เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
ดูทั้งหมด

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน “อีเวนต์กลับมาแล้ว…แต่ไม่เหมือนเดิม”

11 ก.ย. 2563 | 13:52น.
สัมภาษณ์

ธุรกิจอีเวนต์ที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ธุรกิจที่ตกอยู่ในสถานการณ์ “ซึมยาว” มาตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 งานใหญ่หลายงานถูกยกเลิก และหลายงานถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ถึงวันนี้แม้ว่าธุรกิจอีเวนต์จะได้รับการปลดล็อกแล้ว และการจัดงานจะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์การเว้นระยะห่างทางสังคม และทำให้จำนวนคนที่จะเข้างานถูกจำกัดไปโดยปริยาย

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) บริษัทอีเวนต์รายใหญ่ที่ฉายภาพรวมของธุรกิจอีเวนต์จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และทิศทางของธุรกิจต่อจากนี้ไป

Q : อัพเดตสถานการณ์อีเวนต์ล่าสุดเป็นอย่างไร

ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม เรื่อยเลยมาเดือนเมษายน พฤษภาคม ประมาณ 3 เดือนเต็ม ๆ ที่ธุรกิจอีเวนต์ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ หลังจากที่เริ่มคลายล็อกเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม จากนั้นผู้ประกอบการก็เริ่มกลับมาเคลื่อนไหว เริ่มมีภาพของการจัดงานที่อยู่ภายใต้มาตรการ new normal

ตอนนี้ในภาพรวมจะเห็นว่า อีเวนต์ต่าง ๆ เริ่มกลับมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เริ่มกลับมาไม่ได้ช่วยให้การกลับมาแบบ 100% แต่การจัดงานทำได้เพียง 1 ใน 3 บ้าง 50% บ้าง ขึ้นอยู่กับสเกลของงาน

Q : การปรับตัวของอินเด็กซ์ในช่วงที่ผ่านมา

ช่วงตั้งแต่ล็อกดาวน์ สิ่งที่บริษัทปรับตัวได้ คือ การเริ่มสร้างธุรกิจใหม่ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับ hygienic ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ภายในแค่ 2-3 เดือนหลังจากเปิดตัวเมื่อ 21 เมษายน ถึงวันนี้เรามีแฟรนไชส์ 25 แฟรนไชส์ ใน 27 เมือง และขยายไปใน 5 ประเทศ ไทย พม่า กัมพูชา ยูเออี ลาว ในนามบริษัท คิวแอนด์คลีน จำกัด ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และบริษัทยังมีแผนจะขยายธุรกิจนี้ออกไปให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่ารายได้จากธุรกิจใหม่ที่มีเข้ามาอาจจะทดแทนกับรายได้หลักจากธุรกิจอีเวนต์ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่รัฐบาลอนุญาตให้ทำคอนเสิร์ตได้ อินเด็กซ์ฯเป็นรายแรกที่ทำไฮบริดคอนเสิร์ต “คืนรอยยิ้ม” (18 กรกฎาคม) โดยใช้โมเดล friendship economy เป็นการเวิร์กกับไอคอนสยาม ศิลปิน ค่ายเพลงต่าง ๆ เพื่อทำคอนเสิร์ตภายใต้มาตรการ new mormal ให้เกิดได้จริง ๆ

ขณะที่คนอื่นทำเป็นแค่ออนไลน์คอนเสิร์ต แต่เราเนี่ยเป็นเจ้าแรกที่ทำไฮบริดคอนเสิร์ต คือมีทั้ง online และ offline และมีคนเข้ามาชมจริง ๆ ด้วย เป็นการสร้างมิติใหม่ของคอนเสิร์ต

จากนั้นก็มีงานในลักษณะนี้เป็นระยะ ๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่งมีงาน WAY-T คอนเสิร์ต ครั้งแรกเป็นเจกับติ๊นา ตามด้วย บุรินทร์กับ crescendo และถัดไปจะมีศิลปินวงอื่น ๆ ตามมา

