Skip to content

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ ‘ไบเดน’ ชนะเลือกตั้งหนุนหุ้นไทยเดือน พ.ย. +5%

09 พ.ย. 2563 | 15:12น.
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ ‘ไบเดน’ ชนะเลือกตั้งหนุนหุ้นไทยเดือน พ.ย. +5%

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ย.เริ่มฟื้นตัวได้ดี SET Index บวกกว่า 5% หลังผลการเลือกตั้งสหรัฐชัดเจน หวัง ‘ไบเดน’ ผ่อนคลายเทรดวอร์

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนตุลาคม ปี 2563 ว่า ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปิดที่ 1,194.95 จุด ลดลง 3.4% จากเดือนก่อน และปรับลดลง 24.4% จากสิ้นปีก่อน อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับดัชนีกลุ่มประเทศอาเซียน (MSCI ASEAN)

อย่างไรก็ดี SET Index ที่ปรับลดลงทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E ratio) ปรับลดลงมาใกล้เคียงกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค อีกทั้งอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมเทียบกับสิ้นปี พบว่าหลายอุตสาหกรรมปรับตัวดีกว่า SET Index โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับการส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิเช่น หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ในส่วนของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมใน SET และ mai ในเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 53,269 ล้านบาท ทำให้ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 63,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ mai Index ทำสถิติสูงสุดในปี 2563 ที่ 327.12 จุด (7 ต.ค.) ก่อนปิดที่ 309.56 จุด ณ สิ้นเดือนตุลาคม

ในเดือนนี้ผู้ลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยผู้ลงทุนต่างชาติยังมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยใน 10 เดือนแรกของปี 2563 ขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทยกว่า 2.98 แสนล้านบาท ในขณะที่ผู้ลงทุนกลุ่มอื่นเป็นผู้ซื้อสุทธิ

ในเดือนตุลาคม 2563 มีกิจกรรม IPO อย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 4 บริษัท ใน mai 5 บริษัท ทำให้ใน 10 เดือนแรกของปี 2563 SET มีมูลค่าระดมทุน (IPO) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN

นายศรพล กล่าวอีกว่า แต่เมื่อพิจารณา SET Index ต้นเดือน พ.ย.กลับมีภาพรวมเป็นบวกมากขึ้น โดยผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวกลับมาพอสมควร หลังนายโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะ จากความคาดหวังบรรยากาศสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่จะดีขึ้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบัน (MTD) SET Index ปรับขึ้นประมาณ 5% โดยแนะนำผู้ลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องว่าการปรับขึ้นดังกล่าวจะเป็นภาวะชั่วคราวหรือไม่ และหลังเข้าสภาแล้วรายละเอียดการดำเนินนโยบายของไบเดนจะเป็นอย่างไร

“ความแน่นอนสำหรับตลาดทุนเป็นสิ่งสำคัญ พอผลการเลือกตั้งมีความชัดเจนก็เป็นผลบวกต่อตลาดทุน โดยในไทยนโยบายหนึ่งของไบเดนที่เข้ามาหนุนคือเขาค่อนข้างเปิดกว้างกับการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศมากขึ้น หากท่าทีระหว่างสหรัฐกับจีนน่าจะอ่อนโยนลงเชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการค้าขายและการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อไป” นายศรพล กล่าว

สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

  • ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 SET Index ปิดที่ 1,95 จุด ลดลง 3.4% จากเดือนก่อน และปรับลดลง 24.4% จากสิ้นปีก่อน อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับ MSCI ASEAN
  • เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมเทียบกับสิ้นปี พบว่าหลายอุตสาหกรรมปรับตัวดีกว่า SET Index โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับการส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิเช่น หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมใน SET และ mai ในเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 53,269 ล้านบาท ทำให้ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 63,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • นอกจากนี้ mai Index ทำสถิติสูงสุดในปี 2563 ที่ 327.12 จุด (7 ต.ค.) ก่อนปิดที่ 309.56 จุด ณ สิ้นเดือนตุลาคม
  • ในเดือนนี้ผู้ลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยผู้ลงทุนต่างชาติยังมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยใน 10 เดือนแรกของปี 2563 ขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทยกว่า 2.98 แสนล้านบาท ในขณะที่ผู้ลงทุนกลุ่มอื่นเป็นผู้ซื้อสุทธิ
  • ในเดือนตุลาคม 2563 มีกิจกรรม IPO อย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 4 บริษัท ใน mai 5 บริษัท ทำให้ใน 10 เดือนแรกของปี 2563 SET มีมูลค่าระดมทุน (IPO) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN
  • Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 5 เท่า และ 20.7 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.0 เท่า และ 18.2 เท่าตามลำดับ
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 54% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.77%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  • ในเดือนตุลาคม 2563 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 372,792 สัญญา ลดลง 13.8% จากเดือนก่อน โดยเป็นการลดลงในเกือบทุกประเภท ยกเว้น SET 50 Index Options อย่างไรก็ตาม ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 456,923 สัญญา เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เพิ่มขึ้นจาก SET50 Index Futures , Gold Online Futures และ Currency Futures