สบน.ดันเพิ่มสัดส่วนงบฯชำระหนี้ “ขั้นต่ำ” ขึงวินัยการคลัง
สบน.ดันปรับกรอบงบฯชำระหนี้รักษาวินัยการคลัง “ขั้นต่ำ” สูงขึ้น หวั่นเงินคืนหนี้ต่ำฉุดเครดิตประเทศ หลังจากปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลปรับลดสัดส่วนงบฯชำระหนี้ขั้นต่ำเหลือ 1.5% ของงบฯประจำปีชั่วคราว จากเดิมตีกรอบไว้ไม่ต่ำกว่า 2.5% เหตุมีการโอน 3.5 หมื่นล้านบาทไปใส่งบฯกลางดูแล “โควิด-19”
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีงบประมาณ 2564 สบน.จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานปรับปรุงสัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลรับภาระให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น หลังจากในปีงบประมาณ 2563 มีการปรับลดสัดส่วนขั้นต่ำลงเหลือ 1.5% จากเดิมอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 2.5% แต่ไม่เกิน 3.5% ของงบฯรายจ่ายประจำปี เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องโอนงบฯชำระคืนต้นเงินกู้ 3.5 หมื่นล้านบาทไปไว้ในงบฯกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อรับมือโควิด-19

“ปีนี้ที่โอนไปส่งผลให้การจ่ายเงินชำระหนี้เงินต้นลดลง ซึ่งก็ต้องยืดเวลาการชำระ (rollover) ออกไป เพราะคิดว่ารัฐมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่า ซึ่งการโอนไปใส่งบฯกลางก็ทำให้ต้องปรับกรอบล่าง หรือการตั้งงบฯขั้นต่ำลงจาก 2.5% เหลือ 1.5% โดยเราก็เสนอไปว่า การปรับดังกล่าวจะปรับเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2564 สบน.ก็จะยืนยันให้มีการปรับขอบล่างขยับขึ้นแน่นอน เราจะผลักดันแน่ เพราะการที่งบฯชำระหนี้ลดลงไป จะมีผลกระทบต่อมุมมองในการจัดอันดับเครดิต แต่เนื่องจากปีนี้เป็นปีพิเศษจึงไม่เป็นประเด็น” นางแพตริเซียกล่าว
สำหรับในปีงบประมาณ 2564 สบน.ได้รับจัดสรรงบฯชำระหนี้ 9.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่ 3% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยได้รับมา และเป็นตัวเลขที่ร้องขอมาโดยตลอด
ส่วนหนี้สินของรัฐวิสาหกิจหลาย ๆ แห่งที่เคยมีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังรับโอนมานั้น มองว่าหนี้สินดังกล่าวเกิดจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนมาตั้งแต่อดีต โดยเรื่องนี้ต้องมองว่าถ้าจะยกหนี้มาเฉย ๆ แต่ตัวองค์กรไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงองค์กร ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน ฯลฯ ก็จะกลายเป็นแก้ปัญหาแบบมองแค่ด้านเดียว
อย่างไรก็ดี ล่าสุด ครม.ได้เห็นชอบปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะ โดยได้ปรับหนี้ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกจากการเป็นหนี้สาธารณะจำนวน 12,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้เดิมที่คลังเคยกู้มาแล้วให้การบินไทยกู้ต่อ แต่เนื่องจากปัจจุบันการบินไทยได้พ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว จึงต้องปรับหนี้ดังกล่าวออกจากหนี้สาธารณะ ส่วนภาระการชำระหนี้ทางกระทรวงการคลังก็ต้องดำเนินการชำระคืนเจ้าหนี้ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังก็ได้ทำหนังสือไปทวงหนี้ดังกล่าวจากการบินไทยแล้ว