เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดสำหรับผู้ป่วยโควิด-19

01 มิ.ย. 2563 | 19:49น.

คอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ โดย อ.นพ.เตชิต จิระวิชิตชัย

หมายเหตุ : อ.นพ.เตชิต จิระวิชิตชัย ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยนั้นมีผลทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ Novel Coronavirus 2019 (SARS-CoV-2)

การจัดระดับความรุนแรงของผู้ป่วยโควิด-19 โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แบ่งผู้ป่วยเป็น 4 กลุ่ม 5 ความรุนแรง ได้แก่ 1.ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการ 2.ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง และไม่มีความเสี่ยงสำคัญ 3.ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีความเสี่ยงสำคัญ 4.ผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบ ซึ่งแบ่งเป็นแบบไม่รุนแรง และแบบรุนแรง

การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายเหมาะสมกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง ยกเว้นผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบแบบรุนแรง หากไม่สามารถขจัดเสมหะเองได้ อาจต้องการการทำกายภาพ
บำบัดทรวงอกข้างเตียง โดยพิจารณาจากประโยชน์และความเสี่ยงอีกครั้ง

ในกรณีมีความเสี่ยงสำคัญ เช่น อายุมากกว่า 60 ปี มีโรคปอด ไต หรือหัวใจเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคตับแข็ง หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ จะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากการออกกำลังกายตามโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เดิมด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยตนเอง

เนื่องจากการเป็นโควิด-19 มักส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก อาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาหายใจลำบาก รวมถึงมีเสมหะมากขึ้น ผู้ป่วยจึงควรทำการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด เพื่อลดอาการเหนื่อยและหายใจลำบาก เพื่อเพิ่มความสามารถในการหายใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยในการขับเสมหะ (ถ้ามี) และเพื่อป้องกันการเกิดภาวะปอดแฟบ

การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดสามารถทำได้ตามขั้นตอน ดังนี้

1.การจัดท่า (positioning) ผู้ป่วยอาจจัดท่าในท่านั่งหรือท่านอนศีรษะสูงโดยใช้เตียงปรับระดับที่ควบคุมผ่านทางพยาบาล หรือนักกายภาพบำบัดให้ศีรษะสูงขึ้น 30-60 องศา

2.การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ (deep-slow breathing) เพื่อให้ทรวงอกขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยท่านั่งหรือนอนศีรษะสูง 45-60 องศา โดยมีอัตราการหายใจ 12-15 ครั้งต่อนาที ทำ 10 ครั้งต่อรอบ ทำได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ โดยพักประมาณ 30-60 วินาทีระหว่างรอบ

– ท่าแรก หายใจเข้าทางจมูก พร้อมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นด้านหน้า และหายใจออกทางปากยาว ๆ พร้อมผ่อนแขนลง

– ท่าสอง หายใจเข้าทางจมูก พร้อมกางแขนออกด้านข้างทั้งสองข้าง และหายใจออกทางปากยาว ๆ พร้อมหุบแขนลง

3.active cycle of breathing technique เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการหายใจและระบายเสมหะออกมาง่ายขึ้น ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการคั่งค้างของเสมหะเป็นเวลานาน ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ

3.1 การควบคุมการหายใจ (breathing control) โดยใช้ท่านั่งหรือนอนศีรษะสูง 45-60 องศา วางมือไว้บริเวณหน้าอกและช่วงท้องส่วนบนบริเวณใต้ลิ้นปี่

– หายใจเข้า ท้องป่องดันมือที่วางไว้ใต้ลิ้นปี่ขึ้น โดยมือที่วางบนอกยังคงนิ่ง

– หายใจออกช้า ๆ ทางปาก ท้องแฟบ (ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง)

3.2 การหายใจให้ทรวงอกขยาย (thoracic expansion breathing) โดยใช้ท่านั่งหรือนอนศีรษะสูง 45-60 องศา วางมือทั้งสองข้างบริเวณตำแหน่งชายโครงด้านข้างเพื่อรับรู้ว่าทรวงอกขยายออกและยุบตัว

– หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ให้ซี่โครงบานออก

– หายใจออกช้า ๆ ทางปาก ให้ซี่โครงหุบลง (ทำซ้ำ 3-4 ครั้ง)

3.3 การหายใจออกอย่างแรง (huffing) โดยอยู่ในท่านั่งโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย หายใจเข้าลึกมากที่สุด กลั้นหายใจค้างไว้ประมาณ 1-3 วินาทีเปิดช่องปากและคอโดยห่อปาก แล้วหายใจออกอย่างแรงเสียงดัง “ฮัฟ” 1-3 ครั้งติดกันโดยไม่หายใจเข้า ร่วมกับการเกร็งหน้าท้องเพื่อช่วยขับเสมหะ

ขั้นตอนการทำ active cycle of breathing technique นี้ เริ่มต้นจาก 1.ควบคุมการหายใจเข้า-ออกปกติ 5-10 ครั้ง 2.หายใจให้ทรวงอกขยาย 3-4 ครั้ง 3.กลับมาควบคุมการหายใจเข้า-ออกปกติต่อ 4.ช่วงสุดท้ายค่อยหายใจออกอย่างแรง 1-2 ครั้ง

ทั้งนี้ การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยตนเองที่กล่าวมา ควรทำซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง

ควรหยุดเมื่อใด ?

– ถ้าทำแล้วมีอาการเหนื่อย หายใจเร็วมากขึ้น

– มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ได้แก่ แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ ใจสั่น ปวดศีรษะ ตามัว เหงื่อออกมาก ซีด เขียว หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ

– กรณีมีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสำคัญ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุขภาพ ไวรัสโควิด-19