เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

รู้เพื่อตั้งรับ! 5 รูปแบบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

15 ก.ย. 2563 | 14:31น.

ท่ามกลางปัจจัยที่ยังไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด 19 ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยไว้อย่างน่าสนใจ มาดูกันว่ามีความเป็นไปได้ในลักษณะใดบ้าง

#COVID19 #การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ #bangkokbank #bangkokbanksme #sme

ท่ามกลางการระบาดของโควิด 19 เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างไร? ใช้เวลานานหรือไม่ในการฟื้นตัว? และจะฟื้นตัวในรูปแบบไหน? สิ้นปีนี้จะหดตัวไปเท่าไหร่?
คำถามเหล่านี้คงไม่ได้เป็นปัญหาคาใจของนักเศรษฐศาสตร์การเงินให้ต้องปวดหัว ในการออกมาคิดคำนวณนำเสนอ ทำข่าวเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะสัมพันธ์กับการเงิน การลงทุน การจ้างงาน และรายได้ในภาคครัวเรือน หรือจีดีพีของประเทศด้วย จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 กระหน่ำเศรษฐกิจทั่วโลกให้มีการหดตัวลง ซึ่งการหดตัวลงนั้นหมายถึงรายได้ที่จะลดลงไปด้วย อ้างตามหลักทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ที่ระบุว่าหากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีหดตัวลงในระยะ 2 ไตรมาสติดต่อกัน ถือว่าประเทศนั้นๆ กำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme

โดยเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงซบเซาจนเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ไปแล้ว สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกติดลบ 1.8% เป็นการติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 57 เป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการลงทุนภาครัฐและเอกชนปรับตัวลดลง ขณะที่การส่งออกมีมูลค่า 60,867 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 1.5% ซึ่งเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส ตามการขยายตัวของการส่งออกทองคำ และกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์จากสงครามการค้าในช่วงก่อนหน้าและการระบาดของโควิด 19

ทั้งนี้การที่ภาครัฐทยอยคลายล็อกให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาเปิดดำเนินการได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 63 เป็นเครื่องชี้วัดได้ว่าเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะหดตัว จากกำลังซื้อที่อ่อนแอของครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะเดียวกันการส่งออกและการท่องเที่ยวยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย และสถานการณ์โควิดในต่างประเทศที่ยังไม่ยุติ ทิศทางดังกล่าวคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2563 หดตัวลงลึกสู่ตัวเลขสองหลัก

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง แนวโน้มเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ในหลายประเทศที่ยังรุนแรง ซึ่งจะทำให้การเปิดพรมแดนระหว่างประเทศของไทยอาจเกิดขึ้นอย่างจำกัด ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ในขณะที่แรงฉุดจากเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และประเทศอื่นๆ ตลอดจนค่าเงินบาทที่แข็งค่า อาจยังกดดันการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหมวดสินค้าไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

ด้านมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิดควบคู่กับแรงขับเคลื่อนจากกลไกภาครัฐ ผ่านการอนุมัติแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 4 แสนล้านบาท ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จะเข้ามาช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีทยอยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด อย่างไรก็ตามการกลับสู่ภาวะปกติก่อนโควิดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจคงต้องใช้เวลา และจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่าประเทศไทยจะฟื้นตัว ไปในทิศทางใด และจะเป็นไปตามทีทิศทางที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้หรือไม่

โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ฟื้นตัวเร็วอย่างก้าวกระโดด เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวกลับมาอาจจะใช้เวลาถึงปลายปี 2564 หรือใช้เวลาเกือบ 2 ปี เศรษฐกิจถึงกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้นก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในลักษณะเครื่องหมายถูกหางยาว หรือที่รู้จักกันในชื่อ Swoosh-shaped บ้างก็เรียกกันว่า Nike-shaped ซึ่งเป็น 1 ใน 5 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีการคาดการณ์ไว้ ดังนี้

1. แบบ V-Shape (วี เชป) หรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ “รูปตัววี” เป็นการลงเร็ว ฟื้นเร็ว ในอดีตการฟื้นตัวส่วนใหญ่เป็นรูปตัววีพร้อมกับกิจกรรมที่กลับสู่ระดับก่อนเกิดภาวะถดถอย ในเวลาเดียวกันหรือน้อยลงตามระยะเวลาของการตกต่ำ แต่การหยุดชะงักอย่างกะทันหันของกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย เมื่อเปิดตัวทางเศรษฐกิจครั้งใหม่จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระหว่างช่วงพักฟื้น โดยเศรษฐกิจได้รับผลกระทบรุนแรงไถลลงลึก อยู่ที่ก้นเหวช่วงสั้นๆ แล้วค่อยๆ ฟื้นตัว แบบตกแรงดีดแรง

2. แบบ Nike-shaped, Swoosh, Tick or Italicized V Shape (ไนกี้ เชป) หรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ “รูปเครื่องหมายไนกี้” เป็นการไถลลงเร็วและค่อยๆ ฟื้นตัว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนี้จะมีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายถูกหางยาว คือเป็น V-shaped เป็นการไถลลงเร็วค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงแรก และค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงท้าย และเศรษฐกิจจะเติบโตช้าในระยะยาว หรือมีการไถลลงเร็วแต่จะค่อยๆ ฟื้นตัว คล้ายกับ V Shape ที่เป็นกรณีพื้นฐาน (base case)

3. แบบ U-Shape (ยู เชป) หรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ “รูปตัวยู” มีการหดตัวนาน ฟื้นตัวช้า คล้ายกับรูปแบบที่สองแต่ต่างกันตรงที่ระยะเวลาของผลกระทบที่อาจนานกว่า ทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ใช้เวลานานหลายปี เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศและภาคการท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาฟื้นตัวได้ภายในปีนี้ จากการเกิดการชะงักงันด้านอุปทาน เนื่องจากกำลังซื้อหายไป

4. แบบ W-Shape การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบ “ดับเบิล ดิป” เป็นการฟื้นเร็วและดิ่งลงรอบสอง จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในขณะนี้มีโอกาสที่สัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย จากการกลับมาแพร่ระบาดของไวรัสในคลื่นลูกที่สอง

5. แบบ L-Shape การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ “รูปตัวแอล” เป็นการหดตัวยาวนาน ไร้สัญญาณการฟื้นตัว ลักษณะเศรษฐกิจในรูปแบบนี้ถือเป็นเคสที่สาหัสสุด ซึ่งหมายถึงการดิ่งลงอย่างฉับพลัน ทุกอย่างหยุดชะงัก ในขณะที่เส้นกราฟจะยังคงเดินต่อไปในแนวนอนต่อเนื่องไปอีกหลายปี จนกว่าจะแน่ใจว่าการปิดตัวของเศรษฐกิจโลกจะจบลงและกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นกรณีเลวร้ายสุด ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้

แหล่งอ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com/
https://www.bot.or.th/


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<

________________________________________
Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333