เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

‘โมเดล’ ฟื้นตัวจีนหลังวิกฤต อุตฯนำร่อง-ท่องเที่ยวรอก่อน

09 พ.ค. 2563 | 21:05น.

ชีพจรเศรษฐกิจโลก

นงนุช สิงหเดชะ

แม้จะเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเป็นประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากจากไวรัส และดูท่าจะย่ำแย่ที่สุดในแง่เศรษฐกิจ แต่ในที่สุด จีน ก็เป็นชาติแรกที่ควบคุมไวรัสได้ และยกเลิกมาตรการปิดเมืองได้ก่อนคนอื่น ในขณะที่หลายประเทศโดยเฉพาะซีกตะวันตก ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตยังสูงมาก ดังนั้น จีนจึงถูกจับตาว่ากิจกรรมเศรษฐกิจใดของจีนที่จะฟื้นตัวได้ก่อน-หลัง อันจะเป็นแนวทางให้ประเทศอื่น ๆ มองเห็นแนวโน้มว่าหลังจากคลายหรือยกเลิกล็อกดาวน์แล้ว ธุรกิจใดจะพลิกตัวกลับมาได้ก่อน

แอนดรูว์ ทิลตัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียของ โกลด์แมน แซกส์ บอกว่า ระบบการเมืองและเศรษฐกิจของจีนนั้นแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ อย่างมาก แต่แนวทางที่เจ้าหน้าที่รัฐเริ่มเปิดให้มีการดำเนินธุรกิจหลังจากควบคุมไวรัสได้นั้นมอบบทเรียนที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศอื่น ๆ โดยในจีนคาดว่าภาคอุตสาหกรรมอาจฟื้นตัวได้ก่อนภาคบริการ ซึ่งสภาพเช่นนี้จะเกิดกับประเทศอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะบริษัทในภาคอุตสาหกรรม สามารถกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ภาคอื่นอย่างเช่น ท่องเที่ยว จะใช้เวลานานกว่า

ทิลตันระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายของจีนระมัดระวังที่จะอนุญาตให้ธุรกิจประเภทโรงภาพยนตร์และโรงยิมเปิดดำเนินการ ซึ่งหมายถึงว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนธุรกิจประเภทนี้จะสามารถกลับไปเปิดบริการใกล้เคียงกับระดับปกติ ส่วนประเทศอื่น ๆ คงไม่สามารถเปิดธุรกิจชนิดนี้ได้จนกว่าจะถึงปีหน้า

หลายประเทศทั่วโลกใช้มาตรการล็อกดาวน์ในหลายระดับแตกต่างกันไปเพื่อควบคุมไวรัส แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการ แต่ก็ถูกนักระบาดวิทยาเตือนว่า การผ่อนคลายเร็วเกินไปเสี่ยงจะเกิดการระบาดซ้ำ

ในอีกด้านหนึ่ง การแพร่ระบาดของไวรัสก็ได้ซ้ำเติมระดับหนี้ของบางประเทศในเอเชีย ที่น่าห่วงอยู่แล้วให้ย่ำแย่ลงไปอีก โดยที่ถูกปักหมุดเป็นพิเศษก็คือ จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ทั้งนี้ ตามรายงานของ ธนาคาร ANZ ของออสเตรเลีย ชี้ว่า หนี้บริษัทของทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากและเร็วที่สุด โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากทั้งความเข้นข้นของการแพร่ระบาดไวรัส และมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อควบคุมไวรัส ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของบริษัท หากสถานการณ์เช่นนี้ยังดำเนินต่อไปก็อาจถูกปรับลดอันดับเครดิต ผิดนัดชำระหนี้ และสุดท้ายก็ถ่วงการเติบโตของเศรษฐกิจ

รายงานระบุว่า ภาคพลังงานของ สิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วน 1 ใน 5 ของจีดีพีประเทศ กำลังมีรายได้ติดลบ หรือขาดทุน แม้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดกับบริษัทพลังงานทั่วโลก แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสภาพคล่องตึงตัวในสิงคโปร์ ซึ่งน่ากังวลเพราะบริษัทเหล่านี้คิดเป็น 15.7% ของการครบกำหนดชำระหนี้ทั้งหมดภายในปีนี้

ส่วนใน เกาหลีใต้ ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) น่าเป็นห่วง เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา กู้ยืมมากเกินไปและเริ่มขาดเงินสด สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมหภาค เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของแดนโสมขาว ทางด้านจีนนั้น ภาคที่เป็นปัญหา คือ อสังหาริมทรัพย์ ที่ขยายตัวมากเกินไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หากเทียบกันแล้ว บริษัทในสิงคโปร์มีความเปราะบางมากกว่าเกาหลีใต้ และจีน โดยที่จีนมีความเปราะบางน้อยที่สุด ทั้งนี้ สิงคโปร์มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมาก เมื่อเทียบกับอีก 2 ประเทศ เพราะ 60.9% ของบริษัทชั้นนำสิงคโปร์ ออกพันธบัตรในสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นส่วนใหญ่ มีเพียง 1 ใน 3 ในเท่านั้นที่ออกในรูปเงินสกุลเงินท้องถิ่น ต่างจากเกาหลีใต้ ซึ่งมีเพียง 1 ใน 5 ที่ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้เกาหลีใต้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนต่ำกว่าสิงคโปร์ แต่บริษัทที่มีความเสี่ยงหนี้สูงและขาดความยั่งยืนก็มีสัดส่วนที่มาก อีกทั้ง 80% ของบริษัทที่กู้ยืมสูงล้วนมีเงินสดจำกัด ส่วนจีนอยู่ในสถานะดีกว่าเพื่อน เพราะมีเพียง 3 ใน 10 เซ็กเตอร์เท่านั้นที่กู้ยืมมากเกินไป และหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ของบริษัทรัฐ ซึ่งรับประกันการผิดนัดชำระหนี้