เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ยุทธนา บุญอ้อม : ปีหน้าจะไม่มีคอนเสิร์ตจากต่างประเทศเลย

08 ต.ค. 2563 | 14:35น.

แม้ธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตจะได้รับการปลดล็อกแล้ว แต่การจัดงานยังถูกจำกัดด้วยมาตรการ social distancing ทั้งแง่ของจำนวนคนเข้างาน และระบบสาธารณสุขต่าง ๆ และผู้จัดต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น และเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้บรรดาผู้จัดงานทั้งค่ายเล็กและใหญ่ต้องเร่งปรับตัว หาโมเดลใหม่ ๆ มาตอบโจทย์

รวมถึงผู้ที่คลุกคลีกับแวดวงคอนเสิร์ตมานาน “ป๋าเต็ด” ที่ผ่านการจัดงานคอนเสิร์ตหลากหลายรูปแบบ ที่ก่อนหน้านี้ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองในนามของบริษัทแก่น 555 จำกัด ซึ่งล่าสุด ได้หวนกลับมาทำงานกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รับผิดชอบดูในส่วนของงานคอนเสิร์ตมิวสิกเฟสติวัล

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ยุทธนา บุญอ้อม” รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส-หน่วยงาน Showbiz Senior Executive President-Showbiz บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางการจัดงานจากนี้ไป

Q : มองภาพรวมงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ตอนนี้อย่างไร

จากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศลำบากขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังน่าเป็นห่วง ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบ รวมถึงธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตต่าง ๆ ต้องปรับรูปแบบการจัดงานให้อยู่ภายใต้มาตรการ social distancing โดยจะต้องเพิ่มเครื่องวัดสแกนอุณหภูมิ จำนวนเจ้าหน้าที่ เพื่อควบคุมการจัดงานให้มีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจโชว์บิซมีต้นทุนสูงขึ้น

ขณะที่ ในแง่ของรายรับเองก็ลดลงไปด้วย เนื่องจากต้องจัดที่นั่งเว้นระยะห่าง เช่น งานคอนเสิร์ตที่จัดในอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จากเดิมความจุเฉลี่ยหลักหมื่นที่นั่ง เหลือเพียงแค่ 6,000 คน และต้องจัดเก้าอี้แบบ 2 เว้น 1 ตรงนี้มีผลกระทบต่อต้นทุนและรายรับที่ลดลง ส่วนสปอนเซอร์อาจจะขอจ่ายเงินน้อยลง เพราะเมื่อคนน้อยสินค้าก็ได้ขายน้อยตามไปด้วย

อีกด้านคือ ศิลปินจากต่างประเทศยังไม่ได้เข้ามาเล่นในเมืองไทยเร็ว ๆ นี้ และปีหน้าทั้งปีมีโอกาสสูงมากที่จะไม่มีคอนเสิร์ตต่างประเทศเลย จากเดิมที่คอนเสิร์ตต่างประเทศเป็นตลาดที่ทำรายได้ให้กับวงการนี้ โดยเฉพาะคอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลี 1 งาน มีเม็ดเงินมากกว่าคอนเสิร์ตไทยทั้งวงการ เพราะค่าตั๋วแพง ในปีนี้จนถึงปีหน้าจะไม่เกิดสิ่งนี้แน่นอนว่าเป็นผลดีของธุรกิจคอนเสิร์ตในบ้านเรา ดังนั้น โอกาสอยู่ที่ศิลปินและคอนเสิร์ต เฟสติวัลแบบไทย ๆ ถือว่าเป็นโอกาสของผู้จัด

