เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

TSMC ขึ้นเบอร์ 1 ผู้ผลิตชิป ดันไต้หวันกุมชะตาสงครามเทค

07 ส.ค. 2563 | 12:16น.

การประกาศของ “อินเทล” เมื่อ 24 ก.ค. 2020 โดยยืดระยะเวลาของการเริ่มผลิตชิป 7 นาโนเมตร ออกไปจากปัญหากระบวนการผลิต พร้อมส่งสัญญาณว่าจะถอนตัวออกจากการเป็นผู้ผลิตชิปเพื่อหันไปโฟกัสในกระบวนการออกแบบและวิจัยแทน ซึ่งหากอินเทลถอนตัวออกจากการเป็นผู้ผลิตชิปจริง เท่ากับผลักดันให้ “ทีเอสเอ็มซี” (TSMC) เข้ามาเติมเต็มช่องว่างจนกลายเป็นผู้ผูกขาดตลาดการผลิตชิป และส่งเสริมบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ของทีเอสเอ็มซี รวมถึงไป “ไต้หวัน” ที่เป็นแผ่นดินแม่ของบริษัทให้สูงขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐ

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทที่สามารถผลิตชิประดับสูงมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างงานวิจัยจาก “ยูเรเชียน กรุ๊ปส์” บริษัทที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีซึ่งระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตชิปเพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้นที่มีเทคโนโลยีและความรู้ความสามารถที่เพียงพอสำหรับการผลิตชิประดับสูงขนาด 7 นาโนเมตรลงไปได้ ได้แก่ อินเทล ซัมซุง และทีเอสเอ็มซีซึ่งการถอนตัวของอินเทลออกจากการเป็นผู้ผลิตชิปจะทำให้ “ทีเอสเอ็มซี” มีอำนาจต่อรองในตลาดเพิ่ม ขณะที่ผู้ผลิตอีกรายคือ “ซัมซุง” ยังมีธุรกิจอีกมากมายให้พะวง และยังไม่มีความประหยัดเชิงขนาด (economy of scale) เท่ากับทีเอสเอ็มซี

ดังนั้น ทีเอสเอ็มซีจึงทวีความสำคัญต่อการเป็นผู้ผลิตชิประดับสูงที่เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยียุคอนาคต

“เบรต สเวนสัน” นักวิจัยจาก “สถาบันวิสาหกิจอเมริกัน” (American Enterprise Institute) สำนักคิดด้านนโยบายจากกรุงวอชิงตัน ชี้ว่า แม้อินเทลจะไม่หายไปจากการเป็นผู้ผลิตชิปทันที แต่จะลดบทบาทอย่างต่อเนื่อง

และจะส่งผลให้ “ทีเอสเอ็มซี” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างช้า ๆ และมีบทบาทสูงยิ่งจากการเป็นผู้ซัพพลายชิปให้กับสหรัฐและจีน ที่กำลังแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีชิงนำการเป็นเบอร์หนึ่งโลกอย่าง เอไอ ไอโอที คลาวด์คอมพิวติ้ง

ด้วยบทบาทของทีเอสเอ็มซีต่อซัพพลายเชนนี้เอง ได้ส่งผลให้เกาะไต้หวันซึ่งมีฐานโรงงานของทีเอสเอ็มซีจำนวนมากมีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์ไปโดยปริยาย รายงานของ “เคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช” บริษัทที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอีกแห่งชี้ว่า ในปี 2019 ทีเอสเอ็มซีมีสัดส่วนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มากกว่า 50% ของทั้งโลก ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ใน “ไต้หวัน” นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า ทีเอสเอ็มซีจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิป 5 นาโนเมตร สู่ระดับ 38.5% ของทั้งโลกในปี 2024 ซึ่งปัจจุบันทีเอสเอ็มซีมีโรงงานใน “ไต้หวัน” และ “แอริโซนา” เท่านั้น ที่สามารถผลิตชิป 5 นาโนเมตร อันเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของแต่ละค่าย และสถานีฐาน 5G