สิ่งที่ต้องการอย่างหนึ่งสำหรับการจัดงานก็คือ การปลุกกระแสให้อุตสาหกรรมอีเวนต์ตื่น เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้คน สร้างความมั่นใจให้กับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งปกติฮอลล์จัดงานจะจุได้ประมาณ 3,000 คน เราก็ใช้อยู่ได้แค่ประมาณ 700-800 คน เต็มที่

ตอนนี้ยังมีคอนเสิร์ตอีก 2-3 งานที่กำลังคุยกันอยู่ แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน

Q :จากฮอลล์ที่จุได้ 3,000 ที่นั่ง แต่ต้องทำภายใต้เงื่อนไขของ ศบค. ที่จัดได้เพียง 700-800 ที่นั่ง ทำได้อย่างไร

ต้องบอกเลยว่า ต้นทุนแพงมาก

Q : ต้องบริหารจัดการยังไงบ้าง

ที่เราทำเป็นโมเดลที่เรียกว่า friendship economy คือ ทุกคนมาเป็นพาร์ตเนอร์กันหมด แล้วกำไรแบ่งกัน ไม่ได้มีค่าตัวอะไร เป็นการปรับตัวของทุกคนใน industry เพื่อให้มันเกิด ที่สำคัญคือ อินเด็กซ์ฯกล้าที่จัดเป็นคนแรก เป็นผู้บุกเบิก

เชื่อว่าครึ่งปีหลังนี้ ใน 4-5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ที่เหลืออยู่ ตั้งแต่กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม น่าจะทำให้ตัวเลขอีเวนต์กลับมาบ้าง หลาย ๆ คนอาจยังไม่เชื่อมั่นเท่าไหร่ แต่เราต้องทำ จริง ๆ ทำคอนเสิร์ตไม่ได้มองผลกำไรเป็นตัวตั้ง แต่มองในแง่ของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชม ลูกค้าต่าง ๆ ว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้

Q : งานของอินเด็กซ์ฯมีการเลื่อนหรือมีการยกเลิก

มีทั้งเลื่อน มีทั้งยกเลิก อย่างงานที่เป็น international ถูกเลื่อนออกไปทั้งหมด จากข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่ เรื่องของการเดินทาง เพราะไม่สามารถที่จะบินเข้ามาได้ หรือแม้กระทั่งงานแฟร์ที่มีแพลนจะจัดตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ก็ต้องเลื่อนออกไปพฤศจิกายน หรือธันวาคม บางงานก็เลื่อนไปเป็นปีหน้า รวมถึง World Expo ต้องเลื่อนไปเป็น 1 ตุลาคม ปีหน้า

ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกับลูกค้าเป็นระยะ ๆ ทุกคนก็ wait & see เพราะการจะบินข้ามประเทศยังไม่เกิดขึ้น รวมทั้งเงื่อนไขที่จะต้องมีการกักกันตัว 14 วัน

Q : จากนี้ไปมีอีเวนต์ที่จะจัดเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหนในปีนี้

ตอนนี้มีอีเวนต์ที่จะจัดเริ่มกลับมา แต่อย่างที่เรียนว่า สเกลจะลดลง 50% 60% จากเดิมที่เคยมี และก็มีอยู่ใน back log อีกจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มากนัก จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้อง diversify ไปทำอย่างอื่นเพิ่มขึ้น

นอกจากธุรกิจ คิว&คลีน ที่เป็นธุรกิจใหม่แล้ว ไฮบริดคอนเสิร์ต ก็จะเป็นแอเรียใหม่ของอินเด็กซ์ฯ

นอกจากนี้ยังจะมีการไลฟ์สดประมูลสินค้าออนไลน์ “คืนปล่อยของ” ซึ่งเพิ่งเริ่มมาได้ประมาณ 1 เดือน และกำลังปรับรูปแบบและจะขยายฐานให้ว้างขึ้น

สินค้าก็มาจากพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ ที่ทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกันหมด ก็คือขายของไม่ได้ ของอยู่ในสต๊อกหรืออะไรต่าง ๆ เอามา แล้วอินเด็กซ์ฯเป็นสื่อกลางให้