Q : ต้นทุนเพิ่ม-รายรับน้อย ผู้จัดต้องปรับตัวมากน้อยแค่ไหน

ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าจะทำอย่างไรในภาวะที่ต้นทุนสูง ประหยัดในเรื่องที่ประหยัดได้ หรืออย่างกรณีของแกรมมี่ปีหน้าจะมีอีเวนต์ 20 งาน เรามีการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ล่วงหน้า ต่อรองเป็นแพ็กเกจ ผู้ให้เช่าก็เข้าใจทุกคนอยู่ในภาวะเดียวกัน จึงมีการลดราคาให้ หรือแม้แต่ศิลปินบางคนก็ประกาศลดค่าตัว ดังนั้น เมื่อทุกคนรู้ ทุกคนก็ช่วยซัพพอร์ตซึ่งกันและกันให้ค่าใช้จ่ายลดลงถึงจะรอดมาได้รวมถึงการปรับตัวตามเทรนด์ การจัดงานคอนเสิร์ตผ่านช่องทางออนไลน์มาแรง หลังจากช่วงล็อกดาวน์มีผู้จัดทดลองทำคอนเสิร์ตทั้งในและต่างประเทศ เรามองว่าคอนเสิร์ตออนไลน์ไม่ได้มาแทนคอนเสิร์ตออฟไลน์ เพียงแต่เป็นแคทิกอรี่ใหม่ที่จะเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

แม้เริ่มแรกคนในวงการมองว่าไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เนื่องจากการที่จะซื้อตั๋วเพื่อดูคอนเสิร์ตในจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งดูขัดแย้งกับความเชื่ออะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ตอนนี้ได้เห็นแล้วว่าสามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่จะขายได้เฉพาะศิลปินบางกลุ่ม และที่ได้รับอานิสงส์มากสุด คือ ศิลปินที่มีฐานแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ เช่น ศิลปินของค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี หรือศิลปินแบบ K-pop จะขายตั๋วได้ ทั้งอิมปอร์ตและเอ็กซ์ปอร์ต

Q : จีเอ็มเอ็มเตรียมคอนเสิร์ตปลายปีมากน้อยแค่ไหน

ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนก่อนหน้านี้ได้จัดงานคอนเสิร์ตไปประมาณ 3 งาน และได้เตรียมคอนเสิร์ตในช่วงปลายปีไว้อีก 3-5 งาน อาทิ The Gentlemen Live, บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล, เชียงใหญ่ และแฟนโทเปีย โดยทุก ๆ งานได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงาน เช่น บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล ได้ใช้ระบบ RFID ใช้ตรวจคัดกรองของคนเข้างาน ตลอดจนการติดตามเฉพาะบุคคลเพื่อให้รู้ว่าเดินไปที่เวทีไหนบ้าง และก่อนเข้างานจะมีการแจกเสื่อพลาสติกขนาด 1 ตารางเมตร ให้ใช้ยืนดูภายในงาน พอทำแบบนี้ทุกคนจะยืนห่างกัน 1 เมตร ตลอดจนการแบ่งโซนร้านอาหาร และร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้อยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้เฉพาะซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด

ขณะเดียวกัน ต้นทุนการจัดงานเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ที่ต้องนำมาใช้ดูแลระบบสาธารณสุข โดยจะต้องยอมรับว่ากำไรจะน้อยลงก็ดีกว่าไม่ได้จัด และต้องบริการจัดการต้นทุนส่วนอื่น ๆ ให้ลดลง เพราะในงานเทศกาลดนตรีต้นทุนที่ยังมองไม่เห็นมีอีกมาก แต่ความอลังการของงานยังยิ่งใหญ่เหมือนเดิม

เช่นเดียวกับในปี 2564 ยังได้เตรียมงานคอนเสิร์ต อาทิ ไมโคร หนุ่ม กะลา และวงเคลียร์ จริง ๆ เป็นคอนเสิร์ตที่เตรียมไว้ปีนี้ แต่ต้องขยับไปปีหน้า นอกนั้นจะเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ และเทศกาลดนตรีใหม่ ธีมใหม่ ๆ ที่ตอนนี้อาจยังเปิดเผยไม่ได้ โดยรวมแล้วปีหน้าแกรมมี่ มิวสิคจะมีอีเวนต์มากที่สุดในประวัติการณ์

อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักของการจัดงานคอนเสิร์ต คนดูจะมองที่ตัวศิลปินเป็นอันดับแรก และสิ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยว หรืองานมิวสิกเฟสติวัล ต้องสร้างแคแร็กเตอร์ของงานให้โดดเด่นกว่ารายอื่น เมื่อไหร่ที่การเดินทางข้ามประเทศกลับมาสู่ปกติ ผมมองว่าไม่มีทางเร็วกว่าปลายปีหน้า และปีหน้าจะเป็นปีแห่งความท้าทาย แม้ว่าคอนเสิร์ตจากต่างประเทศจะยังไม่เข้ามา แต่ยังต้องเจอเรื่องของต้นทุนที่้สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่แย่ลง