สำหรับจีนที่ยังมีอุตสาหกรรมการผลิตชิปในประเทศที่ตามหลังสหรัฐอยู่ แม้รัฐบาลจีนจะเร่งสนับสนุนบริษัทผู้ผลิตชิปภายในประเทศก็ตาม

โดย “พอล ทริโอโล” หัวหน้าทีมวิจัยด้านเทคโนโลยีจาก “ยูเรเชียน กรุ๊ปส์” ชี้ว่า บริษัทผู้ผลิตชิปที่ก้าวหน้าที่สุดของจีนอย่างเอสเอ็มไอซี (SMIC) ยังตามหลังบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่างน้อย 3-5 ปี จีนจึงต้องพึ่งพาการนำเข้าชิปจากไต้หวัน และยังต้องการให้ทีเอสเอ็มซีขยายฐานการผลิตมายังประเทศของตนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม

ซึ่งจากความสำคัญดังกล่าว “พอล ทริโอโล” ได้ตั้งข้อสังเกตว่า จีนไม่กล้าลงดาบต่อทั้งทีเอสเอ็มซีและไต้หวันจากกรณีการไปตั้งโรงงานที่แอริโซนา เนื่องจากอำนาจต่อรองของทีเอสเอ็มซีมีสูงจากการกุมซัพพลายการผลิตชิป

ในส่วนของสหรัฐที่มีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจำนวนมาก เช่น แอปเปิล ควอลคอม อินวิเดีย หรือแม้แต่อินเทล เป็นต้น ที่สามารถออกแบบชิปเองได้ แต่ในขั้นตอนการผลิตจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไต้หวัน

ดังนั้นเกาะไต้หวันจึงกุมความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อสหรัฐเป็นอย่างมาก หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลให้ไต้หวันไม่สามารถส่งออกสินค้าเหล่านี้ได้ ย่อมกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ

ซึ่ง “เบรต สเวนสัน” ชี้ให้เห็นว่า บทบาทของสหรัฐที่แสดงออกว่าพร้อมจะปกป้องไต้หวันจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีน ไม่ได้แสดงออกเพียงวัตถุประสงค์ทางการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของเกาะไต้หวันที่มีต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐอีกด้วย

จึงกล่าวได้ว่าสหรัฐก็ต้องพึ่งพาไต้หวันในลักษณะเดียวกับจีนเช่นกัน

ดังนั้น บทบาทบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศของทั้ง “ทีเอสเอ็มซี” และ “ไต้หวัน” หลังยุคการถอนตัวออกจากการเป็นผู้ผลิตของอินเทลก็จะพุ่งขึ้นสูงลิ่ว กลายเป็นคนเนื้อหอม ในเกมการแย่งชิงตัวเข้าสู่อ้อมปีกของมหาอำนาจทั้งสอง ที่ต้องการให้ทีเอสเอ็มซีขยายฐานการผลิตมายังประเทศของตน และรับประกันการเป็นผู้ซัพพลายชิปให้กับบริษัทเทคโนโลยีของประเทศตน

แม้สหรัฐดูจะได้เปรียบกว่าจีนในเกมดึงตัวครั้งนี้ อย่างล่าสุดเพิ่งโน้มน้าวให้ทีเอสเอ็มซีเข้ามาตั้งโรงงานในแอริโซนา มูลค่ากว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่สูงสุดที่ตั้งอยู่นอกเกาะไต้หวัน อีกทั้งสหรัฐก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล “ไช่อิงเหวิน”

อย่างไรก็ตาม หากการเมืองไต้หวันเกิดการพลิกขั้ว โดยพรรคก๊กมินตั๋งที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลจีนสามารถเอาชัยเหนือไช่อิงเหวินได้ เกมการแข่งขันก็อาจจะเปลี่ยนไปได้