เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ดีอี” คุมเข้มเงินลงทุน2หมื่นล้าน ยกระดับโครงข่าย ดันไทยดิจิทัลฮับอาเซียน

08 ต.ค. 2560 | 02:22น.

กระทรวงดีอีการันตีลงทุน “เน็ตประชารัฐ-เคเบิลใต้น้ำ” 2 หมื่นล้านบาท ไม่สูญเปล่า คุมเข้มเงินทุกเม็ดเล็งจ้างที่ปรึกษาตรวจรับโครงข่าย ยกระดับการแข่งขันประเทศดันไทยเป็นดิจิทัลฮับอาเซียน แถมช่วยอัดฉีดเม็ดเงินกระจายลงท้องถิ่น

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ดีอีจะคุมเข้มการใช้จ่ายงบประมาณ 20,000 ล้านบาทในโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โทรคมนาคม ในส่วนเน็ตประชารัฐ 15,000 ล้านบาท และโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของอาเซียน 5,000 ล้านบาท ทั้งในขั้นตอนการติดตั้งที่ลงนามร่วมกับองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จะมีคณะกรรมการจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบทุกขั้นตอนและในส่วนการตรวจรับโครงข่ายก็จะจ้างที่ปรึกษามาตรวจสอบด้วย

ล่าสุด โครงการเน็ตประชารัฐ บมจ.ทีโอทีติดตั้งแล้ว 74% หรือ 18,000 หมู่บ้าน จะครบ 24,700 หมู่บ้าน ภายในสิ้นปีตามกำหนด ส่วนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ที่ให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) ดำเนินการนั้น อยู่ในขั้นตอนให้คณะกรรมการคุณธรรมตรวจสอบร่างข้อกำหนดทางเทคนิค และจะเริ่มขยายประสิทธิภาพโครงข่ายเดิมให้เสร็จในปี 2561 ขณะที่เส้นทางใหม่เคเบิลใต้น้ำจากไทยไปฮ่องกงจะเสร็จในปี 2563

“เน็ตประชารัฐ ทีโอทีจ้างซับคอนแทร็กต์ระดับจังหวัด, อำเภอหลายสิบสัญญา จึงกระจายเม็ดเงินถึงระดับชุมชน มั่นใจว่าเงินลงทุนไม่เสียเปล่า เพื่อดึงดูดผู้ให้บริการคอนเทนต์โพรไวเดอร์จากต่างประเทศมาลงทุนในไทยผลักดันให้ไทยเป็นฮับไอซีทีอาเซียน”

ส่วนการบริหารจัดการโครงข่ายที่เป็นทรัพย์สินของกระทรวงดีอี ในส่วนของเน็ตประชารัฐ ทีโอทีเตรียมเสนอค่าใช้จ่ายบริหารจัดการ ส่วนเคเบิลใต้น้ำแคทบริหาร

“อนาคต 2 โครงข่ายจะไปอยู่ในส่วน 2 บริษัทลูกที่รวมทรัพย์สินทีโอที และแคท ตั้งขึ้น (NBN co และ NDGC co) หรือไปรวมตั้งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ”

ด้าน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม เสริมว่า ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเติบโตก้าวกระโดดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 65% ต่อปี ล่าสุดอยู่ที่ 14 GB ต่อคนต่อเดือน หากไม่มีการขยายประสิทธิภาพตามนโยบายรัฐบาล โครงข่ายเดิมที่มีอยู่จะรองรับการใช้งานได้อีก 2 ปีเท่านั้น ส่วนโครงข่ายใหม่ที่ขยายขึ้นจะรองรับการใช้งานได้อย่างน้อย 30 TB และขยาย capacity ได้ต่อเนื่อง

“นอกจากช่วยเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังช่วยบาลานซ์ทราฟฟิกบนโครงข่ายที่เกิดขึ้น เพราะเส้นทางซับมารีนเคเบิลตอนนี้ 9 เส้นทาง 80% วิ่งลงภาคใต้ แต่เส้นทางใหม่ที่จะวางจะเกาะไปทางแผ่นดินใหญ่ขึ้นไปรองรับ AEC”

งบประมาณ 5,000 ล้านบาท จะใช้กับ 1.การขยายโครงข่ายบนบกเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงไปสู่เพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย 2.การขยายเส้นทางเชื่อม backhaul ในประเทศ ระหว่างสถานีเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งเป็นจุดขึ้นบกหลัก คือ ศรีราชา สงขลา สตูล ซึ่งเป็นการเพิ่ม capacity ศักยภาพการเชื่อมโยงภายในประเทศเพื่อรองรับทราฟฟิกให้สอดคล้องกับการขยายช่องทางระหว่างประเทศ และ 3.การสร้างเคเบิลใต้น้ำไทย-ฮ่องกง ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาร่วมลงทุนกับ 5 ผู้ให้บริการในเวียดนาม จีน และมาเลเซีย คาดว่าจะเรียบร้อยในปี 2563