เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

สหรัฐฯ ‘จมหนี้’ จากพิษโควิด เข้าสู่ยุค ‘ดอลลาร์อ่อน’

01 ส.ค. 2563 | 12:07น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

เป็นที่ทราบกันดีว่าดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินทรงอิทธิพลอันดับ 1 ของโลก โดยธนาคารกลางประเทศต่าง ๆนิยมเก็บไว้เป็นทุนสำรองต่างประเทศ อีกทั้งการซื้อขายทั่วโลกส่วนใหญ่ก็นิยมชำระด้วยดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วงแรก ๆ ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 และศูนย์กลางการระบาดยังไม่ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่งในเดือนมีนาคม เนื่องจากบรรดานักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ ที่ปลอดภัยด้วยการเข้าซื้อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากสหรัฐอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางการระบาดและขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต ทำให้สถานการณ์กลับกลายเป็นตรงกันข้าม โดยดอลลาร์อ่อนค่าที่สุดในรอบ 2 ปีในวันที่ 27 กรกฎาคม เนื่องจากนักลงทุนหันไปหาทองคำแทน สภาวการณ์ดังกล่าวเริ่มถูกตั้งข้อสังเกตว่านี่คือ สัญญาณของการเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ดอลลาร์สหรัฐ “ถูกเท” เป็นเพราะสหรัฐตามหลังประเทศอื่น ๆ อย่างมากในแง่ของการยับยั้งการระบาด และคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ รวมทั้งยุโรป นอกจากนี้การต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส ก็ทำให้ระดับการขาดดุลของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นภูเขาเลากา ประจวบกับดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ค่าดอลลาร์อ่อนลง

มาร์ก แชนด์เลอร์ หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของแบนน็อกเบิร์น โกลบอล ฟอเรกซ์ ชี้ว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลต่าง ๆ ในลักษณะสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐเกิดขึ้นเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่ค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่เท่านั้นที่เคลื่อนไหวสวนทาง แต่ยังมีผู้เล่นรายอื่นเข้าร่วมมากขึ้นด้วย ทั้งบรรดาผู้จัดการสินทรัพย์ นักเก็งกำไร และกลุ่มใหญ่ ๆ อย่างกองทุนป้องกันความเสี่ยง ต่างเห็นว่าอนาคตดอลลาร์สหรัฐไม่สดใส

REUTERS/Rick Wilking/File Photo/File Photo

นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 4.9% เมื่อเทียบกับยูโร เนื่องจากมีการคาดหมายว่าเศรษฐกิจยุโรปจะฟื้นตัวดีกว่าสหรัฐ อ่อนลง 2.5% เมื่อเทียบกับเยนของญี่ปุ่น อ่อนลง 6.4% เมื่อเทียบโครนาของสวีเดน อ่อนลง 4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ ส่วนค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ก็ล้วน
แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เช่น ค่าเงินเรียลของบราซิลแข็งค่าขึ้นกว่า 6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเปโซของเม็กซิโกแข็งขึ้น 4.9% ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งใช้วัดการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับตะกร้าเงิน พบว่าอ่อนลง 3.77% ในเดือนกรกฎาคม ถือว่าอ่อนค่ามากที่สุดนับจากเดือนเมษายน 2011 ซึ่งในครั้งนั้นลดลง 3.85%

เจนส์ นอร์ดวิก ซีอีโอของเอ็กเซนเต บอกว่า ดอลลาร์สหรัฐเจอปัญหาหนักพร้อมกันหลายอย่าง ทำให้จากที่เคยแข็งค่ามาตลอด 6 ปี ก็เริ่มจะปรับฐาน เพราะมีแนวโน้มว่าสหรัฐจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่ย่ำแย่ที่สุดในแง่การควบคุมการระบาด ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ดังนั้นคิดว่าการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐจะอยู่ในทิศอ่อนค่าต่อไป เป็นการยากที่จะบอกว่าแนวโน้มเช่นนี้จะหยุดเมื่อไหร่

ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ทองคำเป็นฝ่ายได้เปรียบ โดยในตลาดล่วงหน้าเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1941.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยนอกจากเป็นเพราะดอลลาร์อ่อนค่าลงแล้ว ยังเป็นเพราะนักลงทุนหวั่นวิตกปัญหาเงินเฟ้อจากการที่ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ระดมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกู้วิกฤต นักวิเคราะห์บางคนประเมินว่าราคาทองคำอาจขึ้นไปแตะ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ภายใน 2 ปี

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น โดยในเดือนกรกฎาคม ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 4.2% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นของหลายประเทศที่ปรับขึ้นเนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าเพราะทำให้ต้นทุนค่าสินค้าและบริการจากสหรัฐมีราคาถูกลง ตราบใดที่ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า ตลาดหุ้นก็จะปรับขึ้นต่อไป ถ้านักลงทุนออกไปลงทุนหุ้นนอกสหรัฐมาก ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อตลาดหุ้นสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนเริ่มออกไปลงทุนหุ้นต่างประเทศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และยังเป็นเช่นนั้นจนถึงปัจจุบัน