เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

จุดเปลี่ยนการเมืองสหรัฐ “ทรัมป์” VS “ไบเดน” ผลกระทบการค้าไทย

16 ก.ค. 2563 | 08:30น.
ภาพประกอบข่าว เลือกตั้งสหรัฐ

ทีมการบริหารประเทศของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2563

ส่งผลให้ทั้ง 2 พรรคการเมืองต้องออกรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” กับ “โจ ไบเดน” ก่อนที่จะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือเหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือนเท่านั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนของโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะที่สหรัฐเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นมูลค่า 20.49 ล้านล้านเหรียญ มีสัดส่วนประมาณ 22% มีขนาดเกือบ 1 ใน 4 ของโลก

แน่นอนว่าความสำคัญของตลาดสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนของประเทศไทยโดยตรง เพราะสหรัฐถือเป็นตลาดหลักในการส่งออกของไทย คิดเป็นสัดส่วน 13.9% ของมูลค่าการค้าไทยกับทั่วโลก หรือเป็นตลาดอันดับ 2 ของไทย รองจากตลาดอาเซียน ซึ่งมีสัดส่วน 25.2%

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนโดยตรงในไทยสูงสุดติดอันดับ 1 ในท็อป 10 ฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองของสหรัฐย่อมส่งผลต่อทิศทางการค้าและการลงทุนของไทยด้วยเช่นกัน

การเมือง 2 ขั้ว

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ประจำไมอามี ได้ออกบทวิเคราะห์มีสาระสำคัญอยู่ที่ว่า การเมืองภายในสหรัฐจะขึ้นอยู่กับทิศทางการบริหารประเทศของผู้ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเดโมแครต หรือรีพับลิกัน

แต่ทว่าอุดมการณ์ทางการเมืองทั้งสองพรรคกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ พรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรคที่บริหารประเทศอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้การดำเนินงานของประธานาธิบดีทรัมป์มีความเป็นพรรคอนุรักษนิยมสูง มุ่งเน้นนโยบายที่สนับสนุนตลาดและระบบการค้าทุนนิยม เชื่อมั่นในการเก็บภาษีแบบเท่าเทียมกัน และมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกองทัพ โดยพรรคจะมีฐานเสียงเป็นกลุ่มประชาชนในตอนกลางของประเทศ ในมลรัฐโอกลาโฮมา แคนซัส และเทกซัส

ขณะที่พรรคเดโมแครตถือเป็นพรรคการเมืองเสรีนิยมหัวก้าวหน้าที่มีนโยบายสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเสรีและเปิดกว้าง เชื่อมั่นระบบการเก็บภาษีตามระดับรายได้แบบขั้นบันได และไม่สนับสนุนงบประมาณดำเนินการสำหรับกองทัพ โดยความแตกต่างด้านนโยบายดังกล่าวจะส่งผลต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจโดยตรง

จุดเปราะบาง “ทรัมป์”

โอกาสการเปลี่ยนแปลงขั้วการเมืองสหรัฐหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน “มีความเป็นไปได้สูง” ซึ่งเป็นผลมาจาก “จุดอ่อนแอ” ในการบริหารงานของทรัมป์ที่ผ่านมา จัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันต้องระวังอย่างหนัก ทั้งจากการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ที่ย่ำแย่อย่างมาก จนทำให้สหรัฐเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก การประท้วงกรณีการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ถูกตำรวจทำร้ายจนเสียชีวิต ประเด็นอ่อนไหวเหล่านี้ทำให้ “ความนิยม” ในตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงเหลือเพียง 39% จากภาวะผู้นำ รวมไปถึงการวางนโยบายต่าง ๆ ที่กระทบต่อเนื่องกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจ

ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐ มีโอกาสที่จะ -8% จากเดิมที่คาดการณ์ในช่วงเดือนเมษายนจะ -5.9% จากภาวะเศรษฐกิจหดตัวรุนแรง ย่อมส่งผลเชื่อมโยงไปถึงอัตราการว่างงาน การเก็บภาษีภาคธุรกิจ และระดับราคาสินค้าในประเทศ และที่สำคัญจะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกแน่นอน เพราะนโยบายการค้าระหว่างประเทศของทั้ง 2 พรรคแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

