เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

“ท่องเที่ยว” ปีนี้ที่ว่าแย่ ใคร ๆ ก็บอกว่าปีหน้า “แย่กว่า”

22 ส.ค. 2563 | 10:45น.
สนามบิน
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]

ย้ำชัดเจนจากคำแถลงของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี หลังจากมีคณะรัฐมนตรีใหม่แล้วว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้จะไม่หายไปได้ในเร็ววัน ทุกคนต้องยอมรับความเป็นจริงว่า เราคงจะต้องทนทุกข์กับวิกฤตนี้ไปจนถึงปลายปีหน้า

เหตุผลก็คือ เศรษฐกิจของประเทศไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และทำการค้ากับทุกประเทศทั่วโลกเช่นกัน ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเป็นปกติได้ก็ต่อเมื่อประเทศอื่น ๆ ที่เป็นประเทศเป้าหมายด้านการท่องเที่ยว และประเทศคู่ค้าก็ต้องกลับมาสู่ภาวะปกติด้วยเช่นกัน

กล่าวสำหรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวนั้น ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารในหลาย ๆ องค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้หนักหนาสาหัสนัก และไม่เชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้นได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ หรือปลายปีนี้ ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยวไทยแน่นอน

โดย “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ผู้บริหารสนามบินหลัก ๆ ของไทยบอกว่า ปกติช่วง “เวลาทอง” ที่สามารถทำรายได้จากการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก คือ ช่วงเดือนตุลาคม, พฤศจิกายน, ธันวาคม และมกราคม รวม 4 เดือน

นั่นหมายความว่า ถ้าดูจากสถานการณ์ในเวลานี้ ช่วง “เวลาทอง” ปีนี้ต่อเนื่องถึงมกราคมปีหน้า คือ ตุลาคม-ธันวาคม 2563 และมกราคม 2564 ประเทศไทยไม่มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ๆ เหมือนปี 2562 ที่ผ่านมาแน่นอน

เพราะแม้ว่าประเทศไทยจะเปิดให้มีการเดินทางระหว่างประเทศได้ แต่เชื่อว่าจะเป็นรูปแบบ travel bubble เป็นหลัก คือ เปิดรับเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หรือมีจำนวนเพียงแค่ไม่กี่พันคนต่อวัน ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไป (leisure) หรือกรุ๊ปทัวร์นั้นคงต้องรอลุ้นกันปีหน้า

หรือหากโชคดีเกิดมีวัคซีนโควิดออกมาในช่วงต้นปีหน้า ก็เชื่อว่าไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะเลยช่วง “เวลาทอง” ของการเดินทางท่องเที่ยวไปแล้ว

และที่สำคัญบรรดาสายการบินต่าง ๆ ก็ยังไม่กลับมาให้บริการเหมือนเดิมได้ โดยเฉพาะเส้นทางบินระหว่างประเทศ

ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงนี้จึงมั่นใจว่าปี 2564 จะเป็นปีที่สถานการณ์โดยรวมจะยิ่งแย่กว่าปีนี้

พร้อมคาดการณ์ว่า เชื่อว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะเริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงต้นปี 2565 และกลับมาเป็นปกติเท่ากับปี 2562 ได้ในช่วงประมาณตุลาคม 2565

การคาดการณ์แนวโน้มดังกล่าวนี้สอดรับกับการคาดกาณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยก่อนหน้านี้ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการ ททท. ได้คาดว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวรวมในปีนี้ประมาณ7.42 แสนล้านบาท จากมูลค่ารวมที่ 3 ล้านล้านบาทในปี 2562 ที่ผ่านมา

พร้อมประเมินว่า สำหรับปี 2564 นั้น สถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือประเทศยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปในระยะเวลาอันใกล้นี้ จะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยลดเหลือเพียง 6.75 แสนล้านบาท หรือลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ของปีนี้ลงไปอีกราว 9%

แต่ถ้าหากรัฐบาลเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเดินทางเข้ามาได้เร็วอาจจะทำให้รายได้ท่องเที่ยวของไทยในปีหน้าอยู่ที่ราว 1.52 ล้านล้านบาท หรือเติบโตจากตัวเลขคาดการณ์ในปีนี้ได้เท่าตัว

ขณะที่ผู้ประกอบการเอกชนส่วนใหญ่ต่างประเมินในทิศทางเดียวกันว่า วิกฤตโควิด-19 นี้น่าจะลากยาวไปอีกนาน เพราะแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทยจะดีขึ้น แต่การระบาดในประเทศต้นทางซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายนักท่องเที่ยวหลักของไทยยังคงมีปัญหาที่รุนแรง และมีการกลับมาแพร่ระบาดรอบใหม่อยู่

คำถามคือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยจะอยู่รอดกันอย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง “เงินทุนหมุนเวียน” เพราะธุรกิจไม่มีรายได้ติดต่อกันมาถึง 5-6 เดือนแล้ว

เพราะถึงแม้จะเปิดให้มีการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ผู้ประกอบการก็ยังไม่สามารถประคับประคองธุรกิจได้มากนัก บางรายยังเลือกปิดตัวต่อเนื่อง บางรายกลับมาเปิดให้บริการแล้วแต่ก็ประสบปัญหา “ขาดทุน” เพราะดีมานด์ในตลาดไม่เพียงพอ

รวมถึงยังไม่สามารถทำ “ราคา” ให้อยู่ในระดับที่เป็นมาตรฐานได้ ที่สำคัญกำลังซื้อของคนไทยยังมีแนวโน้มลดลงด้วย

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ ผู้ประกอบการที่เคยปิดตัวชั่วคราวบางส่วนได้เลิกจ้างพนักงานและปิดตัวถาวรไปเรียบร้อยแล้ว

ผู้ประกอบการที่อยู่รอดในเวลานี้จึงต้องตั้งสติ ฟิตร่างกายและจิตใจให้แข็งแกร่ง พื่อรับมือกับวิกฤตต่อไป เพราะใคร ๆ ก็บอกว่า ท่องเที่ยวไทยในปีหน้าจะยิ่งแย่กว่าปีนี้!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