เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“พรรคสุเทพ” ค้านแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ชี้เซ็นเช็กเปล่ากรอกอำนาจตามอำเภอใจ

16 พ.ย. 2563 | 12:11น.

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แถลงการณ์จุดยืนของพรรคต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 7 ฉบับ คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โยนทำประชามติถามประชาชน-แก้รายมาตรา

ผมในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ขอแถลงจุดยืนของพรรคฯ ในเรื่องที่ได้มีการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลายฉบับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 17-18 พฤศจิกายนศกนี้

ดังนี้ ข้อ 1. เราขอเริ่มด้วยประเด็นความชอบธรรมของรัฐธรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับอยู่ใน
ปัจจุบัน เรามักได้ยินฝ่ายนั้นฝ่ายนี้กล่าวกันว่ารัฐธรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่จัดทำขึ้นภายใต้อำนาจของคณะ คสช.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำโดยได้อำนาจมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ดังนั้นจึงเป็นรัฐธรรมนูญที่น่ารังเกียจ ควรต้องถูกล้มเลิกไปโดยจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทน

“เราเห็นว่า จุดเริ่มต้นหรือที่มาในการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็นชี้ขาดความชอบธรรม
หรือไม่ชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ เพราะแม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่คณะราษฎร์จัดทำขึ้นหลังการ
เปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยในปี พ.ศ.2475 ก็ก่อกำเนิดมาจากการยึดอำนาจจาก
พระมหากษัตริย์ของกลุ่มทหารและพลเรือนผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองเช่นกัน”

การพิจารณาความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาที่เนื้อหาสาระทั้งมวลที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและโอกาสของประชาชนทั้งประเทศที่ได้พิจารณาให้การรับรองหรือไม่รับรองรัฐธรรมนูญฉบับนั้นๆ โดยการลงประชามติอย่างอิสระเสรีตามครรลองแห่งระบบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นที่ทราบกันแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นี้ได้มีประชาชนลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากเป็นจำนวนเกือบ 17 ล้านเสียง ซึ่งย่อมต้องถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการสถาปนาโดยประชาชน จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรมอย่างบริบูรณ์

การที่บุคคลคณะหนึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอันเนื่องจากคุณวุฒิประสบการณ์และความรู้ทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์และศาสตร์อื่นๆเป็นแนวทางปฏิบัติอันเป็นปกติแม้แต่หากจะมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญและมี ส.ส.ร ขึ้นก็มิใช่ว่า ส.ส.ร. แต่ละคนจะร่วมกันเป็นผู้ร่างบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญขึ้นเอง หากแต่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณาวุฒิทำนองเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้วให้เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ดี

ดังนั้นความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งฉบับใด ย่อมจะต้องขึ้นอยู่กับการเห็นชอบของรัฐสภาและการลงประชามติรับรองโดยประชาชนทั่วประเทศ ดังที่ได้กล่าวแล้ว

ข้อ 2 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอโดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านและฉบับที่เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล อันถือว่าเป็นฉบับหลักสำคัญ 2 ฉบับซึ่งมีเนื้อหาสาระสำคัญคล้ายคลึงกันคือ แก้ไขมาตรา 256 ในอันที่จะทำให้วิธีการและขั้นตอนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรมนูญสามารถทำได้ง่ายขึ้นกว่าบทบัญญัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับการเพิ่มเติมหมวด 15/1 การจัดทำธรมนูญฉบันใหม่ โดยจะให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรมนูญและให้สมาชิกสภาร่งรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เป็นผู้เข้ามาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นทั้งฉบับ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่มีผลบังคับอยู่ในเวลานี้มี หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความหมายชัดอยู่ในตัวว่า

“ให้มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมเป็นบางส่วนบางหมวด บางมาตรา เท่านั้น ไม่ใช่การล้มเลิกฉบับเดิมแล้วจัดทำใหม่ทั้งฉบับ(แม้ในร่างฉบับใหม่ที่เขียนไว้ขัดแย้งกันในตัวว่า จะไม่แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ซึ่งหากจะไม่แตะต้องทั้งสองหมวดดังกล่าวจริงแล้วเหตุใดจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ)”

อนึ่ง การที่จะล้มเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วจะให้ส.ส.ร. ดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยประชาชนทั่วไปไม่อาจคาดคิดได้ว่าโฉมหน้าของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะปรากฏออกมาเป็นเช่นใด ก็เปรียบเสมือนประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเซ็นเช็กฉบับว่างเปล่ามอบให้แก่ตัวแทนไปเขียนตัวเลขจำนวนเงินเอาเองตามอำเภอใจ ซึ่งจะเป็นรูปการณ์ที่เป็นอันตรายและสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง

ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 มีความชอบธรรมจากการลงประชามติของประชาชนดังกล่าวในข้อ 1.แล้วหากจะเสนอให้ล้มเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วยการจัดทำใหม่ทั้งฉบับตามร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้าสู่รัฐสภาในครั้งนี้เพื่อความชอบธรรมและด้วยจิตวิญญาณแห่งระบบประชาธิปไตยดังที่มักกล่าวอ้างกันอยู่ก็ควรถามประชาชนป็นเบื้องต้นด้วยการเสนอหลักการสำคัญให้มีการลงประชามติเสียก่อนว่าจะเห็นชอบให้จัดทำฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ข้อ 3. รัฐธรรมนูญปี 2560 มีบทบัญญัติอันดีงามอยู่นานาประการอันมีความมุ่งหมายเพื่อการ
แก้ไขและป้องกันปัญหาเลวร้ายทางการมืองและสังคมที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้เกิดการพัฒนา สร้างกรอบทางกฎหมายขึ้นได้แก่ระบบกาเลือกตั้งที่ป้องกันปัญหาเผด็จการเสียงข้างมาก หรือเผด็จการทางรัฐสภา การป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในแวดวงการเมืองและในระบบบริหารราชการแผ่นดิน การมีบทบัญญัติบังคับภาครัฐดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างทั่วทุกด้าน (แม้ขณะนี้จะยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนแต่การปฏิรูปก็อยู่ในกระบวนการดำเนินการทั้งสิ้นหากภาครัฐไม่ดำเนินการก็จะเป็น
การมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญบังคับให้ต้องดำเนินการ)

หากจะมีการสนใจศึกษาบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญปี 2560 อย่างถ่องแท้จะเห็นเนื้อหาสาระอันทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่เห็นปรากฏการณ์วิพาษ์วิจรณ์ตำหนิติเตียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ก็เป็นเพียงบทบัญญัติบางมาตรา ได้แก่ มาตรา 272 ที่สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิในการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งเป็นเพียงบทเฉพาะกาลที่ใกล้จะสิ้นผลลงในไม่ช้านี้แล้ว) เป็นต้น

“หากจะมีการแก้ไขบทบัญญัติที่ไม่พึงปรารถนาของภาคส่วนทางการเมือง ก็ย่อมจะกระทำได้เป็นรายหมวดรายมาตรหามีเหตุอันสมควรจะต้องล้มเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วจัดทำฉบับใหม่ขึ้นมาแทนแต่อย่างใดไม่”

ข้อ 4. รัฐสภาเป็นองค์กรแห่งอำนาจนิติบัญญัติซึ่งเป็นเสาหลัก 1 ใน 3 เสา แห่งอำนาจอธิปไตย
งปวงชนชาวไทย การดำเนินการใดๆ ของสมาชิกรัฐสภาอันได้แก่ การตราหรือการแก้ไขกฎหมายใดๆ จะต้องกระทำภายใต้หลักแห่งนิติรัฐและนิติธรรม ไม่พึงกระทำเพียงเพื่อ “ตามกระแส” หรือหวังบรรเทาแรงกดดันอันปราศจากความชอบธรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้ผ่านสถานการณ์ช่วงหนึ่งไปเท่านั้น

พรรครวมพลังประชาชาติไทยยืนหยัดคัดค้านการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