอามาใช้เพื่อการอื่นเยอะกว่าโควิด อ้างชาวบ้าน แต่ตกถึงมือเจ้าสัวและคนรวย

ประธานวิปฝ่ายค้านคาดการณ์ว่าการพิจารณาของ พ.ร.ก.เงินกู้ บวก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ รวม 4 ฉบับ คาดว่าไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ในการอภิปราย

“สุทิน” บอกว่า ฝ่ายค้านตั้งประเด็นถามรัฐบาลในสภา 1.บทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ตั้งกองทุนอุ้มตราสารหนี้ของภาคเอกชน ถือว่าเป็นภารกิจของ ธปท.หรือไม่ มีมาตรการอะไรชี้วัดว่า อุ้มตราสารหนี้ของเจ้าสัวแล้วมีผลดีอะไรต่อระบบเศรษฐกิจ

2.การให้เงินกู้แก่ธนาคารพาณิชย์ปล่อย soft loan กับธุรกิจ SMEs ตั้งเพดาน วงเงิน 500 ล้านบาท ถ้าไปกระจุกตัวอยู่ SMEs รายใหญ่ 10-20 ราย ทำให้รายเล็กรายน้อยที่ต้องใช้เงินไม่เกิน 10-50 ล้านไม่สามารถกู้ได้ การไปตั้งเพดาน 500 ล้านเจตนาจะช่วยใคร

3.เรื่องเยียวยา ผ่านมา 1 เดือนการเยียวยาคนเดือดร้อนยังได้ไม่ถึงครึ่ง ความเหลื่อมล้ำ ความเดือดร้อนเกิดแล้ว คนชุมนุม คนฆ่าตัวตายอย่างที่เห็น ก็จะถามรัฐบาลทำไมไม่เยียวยาเป็นรายครอบครัว เยียวยาให้ครอบคลุม ผสมผสานกันไปหลาย ๆ รูปแบบให้ทั่วถึง

4.การเยียวยาของรัฐบาลเมื่อไหร่จะทั่วถึง แล้วมีเงินพอหรือไม่ จะกู้จากที่ไหน มีเงื่อนไขอย่างไร อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ถ้ากู้จากต่างประเทศอย่างธนาคารพัฒนาเอเชีย Asian Development Bank (ADB) เขาจะมีเงื่อนไขทันที

การจัดทำจะจัดการชีวิตเราหมดเลย แล้วประเทศเราพร้อมไหม จะเป็นเหมือนครั้ง IMF หรือไม่ ที่พอกู้แล้วเจอพันธกรณีของ IMF จะถามว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนรับมือไหวไหม

5.การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยใช้เงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลคิดแบบเดิม ขุดลอกถนนหนทาง บ่อน้ำ ฝายเหมือนเดิม เราดูความคิดคร่าว ๆ ฝ่ายค้านเป็นห่วง เหมือนเอาเงินมาทิ้งเปล่า ๆ เงินก้อนนี้ผ่านไปปุ๊บ หมดแม็ก 1.9 ล้านล้าน ถ้าจีดีพีไม่กระดิกแล้วจะเอาเงินมาจากที่ไหน จะหามาจากไหนอีก อย่างนี้ต้องรอบคอบ ฟังกันมาก ๆ

แต่รัฐบาลจะฟังเสียงท้วงติงได้ ต้องประชุมสภาให้ได้เสียก่อน