Q : การจัดงานต่าง ๆ ที่เริ่มกลับมาจะช่วยให้ในแง่ของรายได้ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด

เอาเข้าจริง ๆ หากเทียบกับปีที่แล้ว ต้องบอกว่าตัวเลขขยับเพียงนิดหน่อยเท่านั้น เพราะอีเวนต์เพิ่งเริ่มกลับมา และยังมีเวลาอีก 5 เดือน แต่บริษัทจะต้องปรับตัว อย่าลืมว่าตอนนี้อีเวนต์ใหญ่ ๆ เช่น งานมอเตอร์โชว์ งานบ้านและสวนแฟร์ อะไรพวกนี้กลับมาหมดแล้ว จากนั้นก็จะมีอีเวนต์อื่น ๆ ทยอยตามมา บริษัทยังมองบวก ทุกอย่างจนถึงสิ้นปีจะดีขึ้น

รวม ๆ แล้วที่ผ่านมา อินเด็กซ์ฯตัวเลขหายไปสักประมาณ 50% แต่ก็น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขจาก own project ที่เป็นไดเร็กชั่นของบริษัท

นอกจากนี้ แนวทางที่บริษัทวางไว้อีกอย่างหนึ่งก็คือ จะขยายธุรกิจ own project เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคิวแอนด์คลีน ที่ปีนี้คาดว่าจะได้เห็นสัดส่วนมากเรื่อย ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และยังเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี

หรือในส่วนของการจัดงานวิ่ง KILORUN ที่หยุดไป ญี่ปุ่นเค้าก็อยากให้กลับไป หรือที่สิงคโปร์ก็ยังอยู่ในแพลนของปีนี้ ก็คงต้องหยุดไปก่อน แต่อาจจะจัดในประเทศและกำลังคุยกันและอยู่ในช่วงที่วางแผน รวมทั้งงานไฮบริดคอนเสิร์ตและการประมูลสินค้าออนไลน์

Q : ในแง่ของมูลค่าตลาดรวมตลาดอีเวนต์น่าจะหายไปจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว

ปีที่แล้วตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านบาท เฉพาะอีเวนต์ ไม่รวมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไม่รวมคอนเสิร์ต แต่ถ้ารวมทุกอย่างทั้งคอนเสิร์ต แฟร์ งาน exhibition ตัวเลขน่าจะประมาณ 3 แสนกว่าล้าน

ปีนี้น่าจะออกมาติดลบ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ไป 5 เดือนสุดท้าย คงจะค่อย ๆ ขยับตัวดีขึ้น แต่ก็คงไม่กลับมาเหมือนเดิม เพราะว่าช่วงเวลาที่หายไป 3-4 เดือน หลายงานถูกเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด

โดยส่วนตัวประเมินว่า กลับมาได้เต็มที่สัก 40-50% ของปีที่แล้วก็แจ๋วแล้ว

อีเวนต์จะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม อย่างน้อย ๆ อีก 1 ปี จากนี้ไปเราจะไม่มีงานคอนเสิร์ต EDM ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เป็นต้น ทุกอย่างจะหายไปหมด

เพราะฉะนั้น การที่ยังคิดว่ามันจะกลับมา อาจจะไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าปีหน้าอีก 1 ปี ยิ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เขาคุยกัน 3 ปี สายการบิน 3 ปีกว่าจะกลับมา การที่เรายังมีความหวังในธุรกิจเดิม ๆ ผมว่ามันจะอยู่ไม่รอด

และสิ่งที่ต้องปรับตัว คือ ปรับเข้าไปสู่ธุรกิจที่เข้าถึงโลกปัจจุบัน สิ่งที่อยากฝากคือ การปรับ พูดง่าย ๆ ถ้าคิดอยากจะ survive ใช้คำว่า ปรับตัวเอง ไม่น่าจะพอ ต้องเปลี่ยนตัวเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน