เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Real Estate จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
ดูทั้งหมด

ทายาทรุ่น 3 “แม่ทองสุก” ชี้เทรนด์ราคาทองคำ “ขาขึ้น” อีก 3 ปี

10 พ.ย. 2563 | 07:02น.
ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ
สัมภาษณ์พิเศษ

“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจเสมอ ยิ่งช่วงเวลานี้ที่โลกกำลังเผชิญสารพัดปัญหา โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้ราคาทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นขาขึ้น

นักลงทุนจึงหันมาเพิ่มน้ำหนักการถือครองทองคำกันมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยการเลือกตั้งสหรัฐที่ยังรอความชัดเจนว่า ผู้ชนะจะเป็นใคร ระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน กับนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต จะส่งผลต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะข้างหน้า

ซึ่งจากการที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ” ประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ MTS Gold ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ของห้างทอง “แม่ทองสุก” ที่เป็น 1 ใน 3 ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ของเมืองไทย

ณัฐพงศ์ GEN3 แม่ทองสุก

จบเลือกตั้งทองคำยังขาขึ้น

“ถ้าใครชอบทอง ต้องชอบทรัมป์” นายณัฐพงศ์นิยามสั้น ๆ และอธิบายต่อว่า เนื่องจากทรัมป์จะสร้างความปั่นป่วน ทำให้ภาวะเศรษฐกิจผันผวนมากกว่าไบเดน ซึ่งนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจได้แบ่งมุมมองออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ 1.ไบเดนชนะการเลือกตั้ง 2.ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง และ 3.คนใดคนหนึ่งชนะ แต่อีกคนไม่ยอมรับ ซึ่งมีโอกาสสูงว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบสุดท้าย

“พอเป็นปีที่เกิดโควิด-19 ก็เลยมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งผ่านไปรษณีย์ (mail-in ballot) จำนวนมาก ราวร้อยกว่าล้านคน ซึ่งทรัมป์ประท้วงว่า มีโอกาสที่จะเกิดการโกงสูง ถ้ารู้ผลเลือกตั้งข้ามวัน พูดง่าย ๆ คือถ้าทรัมป์แพ้ เพราะ mail-in vote เขาจะไม่ยอมรับ และจะเกิดการฟ้องกันไป ฟ้องกันมา” นายณัฐพงศ์กล่าว

อย่างไรก็ดี ในเรื่องผลกระทบต่อราคาทองคำนั้นเชื่อว่า “ไม่ว่าใครชนะก็จะเป็นผลบวกต่อราคาทองคำ” เนื่องจากทั้งคู่ต้องอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน และหากผลออกมาเป็นกรณีที่ 3 ที่มีการฟ้องร้องกันไปมา ก็จะยิ่งเป็นผลบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว

“แต่จะขึ้นมาก ขึ้นน้อย หรือผันผวน ขึ้นอยู่กับผลที่จะออกมา โดยคาดว่าอีก 2 เดือนต่อจากนี้ ราคาทองคำจะผันผวนมาก แต่ช่วง 2-3 ปีจากนี้ เรามองว่าราคาทองคำจะยังเป็นขาขึ้น”

โดยเขาคาดว่า ภายในสิ้นปีนี้มีโอกาสที่ราคาทองคำต่างประเทศ (gold spot) จะปรับขึ้นถึง 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ และในปีหน้า (2564) คาดว่ามีโอกาสเห็น 2,100-2,200 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาทองคำในประเทศน่าจะขึ้นไปถึง 30,000 บาท

หลายปัจจัยดันราคา

“ณัฐพงศ์” บอกว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน ต.ค. 2563 ราคาทองคำ gold spot ปรับขึ้นไปแล้วประมาณ 700 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือปรับขึ้นราว 50% ใกล้เคียงกับปีที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส (SARS) ซึ่ง MTS คาดว่าภาพใหญ่ของราคาทองคำยังคงเป็น “ขาขึ้น”

โดยนอกจากการเลือกตั้งสหรัฐที่เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การล็อกดาวน์รอบสองของหลายประเทศในภูมิภาคยุโรป รวมถึงการอัดฉีดเงินในภูมิภาค และการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ฯลฯ เหล่านี้คาดการณ์กันว่า จะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อตามมา โดยสังเกตได้จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทยอยปรับตัวขึ้น เช่น ราคายาง ราคาน้ำตาล และราคาถั่วเหลือง

“ต้องเข้าใจว่า ตอนนี้ที่ตลาดหุ้นไม่ร่วง ตอนนี้ที่เศรษฐกิจอยู่ได้ เพราะธนาคารกลางหลายประเทศต่างพิมพ์เงินเข้ามาในระบบมหาศาล พอพิมพ์เงินมาขนาดนี้ เงินก็ต้องเข้าไปในตลาดหุ้น หุ้นมันถึงได้ขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคาทองไม่ได้สวนทางกับตลาดหุ้นแล้ว เพราะปริมาณเงินที่พิมพ์ออกมามันมาก แล้วคนที่บอกว่า ถือเงินสดไว้แล้วจะปลอดภัย ถ้าเกิดเงินเฟ้อ เงินก็จะด้อยค่าลง ดังนั้นถือเงินสดก็ไม่ปลอดภัย ถ้าไม่ลงทุน ขณะที่ทองคำมีลักษณะพิเศษที่สามารถสู้เงินเฟ้อได้” นายณัฐพงศ์กล่าว