จากข้อเท็จจริงที่ว่า “รีพับลิกัน” มีนโยบายปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ด้วยการใช้มาตรการทางด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี และไม่สนับสนุนความร่วมมือทางการค้า ซึ่งจะเห็นได้จาก 4 ปีของทรัมป์ ที่ประกาศใช้นโยบาย American First ถอนตัวออกจากการเจรจาความตกลงการค้าที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) รวมถึงมีการใช้มาตรการทางการค้ากับประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง

แต่หากผลการเลือกตั้งออกมาพลิกผันกลายเป็น “เดโมแครต” กลับมารับตำแหน่งบริหารประเทศ นโยบายการค้าเสรี การสร้างความร่วมมือทางการค้ากับประเทศคู่ค้าย่อมจะกลับมา รวมถึงมีโอกาสที่สหรัฐจะกลับเข้ามาร่วมเจรจาความตกลงการค้าเสรีสำคัญ ๆ โดยเฉพาะ CPTPP อีกครั้ง ซึ่งนั่นย่อมจะมีผลต่อการค้าการลงทุนของไทยในอนาคตได้เช่นกัน

ผลกระทบถึงไทย

บทวิเคราะห์ข้างต้นสอดคล้องกับมุมมองของ “รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช” ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เห็นว่า หากทรัมป์สามารถชนะการเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทย เพราะจะยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพว่า “นโยบายที่ทรัมป์ดำเนินการมา 4 ปีนั้น เป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จ และต้องเดินหน้าต่อทั้งสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี การไม่ยอมรับต่อการเป็นสมาชิกในองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งองค์การการค้าโลก (WTO) องค์การอนามัยโลก (WHO) ปารีสคอนเวนชั่น”

แต่ในทางตรงกันข้าม หาก “ไบเดน” ชนะการเลือกตั้งก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก จากที่เจอผลกระทบ 2 ด้าน ทั้งจากการระบาดของโควิด-19 ซ้ำด้วยวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิดที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลก ความแข็งกร้าวของนโยบายสหรัฐจะผ่อนคลายลง การลดดีกรีความร้อนแรงของการเมืองระหว่างประเทศ ปัญหาสงครามการค้า และด้วยประสบการณ์ที่ไบเดน เคยเป็นรองประธานาธิบดีในสมัย “บารัก โอบามา” มาก่อน อาจจะทำให้มีโอกาสที่สหรัฐจะหวนกลับสู่การเจรจา “ความตกลงหุ้นส่วน CPTPP มีความเป็นไปได้อีกครั้ง โดยสหรัฐจะกลับเข้าสู่กติกาสากลทั้งหมด”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผลโพลในสหรัฐ คะแนนของ “ไบเดน” ยังนำทรัมป์อยู่ถึง 2 หลัก ซึ่งปัจจัยสำคัญเป็นจากผลของการดำเนินนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ล้มเหลว การสร้างสงครามการค้ากับจีน ทำให้สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังตลาดจีนได้รับผลกระทบ ประเด็นความตึงเครียดจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมถึงเรื่องประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์

ดังนั้นต้องจับตามองว่า ในช่วงเวลาอีก 4 เดือนนับจากนี้ ทรัมป์จะใช้ “ไม้เด็ด” อะไรดึงคะแนนเสียงกลับคืนไป เพราะในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ดำเนินนโยบายที่โดดเด่นเพียงเรื่องเดียว คือ การใช้นโยบายกระตุ้นการลงทุนในประเทศส่งผลให้อัตราการว่างงานลดต่ำลง แต่ทว่านโยบายดังกล่าวก็ไม่ได้กระจายทั่วถึงในทุกพื้นที่

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งสหรัฐ