เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
ดูทั้งหมด

แรงงาน 4 แสนคนเคว้ง ส่งออกการ์เมนต์สูญ 3 หมื่นล้าน ต่ำสุดรอบ 60 ปี

08 ส.ค. 2563 | 17:18น.

วิกฤตอุตสาหกรรมสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่มหนักสุดรอบ 60 ปี โควิด-19 ทุบยอดส่งออกดิ่งนรก 30,000 ล้าน สะเทือนแรงงาน 400,000 คน ส่งผล “โรงงานห้องแถว” สังเวยปิดตัว กระทบซัพพลายเชนเสียหายทั้งระบบ  คาดไม่เกิน 4 ปี จากผู้ผลิตป้อนตลาดโลกรายใหญ่ ไทยจะกลายเป็นประเทศผู้นำเข้า

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกเสื้อผ้าทั่วโลก แบรนด์ชั้นนำอย่าง “MUJI” ในสหรัฐได้ยื่นล้มละลายและปิดกิจการไปถึง 18 สาขา “Nike” ก็ขาดทุนถึง 790 ล้านเหรียญสหรัฐ และเตรียมปลดพนักงานทั่วโลก “ZARA” ปิดกิจการไป 250 สาขาทั่วโลก แบรนด์ “Victoria’s Secret” ในอังกฤษประกาศล้มละลายปิดสาขา 250 สาขา ส่วน “Chanel” ประกาศหยุดกิจการผลิตที่ประเทศสหรัฐ-สวิตเซอร์แลนด์ และขึ้นราคากระเป๋าเพื่อชดเชยรายได้ 20% ส่วนผู้ประกอบการไทยล่าสุดอย่างกระเป๋าผ้า “นารายา” ก็เป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบจนต้องประกาศปิดโรงงาน 2 จาก 3 แห่ง และปิดร้านขายปลีกประมาณ 10 แห่ง หลังจากออร์เดอร์ลูกค้าหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีนหายไป

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะกระทบต่อตลาดส่งออกเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีมูลค่า 200,000 ล้านบาทต่อปี ผู้ผลิตเสื้อผ้าไทยทั้งที่เป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ดัง หรือเจ้าของแบรนด์ ที่เคยประสบความสำเร็จระดับนานาชาติต้องตัดสินใจลดเวลาทำงาน การปิดโรงงานแบบชั่วคราว ไปจนถึงการปิดโรงงานอย่างถาวรด้วยการประกาศขายเครื่องจักรและลดการจ้างงานลง

ช็อกรุนแรงสุดรอบ 60 ปี

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากโควิดทำให้ตลาดเสื้อผ้า “หดตัวรวดเร็วและรุนแรง” โดยมูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกหายไปแล้วประมาณ 15,000 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มสถานการณ์การส่งออกในครึ่งปีหลัง หากออร์เดอร์สำหรับปีใหม่-คริสต์มาส ไม่เข้ามาช่วย คาดว่าภาพรวมการส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มทั้งปีนี้จะหายไปประมาณ 30,000 ล้านบาท หรือลดลง 25-30% ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี เทียบกับช่วงที่ “ยกเลิกโควตาสิ่งทอ” ตอนนั้นลดลงหนักที่สุดก็แค่ 10% และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ สมาคมคาดว่าจะมีผู้ผลิตในอุตสาหกรรมนี้ไม่ต่ำกว่า 20% ต้องปรับเปลี่ยนอาชีพไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแรงงานในภาคอุตสาหกรรมนี้ที่มีอยู่ประมาณ 400,000 คนทันที

“ช่วงแรกที่โควิดระบาดเดือนมีนาคม-เมษายน ผู้ผลิตยังไม่ปิดโรงงาน เพราะเมื่อออร์เดอร์เสื้อผ้าหายไปก็หันไปเร่งผลิตหน้ากากอนามัยผ้าแทน แต่จนถึงเดือนกรกฎาคมปริมาณหน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้าก็เริ่มล้นตลาดแล้ว มาถึงเดือนนี้เราก็ยังส่งออกหน้ากากผ้าไม่ได้ เพราะคู่แข่งทั้งบังกลาเทศ-อินโดนีเซีย-จีน-เวียดนาม-กัมพูชา-เมียนมา ต่างก็หันมาทำหน้ากากอนามัยเช่นกัน ราคาลดลงทุกอาทิตย์ ผลก็คือกลุ่มโรงงานขนาดเล็กพวกโรงงานห้องแถวจะปิดตัวไปก่อนและโรงงานพวกนี้จะหายไปเลย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม จากนั้นก็จะขยับขึ้นมาถึงโรงงานขนาดกลาง-ใหญ่ นับจากเดือนนี้เป็นต้นไปจะเห็นภาพการปิดโรงงาน ทั้งแบบชั่วคราว 2-3 เดือน เพื่อใช้สิทธิ 62% ตามมาตรา 33 ประกันสังคมที่จะหมดในเดือนนี้ รวมถึงการลดเวลาทำงานเหลือ 4-6 วัน/สัปดาห์หรือสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เวิร์กวิทเอาต์เพย์ และจะปิดถาวรมากขึ้นตามสถานการณ์ของแต่ละโรงงาน” นายยุทธนากล่าว