2 ปัจจัยเสี่ยงทุบราคาทอง

อย่างไรก็ตาม “ณัฐพงศ์” เตือนปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ ได้แก่ การพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมถึงการปรับฐานของตลาดหุ้น เนื่องจากปัจจุบันตลาดหุ้นและตลาดทองคำเริ่มมีความสัมพันธ์กัน (correlation) กล่าวคือ เมื่อตลาดหุ้นปรับขึ้น ตลาดทองคำก็ปรับขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ตลาดหุ้นและตลาดทองคำจะเคลื่อนไหวสวนทางกัน

New Normal ธุรกิจทองคำ

โดยจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปีนี้ “ณัฐพงศ์” ยอมรับว่า การทำธุรกิจค้าทองคำปีนี้เหนื่อย และวุ่นวายที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพราะทำ 1 ปี เหมือนทำเผื่อไปแล้ว 5 ปี เนื่องจากมีเรื่องโควิด-19 เข้ามากระทบ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก

ต่างจากเหตุการณ์ในอดีต เช่น เหตุน้ำท่วม การปิดสนามบิน หรือปิดเมืองจากการชุมนุมทางการเมือง ฯลฯ ที่เคยเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย

โดยตัวแปรสำคัญที่ทำให้การทำธุรกิจทองคำ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างหนักในช่วงโควิด-19 ได้แก่ การที่ทุกประเทศปิดสนามบิน รวมถึงการขาดทุนของสายการบินแห่งชาติอย่าง บมจ.การบินไทย ซึ่งนำไปสู่ความอลหม่านในการจัดเส้นทางส่งออกทองคำแท่ง เพื่อให้ร้านค้าทองคำมีเงินสดพอที่จะจ่ายให้แก่ลูกค้า เนื่องจากการบินไทยเป็นเพียงสายการบินเดียวที่มีเที่ยวบินตรงไปถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการส่งออกทองคำ

“เราไม่เคยเจอสภาพที่การบินไทยไม่บินเราไม่เคยเจอสภาพที่สนามบินปิดทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการไฟลต์ การบริหารจัดการเงิน ทั้งหมดนี้ต้องใช้ความสามารถสูงมากในการจัดการ โดยภายหลังการบินไทยไม่บิน ผู้ค้าทองต้องวางแผนเส้นทางการส่งออกทองคำแต่ละรอบใหม่ทั้งหมด ทำให้ทองคำต้องผ่านเข้าออกหลายประเทศ กว่าที่จะไปถึงจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ การล็อกดาวน์ยังส่งผลให้รอบการส่งออกทองคำปรับลงเหลือ 1-2 วันต่อสัปดาห์ จากเดิมที่ส่งออกได้ทุกวัน”

เดินหน้าธุรกิจใหม่เต็มสูบ

นอกจากนี้ “ณัฐพงศ์” ได้เล่าถึงธุรกิจใหม่ ๆ ของบริษัท ได้แก่ การเป็นนายหน้า (โบรกเกอร์) ของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ซึ่งพบว่าที่ผ่านมานักลงทุนให้การตอบรับค่อนข้างดีสะท้อนจากปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) ของ gold online futures ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายที่อ้างอิงทองคำแท่ง

ปัจจุบันมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2-2.5 หมื่นสัญญา/วัน นอกจากนี้ ยังมีสัญญาที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ที่จะดำเนินการในปีนี้ ได้แก่ โลหะเงิน และยางพารา เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายทองคำสกุลเงินต่างประเทศผ่านบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ได้ ไม่เฉพาะสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นการปฏิรูปการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในอนาคต ไม่เฉพาะทองคำเท่านั้น โดยน่าจะออกมาในเร็ว ๆ นี้

ส่วนแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2564 “แม่ทองสุก” จะโฟกัสกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น หลังจากเปิดตัว “MTS Gold Blockchain” บริการออมทองด้วยบล็อกเชนไปเมื่อต้นปี 2563 รวมถึงจะเน้นการขยายตลาดซื้อขายทองคำไปยังต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ขยายตลาดไปยังประเทศจีน สิงคโปร์ และฮ่องกงแล้ว

“โดยภาพรวมแล้ว ธุรกิจทองคำก็ยังถือว่าโชคดีกว่าธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งแม้ว่ารายได้จะหดตัวลง แต่ก็ยังพอทำกำไรได้ โดยขณะนี้เริ่มกลับมาปกติแล้วแต่เป็นภาวะปกติภายใต้ new normal ไปจนกว่าโควิด-19 จะหายไปหรือจนกว่าการบินไทยจะกลับมาบิน”ทายาทรุ่นที่ 3 ห้างทองแม่ทองสุกกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาทอง