เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สนค. เปิดระบบ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ ใช้ AI บริหารราคาสินค้าเกษตร นำร่องข้าวก่อน
Economic สนค. เปิดระบบ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ ใช้ AI บริหารราคาสินค้าเกษตร นำร่องข้าวก่อน
เอเอเอส กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ นำเข้า-ขายรถจีน ‘VOYAH’ เสริมทัพอีกแบรนด์
Automotive เอเอเอส กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ นำเข้า-ขายรถจีน ‘VOYAH’ เสริมทัพอีกแบรนด์
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
Finance EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
Columns ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
Finance หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
Politics ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
ดูทั้งหมด

“กสิกรไทย” จัดทัพสู้วิกฤตลากยาว 3 ปี ชู “LINE BK” หัวหอกใหม่ธุรกิจ

05 ต.ค. 2563 | 10:01น.
ขัตติยา CEO K bank

ซีอีโอเคแบงก์ “ขัตติยา อินทรวิชัย” เปิดยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตเศรษฐกิจลากยาว 3 ปี แบ่งทีมนักรบ “ทีมแก้ปัญหา-ทีมมองอนาคต” เตรียมพร้อมวิ่งหลังวิกฤตชูธงออนไลน์แบงกิ้ง รุกจับมือพันธมิตรเบอร์ 1 ทุกวงการเข้าไปอยู่ในทุกช่วงชีวิตของลูกค้า หัวหอกใหม่ “LINE BK” ธนาคารออนไลน์ให้บริการสินเชื่อ-ฝากเงินผ่านไลน์ เขย่าวงการ ต.ค.นี้ ชี้ธนาคารแข็งแกร่งแต่ต้องเลือกช่วย “ลูกหนี้” ที่มีโอกาสรอด เผยโจทย์แก้หนี้คำตอบไม่ใช่แค่แบงก์ ยอมรับธุรกิจท่องเที่ยวต้องยืนระยะให้ได้อีกอย่างน้อย 1 ปี

ตั้ง 2 ทีม “แก้หนี้-มองอนาคต”

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากผลกระทบจากโควิด-19 และโจทย์เศรษฐกิจโลกมองว่า ภาพเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบ U shaped โดยจะลากไปอีก 2-3 ปี กว่าเศรษฐกิจจะกลับมาดีเหมือนก่อนโควิด-19 ขณะที่สถานการณ์ลูกหนี้ของแบงก์ช่วงนี้ภาพยังมองไม่ชัด เนื่องจากมีมาตรการ debt holiday ลูกค้าทุกรายเข้าโปรแกรม ทำให้การรายงานผลของแต่ละธนาคารบอกได้ค่อนข้างยาก แต่หลังตุลาคมนี้ไปแล้วคงเริ่มเห็นชัดว่าเป็นยังไง

ในสถานการณ์วิกฤตลากยาว 2-3 ปี ซีอีโอเคแบงก์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของธนาคารจึงแบ่งเป็น 2 ทีม คือ 1.ทีมต่อสู้แก้ปัญหาและช่วยเหลือลูกค้าให้ไปต่อ และ 2.ทีมมองอนาคต เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น new normal คืออะไร ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างไร มีอะไรที่สำคัญมากขึ้น มีอะไรที่ไม่สำคัญแล้ว และมีอะไรที่ต้องเร่งทำมากขึ้น ธนาคารต้องมาทบทวนใหม่ จึงต้องมีทีม rethink, reform strategy และทรานส์ฟอร์มเพื่อที่จะพร้อมวิ่งหลังวิกฤต

ลูกหนี้ 4% ส่อเลิกกิจการ

สำหรับทีมต่อสู้แก้ปัญหาหนี้ก็ต้องมีความทนทานต่อปัญหา และจากที่ปลายเดือนตุลาคมนี้ก็จะหมดมาตรการพักหนี้ ตอนนี้แบงก์ก็ได้ติดต่อลูกค้าเกือบหมดแล้ว ทั้งสินเชื่อบุคคลและเอสเอ็มอีกว่า 3 แสนราย ซึ่งประมาณ 80% พร้อมจะกลับมาชำระหนี้ตามปกติ ส่วนที่เหลือ 16% ขอใช้มาตรการช่วยเหลือต่อ และมีกลุ่มที่ติดต่อไม่ได้ 4% ซึ่งเข้าใจว่าเลิกกิจการ จากฐานลูกค้าเอสเอ็มอี 96,000 ราย

อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีความพร้อมรับมือไม่เฉพาะกสิกรไทย เพราะวันนี้ เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) เฉลี่ยของธนาคารไทยอยู่ที่ 16% เทียบกับสิงคโปร์ 15% มาเลเซีย 14% และสหรัฐ 13% ความแข็งแกร่งของธนาคารไทยไม่น้อยกว่าประเทศไหนเลย และทุกประเทศเจอโควิด ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะประเทศไทย

แผนช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤต

นางสาวขัตติยากล่าวว่า หลังสิ้นสุดมาตรการพักหนี้แบบเป็นการทั่วไปแล้ว แนวทางแก้ปัญหาของธนาคารจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไม่ได้มองเป็นอุตสาหกรรม ลูกค้าที่ยังพอไปได้ และมีแผนธุรกิจ ธนาคารพร้อมจะช่วย รายไหนที่ไปได้ดีก็พร้อมเสริมสภาพคล่องขยายกิจการ หรือรายไหนยังลำบากเอาแผนมาดูกัน จะยืดหนี้ช่วยลดภาระ หรือทำอย่างไรได้บ้าง สำหรับกลุ่มที่ไม่ไหวแล้วจะต้องปรับโครงสร้างหนี้ หรือทำอย่างไร แต่ละมาตรการจะแตกต่างกันไป

“เพราะด้วยภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำมาหลายปี ต้องยอมรับว่ามีธุรกิจที่แม้ไม่มีโควิดก็ไปไม่ได้ โควิดแค่เร่งสปีดให้มีความชัดเจน ซึ่งแม้ว่าธนาคารจะมีทุนเยอะ แต่เราก็ต้องใช้ทรัพยากรให้มีคุณค่ามากที่สุด เหมือนกับคุณหมอที่รักษาโควิด ดังนั้น ถ้าคนไข้คนนี้มีโอกาสรอดเรารักษา แต่ถ้าคนไข้ต้องเสียชีวิต เพราะมีโรคเบาหวานและโรคต่าง ๆ มากมาย เราก็ต้องเลือกช่วยชีวิตคนที่มีโอกาสรอด ก็เหมือนกันหากลูกหนี้อยู่ในสถานะที่อาจไปไม่รอดก็คงต้องปล่อย เอาเงินไปช่วยคนที่รอด กับคนที่เกือบรอดจะดีกว่า”

โจทย์แก้หนี้ไม่ใช่แค่แบงก์

ซีอีโอเคแบงก์อธิบายถึงกรณีที่ผู้ประกอบการโรงแรมภูเก็ตร้องขอการพักหนี้ 2 ปีว่า ถ้ารัฐบาลมีมาตรการออกมาจะให้ไปไหน แบงก์ก็พร้อมจะไป แต่แบงก์ไปอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีความช่วยเหลือของทุก ๆ ด้านไปพร้อมกัน นักท่องเที่ยวต้องมา จะมาแบบลองสเตย์หรือแบบไหนต้องมีความชัดเจน แบงก์สามารถดีไซน์ได้

แต่วันนี้ยังไม่รู้ มีแต่มาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวไทยไม่พอกับคาพาซิตี้ของโรงแรมที่มีอยู่ คิดว่ารัฐบาลคงคิดอย่างระมัดระวัง ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่ภูเก็ต แต่อาจจะเป็นท่องเที่ยวทั่วประเทศก็ได้

“การช่วยลูกหนี้ไม่สามารถทำเหมือนกันทุกราย อย่างโรงแรมภูเก็ตที่อายุเกิน 5 ปี กลุ่มนี้ไม่ต้องการอะไรแล้ว นอกจากนักท่องเที่ยวกับเงินทุนหมุนเวียน เพราะเขาไม่มีหนี้แล้ว แต่ถ้าเป็นโรงแรมที่ยังไม่ถึง 5 ปี กิจการยังไม่นิ่งพอ ยังผ่อนหนี้อยู่ การช่วยเหลือจะอีกแบบ แต่บอกว่าไปเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ทุกคนก็จะไป แต่รัฐบาลจะต้องมีโมเดลช่วยเหลือ เพราะแบงก์ไปอย่างเดียวไม่ได้ และต้องขึ้นอยู่กับสมมติฐานวัคซีนมาเมื่อไร ซึ่งเรามองว่าปลายปี”64 ดังนั้น ธุรกิจต้องอยู่ให้ได้อย่างน้อย 1 ปี และทุกคนต้องวางแผนยาวและต้องอยู่กับปัญหานี้ให้ได้ และอยู่ด้วยความหวัง ทุกอย่างจะดีขึ้น และเมื่อทุกอย่างดีขึ้น เราจะวิ่งได้เลยหรือเปล่า”

จับมือเบอร์ 1 ทุกวงการ

นางสาวขัตติยากล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนและคุ้นเคยกับดิจิทัลมากขึ้น สะท้อนจากธุรกรรมซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า และการใช้บัตรช็อปผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซโตขึ้นมา 6 เท่า และคนที่ใช้โมบายแบงกิ้งก็มีอายุมากขึ้นเฉลี่ย 40-50 ปี จากเดิม 25-39 ปี ซึ่งเป็นโอกาสที่ธนาคารจะเร่งสปีดนำเทคโนโลยีและดาต้า ทำให้เข้าไปอยู่ทุก ๆ ช่วงจังหวะชีวิตของลูกค้า ตั้งแต่ตื่นนอน โดยเอาตัวเองเข้าไปฝังอยู่และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลให้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น

ดังนั้น นโยบายของธนาคารคือการร่วมเป็นพาร์ตเนอร์เพื่อให้กสิกรไทยเข้าไปฝังอยู่ในทุกอุตสาหกรรม เช่น ที่ร่วมกับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก ทำบัตร “Blue CONNECT” ร่วมกับ “ช้อปปี้” ทำบัตรโคแบรนด์ให้ลูกค้าสามารถช็อปออนไลน์

และจับมือ “ลาซาด้า” ปล่อยสินเชื่อให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ รวมถึง “เจดี เซ็นทรัล” ที่ฝังตัวเข้าไปอยู่ในระบบการชำระเงินเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าผ่านเจดี เซ็นทรัล ตลอดจน “Grab” ร่วมปล่อยสินเชื่อกับคนขับรถแท็กซี่

“จะเห็นว่าพาร์ตเนอร์อันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมเลือกมาจับมือกับเคแบงก์ ซึ่งคงมีเหตุผลที่บริษัทท็อป ๆ จึงเลือกเรา”

ชูหัวหอกใหม่ “ไลน์แบงก์”

ซีอีโอเคแบงก์เปิดเผยว่า นอกจากนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปลายปีนี้ก็คือ “LINE BK” บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ภายใต้การร่วมทุนกับไลน์ (LINE) โดยจะเป็นบริการทางการเงินที่ดีที่สุดอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกสิกรไทยฝากอนาคตไว้ทั้งระบบชำระเงิน สินเชื่อบุคคล และเงินฝาก จะฝังตัวไปกับโซเชียลมีเดียตอนแชต ทุกอย่างจะทำแบบไร้รอยต่อ สะดวกง่ายดาย โดยจะเปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคมนี้ ตั้งเป้าภายใน 1 ปี จะมีฐานลูกค้ารวม 4 ล้านราย

สอดรับกับที่ ธปท.ให้ใบอนุญาต “ดิจิทัลเลนดิ้ง” ที่เปิดโอกาสให้ใช้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน (nonfinance) มาใช้ประกอบในการให้สินเชื่อ โดยกลุ่มลูกค้าจะไม่ซ้ำกับธนาคารกสิกรไทย เป็นฐานลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่กสิกรไทยทำอยู่และเก่งคือ มนุษย์เงินเดือน ส่วน LINE BK จะโฟกัสกลุ่มที่ใช้ไลน์ คนรุ่นใหม่ที่ยังไมได้เป็นลูกค้าธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่มาก

ทั้งนี้ LINE ประสบความสำเร็จในการให้บริการทางการเงินในเกาหลีและญี่ปุ่นมาแล้ว เป็นการใช้โนว์ฮาวของ LINE มาร่วมกับความเข้าใจตลาดเมืองไทยของกสิกรฯ

“ขนาดวงเงินกู้ไม่ใหญ่มาก ธปท.จำกัดไว้แค่ 2 หมื่นบาท และลูกค้าต้องชำระคืนใน 6 เดือน ซึ่งข้อมูล nonfinance พฤติกรรมต่าง ๆ จะสามารถช่วยบอกได้ว่า มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ หรือมีเงินแต่ไม่ยอมจ่าย จะช่วยบอกถึงนิสัยว่าตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์หรือไม่”

สร้างฐานลูกค้า-ข้อมูล

นางสาวขัตติยาฉายภาพว่า นอกจากนี้ กสิกรฯยังได้มีการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อย่างเรื่องสุขภาพ ที่ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาฯ โดยธนาคารเข้าไปดูแลคนไข้ราว 4,000-5,000 ราย ให้ประสบการณ์การไปโรงพยาบาลดีขึ้น ทั้งการเช็กสิทธิ์ การชำระเงิน รวมถึงบริการบัญชีเงินเดือนของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมด ซึ่งซอฟต์แวร์สามารถใช้ร่วมกับโรงพยาบาลอื่น ๆ ได้ด้วย

และด้านการศึกษา ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาแอปให้กับนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยทั้งหมด ตั้งแต่จ่ายค่าเทอม จองพื้นที่ทำงาน จองห้องสมุด เช็กเวลาเรียน เป็นต้น

“เราต้องปรับตัวไม่ใช่ธนาคารแบบเดิม ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจอย่างเดียว เป็นอะไรที่ไม่ใช่ธนาคารแล้ว แต่ก็ให้บริการทางการเงินอยู่ สร้างฐานลูกค้าแบบใหม่ โดยพร้อมทำงานกับทุกคนจะเป็นพาร์ตเนอร์ หรือหน่วยงานของรัฐ แม้แต่ฟินเทค สตาร์ตอัพที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ลูกค้าให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และส่วนรวมดีขึ้น”

ทบทวน “สาขา-เอทีเอ็ม”

นางสาวขัตติยากล่าวว่า นอกจากนี้ธนาคารกำลังสำรวจข้อมูลการใช้บริการสาขาและตู้เอทีเอ็ม เพราะช่วงโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน การใช้งานสาขาและตู้เอทีเอ็มลดลง ดิจิทัลเร่งเข้ามา และจึงต้องมาทบทวนว่าพวก physical channel จะขยายไปต่อหรือไม่ และบทบาทของช่องทางแต่ละอันจะประสานกันอย่างไร ในการตอบโจทย์ลูกค้า

“ถ้าไม่ใช้กันแล้วก็ไม่รู้จะเปิดทำไม อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้สาขาธนาคารก็มาช่วยการทำงานในเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้ได้ค่อนข้างมาก เพราะมาตรการช่วยเหลือลูกค้าต้องทำงานเป็นทีม ทีมสาขาก็เป็นคนวิ่งออกไปหาลูกค้า โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้คนมีทักษะที่หลากหลาย และทำงานร่วมกันได้ คือสาขาอาจจะปิด แต่คนยังอยู่ก็ได้ มองเป็นโจทย์การ reskill ให้คนทำหน้าที่อื่นแทน เพราะบริการง่าย ๆ ลูกค้าก็เริ่มทำได้เองแล้ว อาจจะเปลี่ยนเป็นที่ปรึกษาการลงทุน หรือการแนะนำสินเชื่อประเภทไหนดีที่สุดสำหรับลูกค้า”

4 เอ็มดี “อเวนเจอร์” ฝ่าวิกฤต

ซีอีโอเคแบงก์กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารได้แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหม่ 2 คน ได้แก่ ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ และคุณกฤษณ์ จิตต์แจ้ง เมื่อ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กรรมการผู้จัดการทั้ง 4 คน มีความรู้ความเก่งคนละแบบ เหมือน “อเวนเจอร์” ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่งมาก และน่าจะทำให้คล่องตัวมากขึ้น

“จัดโครงสร้างการทำงานร่วมกัน แต่งานที่ได้รับมอบหมายแตกต่างกันไป โดยคุณพิพิธ (เอนกนิธิ) จะดู regional ซึ่งวันนี้สำคัญมาก เพราะถ้าต้องการโต ธนาคารจะอยู่ที่ประเทศไทยที่เดียวไม่ได้แล้ว คุณพัชร (สมะลาภา) เก่งเรื่องธุรกิจ ซึ่งที่ธนาคารได้พาร์ตเนอร์มาทั้งหมดเป็นฝีมือของคุณพัชร ส่วนคุณพิพัฒน์พงศ์จะดูเรื่องประสบการณ์ลูกค้า การให้บริการลูกค้า กระบวนการหลังบ้าน การอนุมัติเครดิตและการทำสัญญา

สำหรับคุณกฤษณ์จะดูเรื่องบริหารความเสี่ยง เอชอาร์ ดาต้าอนาไลติกส์ และคุณกระทิง (เรืองโรจน์ พูนผล) เป็นเหมือนเอ็มดีอีกท่าน ดูด้านไอทีเทคโนโลยี ดิสรัปต์ตัวเอง สตรักเจอร์เหมือนเดิม แต่มีผู้บริหารใหม่ ที่มั่นใจว่าเป็นทีมที่จะพาไปได้ด้วยดี เป็นคนรุ่นใหม่หมด”

ขัตติยา CEO กสิกรไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกสิกรไทย (KBank)