ผู้ผลิตกลายเป็นผู้นำเข้าเสื้อผ้า

แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือ “ปัญหาซัพพลายเชนขาด” เพราะเมื่อเสื้อผ้าขายไม่ได้ก็จะกระทบไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งซัพพลายเชน เช่น เส้นด้าย-ย้อม-ทอ-ซิป-กระดุม และส่วนประกอบต่าง ๆ จากซัพพลายเชนที่ไทยเคยมีครบตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ แค่ปิดโรงงานชั่วคราว 2-3 เดือน “ออร์เดอร์” ลูกค้าก็หายไปแล้ว และที่สำคัญแรงงานก็จะหายไปด้วย การจะฟื้นคืนกลับมายาก โอกาสที่ปีหน้าจะฟื้นมีแค่ 70-80% หากจะกลับมาแข็งแรงได้คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ประกอบกับทุกประเทศที่เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า-เครื่องนุ่งห่ม ทั้งจีน-เวียดนามก็มีสินค้าเหลือจะส่งออกมาขายในตลาดโลกที่แคบลงมากขึ้น ท้ายสุดประเทศไทยก็จะกลายเป็นผู้ซื้อเสื้อผ้า “ผมมองว่าจุดตัดจะอยู่ที่ในอีกไม่เกิน 4 ปีข้างหน้า เพราะเท่าที่ดูตัวเลขนำเข้าเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องปีละ 20% แต่ยอดส่งออกโตแค่ 1-5% โดยในปี 2562 มียอดนำเข้าถึง 170,000 ล้านบาท ขยับใกล้กับตัวเลขส่งออกที่ 220,000 ล้านบาทเข้ามาทุกทีแล้ว”

เวียดนามคว้าแต้มต่อ FTA

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในขณะนี้ก็คือ “โควิด” ตามด้วยปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าจากการที่ดอลลาร์อ่อน ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งต้องรอหลังการเลือกตั้งสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนสิ้นสุดลงว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีและจะมีนโยบายอย่างไร ขณะที่ประเทศไทยก็มีเรื่องความชัดเจนของการดำเนินนโยบายการค้าระหว่างประเทศ เช่น การเข้าร่วมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย-สหภาพยุโรป ความตกลง CPTPP จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร

“เวียดนามทำความตกลง FTA กับอียูไปแล้ว ได้รับการลดภาษี 12.5% เรื่องนี้สำคัญมาก เราจึงเห็นว่าจะมีนักลงทุนไปเวียดนามมากขึ้น บางรายปิดโรงงานที่ไทยเพื่อไปขยายที่เวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้เวียดนามมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกได้มากกว่าไทย 4 เท่า ขณะที่กัมพูชาผลิตและส่งออกมากกว่าไทย
2 เท่า และเมียนมาจะแซงไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า” นายยุทธนากล่าว

FN ปิดสาขาหาดใหญ่

ขณะที่นายปรีชา ส่งวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอฟเอ็น เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN กล่าวว่า เอฟเอ็น เอ๊าท์เลท มีจำนวนสาขาทั้งหมด 12 แห่ง แต่ล่าสุดได้ปิดสาขาที่อำเภอหาดใหญ่ไป 1 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่เช่าแยก “แต่ในหาดใหญ่เรายังคงเหลืออีก 1 สาขา ที่ห้างไดอาน่า”

อนาคตของ FN จะต้องปรับตัวเพิ่มขึ้น จะต้องมีความทันสมัยมีการใช้ช่องทางออนไลน์ เพราะในช่วงโควิดช่องทางออนไลน์สามารถสร้างยอดขายเติบโต 3 เท่า ซึ่งการบริหารจัดจำนวนคนในแต่ละสาขาอาจจะไม่ต้องมาก แต่เน้นใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ

“หากเทียบวิกฤตตอนปี 2540 ที่เราหันมาทำเอาต์เลตในประสบการณ์ เรามองว่ามันเป็นคนละแบบช่วงปี 2540 เราเป็นศูนย์กลางต้มยำกุ้งของวิกฤต แต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นทั้งโลก ส่งออกทั่วประเทศลดลง การจับจ่ายน้อยลงไปหมด ช่องทางที่เราจะพลิกฟื้นกลับมาได้เร็ว ตอนเกิดต้มยำกุ้งเรามองว่าต้องทำ FN เอ๊าท์เลท แต่ตอนนี้แน่นอนว่าหลังโควิดเกิดพฤติกรรมใหม่ new normal คนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป แต่ดีที่จุดสำคัญที่ FN ได้เปรียบก็คือ สินค้าของเราส่วนใหญ่ 65-70% เป็นแบรนด์สินค้าของเราเอง ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ที่เรานำเข้ามาจำหน่ายมีเพียงแค่ 30% ดังนั้น คนที่เปลี่ยนเร็วจะรอด ธุรกิจค้าปลีกกำลังถูกดิสรัปชั่น เราไม่เพิ่มจำนวนสาขา แต่จะใช้ช่องทางออนไลน์แทน เรามองค้าปลีกจะไปทิศทางไหน อาจเป็นไปใน corporate to customer (C to C) ที่ต้องวิธีการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีมากขึ้น มีผู้ซื้อกับผู้ขายไม่ต้องมีคนกลาง หรือ B to B อันนี้ก็ปกติ เราจะไม่พึ่งเอาต์เลตอย่างเดียว” นายปรีชากล่าว