เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ตรวจสุขภาพพนักงาน แก้โรคเครียดจากโควิด-19 ด้วย AI

21 พ.ย. 2563 | 10:08น.
พนักงาน

อาจเป็นเพราะมหันตภัยไวรัสโควิด-19 นำการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายใหม่ ๆ มาสู่วิธีการทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นความเครียด และความกังวลด้านความปลอดภัยจากไวรัส จนส่งผลกระทบความมั่นคงในอาชีพ

ดังนั้น ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายองค์กรจึงให้ความสำคัญในการใส่ใจสุขภาพจิตของพนักงานมากขึ้น เพราะมีผลต่อความต่อเนื่อง และประสิทธิผลของธุรกิจ ซึ่งหลายองค์กรในหลายประเทศได้ใช้ AI (artificial intelligence-ปัญญาประดิษฐ์) ในการเข้ามาดูแลสุขภาพจิตพนักงานในช่วงโควิด-19 มากขึ้น

ขณะที่ “ออราเคิล” (Oracle) ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนา human capital management (HCM) cloud (การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลระบบคลาวด์) และซอฟต์แวร์วางแผนข้อมูล และทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร (enterprise resource planning-ERP) จึงจัดทำการสำรวจเกี่ยวกับภาวะผู้นำ และทัศนคติของพนักงานเกี่ยวกับสุขภาพจิต ทัศนคติต่อปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ หรือ chatbot ในสถานที่ทำงานร่วมกับ “เวิร์กเพลซอินเทลลิเจนซ์” (workplace intelligence)

ด้วยการสำรวจความคิดเห็นพนักงาน ผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล และผู้บริหารระดับสูง อายุ 22-74 ปี จำนวน 12,347 คน จากประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, จีน, บราซิล และเกาหลี เมื่อหลายเดือนผ่านมา ทั้งนั้นเพื่อต้องการตรวจสอบสุขภาพของพนักงานในหลายประเทศว่าเป็นดั่งที่ตั้งข้อสังเกตหรือเปล่า

ทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
ทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

“ทวีศักดิ์ แสงทอง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2020 ถือเป็นปีที่สร้างแรงกดดันแก่แรงงานทั่วโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้คนทำงานทั่วโลกเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และความเหนื่อยล้ามากขึ้น

“ปีนี้พนักงานทั่วโลกกว่า 70% มีความเครียด และความวิตกกังวลในสถานที่ทำงานมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งความเครียด และความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลเชิงลบต่อสุขภาพจิตของแรงงานจำนวน 78% ทั่วโลก โดยก่อให้เกิดความเครียดมากขึ้น (38%), การขาดสมดุลของชีวิตส่วนตัวและงาน (35%), ความเหนื่อยล้า (25%), ความหดหู่จากการไม่ได้เข้าสังคม (25%) และความโดดเดี่ยว (14%)”

“สำหรับแรงกดดันใหม่ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เพิ่มความเครียดในสถานที่ทำงานจากที่มีอยู่เดิม โดยคนทำงานส่วนใหญ่ (42%) มีความกดดันที่ต้องปฏิบัติงานให้ได้ตามมาตรฐาน, 41% กดดันจากการรับมือกับภารกิจประจำวัน และงานที่น่าเบื่อหน่าย และ 41% มีภาระงานที่ยุ่งยากจนไม่สามารถบริหารจัดการได้”

“ดังจะเห็นว่าโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพจิตในที่ทำงานให้แย่ลง แต่พวกเขายังรู้สึกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นที่บ้านด้วย โดย 85% กล่าวว่าปัญหาสุขภาพจิตในสถานที่ทำงาน เช่น ความเครียด, ความวิตกกังวล และความหดหู่ ส่งผลถึงชีวิตส่วนตัวที่บ้าน ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกันมากที่สุด ได้แก่ คนจำนวน 40% นอนหลับไม่เต็มอิ่ม, 35% สุขภาพร่างกายทรุดโทรม, 33% ความสุขในบ้านลดลง, 30% ความสัมพันธ์ในครอบครัวย่ำแย่ และ 28% ปลีกตัวแยกจากมิตรสหาย”

“ทวีศักดิ์” อธิบายต่อว่าเมื่อชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวเริ่มไม่มีเส้นแบ่ง จากการที่ต้องทำงานจากที่บ้าน (work from home) ในช่วงโควิด-19 ระบาด ส่งผลทำให้คน 35% ทำงานมากขึ้น 40 ชั่วโมงต่อเดือน และ 25% เกิดความอ่อนล้าจากการทำงานมากเกินไป

การทำงานทางไกล (remote work) หรือทำงานจากบ้านมีทั้งข้อดีและข้อเสียโดยพนักงาน 62% พบว่า remote work มอบความสุขมากกว่าที่เคย โดย 51% ระบุว่าพวกเขามีเวลามากขึ้นสำหรับครอบครัว, 31% การนอน และ 30% สะสางงานให้สำเร็จ

“ขณะเดียวกันพนักงาน 85% กล่าวว่า ความเครียด, ความกังวล และความหดหู่จากการทำงาน ส่งผลกระทบถึงชีวิตส่วนตัวที่บ้านด้วย และ 84% ประสบปัญหาขณะทำงานจากที่บ้าน โดยส่วนใหญ่ (41%) ไม่สามารถแยกแยะเวลาระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัว”

“และ 33% รับมือกับปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น เช่น ความเครียดและความกังวล ทั้งนี้ ผู้คน 42% กล่าวว่า ความเครียด, ความกังวล และความหดหู่ในการทำงานทำให้ความสามารถสร้างผลิตผลของพวกเขาลดต่ำลง และ 40% ระบุว่าสิ่งนี้นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดมากขึ้น”

“พนักงานทั่วโลกต้องการให้บริษัทมีตัวช่วยในการส่งเสริมสุขภาพจิตของพวกเขามากกว่านี้ โดยพนักงาน 76% เชื่อว่าบริษัทควรมีการปกป้องสุขภาพจิตของแรงงานมากกว่านี้, 51% สังเกตว่าบริษัทเพิ่งเริ่มมีการส่งเสริมสุขภาพจิตซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19, 83% ต้องการให้บริษัทของตนใช้เทคโนโลยีเพื่อการส่งเสริมสุขภาพจิตของพนักงาน”

“36% ต้องการเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพด้วยตนเอง, 35% ต้องการบริการให้คำปรึกษาตามคำขอ, 35% ต้องการเครื่องมือตรวจสุขภาพเชิงรุก, 35% ต้องการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นเพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือการทำสมาธิ และ 28% ต้องการโปรแกรมแชตบอตเพื่อตอบคำถามด้านสุขภาพ”

“หลายองค์กรในหลายประเทศได้ใช้ AI, หุ่นยนต์ และ chatbot เข้ามาดูแลสุขภาพจิตพนักงานในช่วงโควิด-19 มากขึ้น จากผลสำรวจทัศนคติของคนทำงานทั่วโลกพบว่าส่วนใหญ่ (68%) เข้าหาเทคโนโลยีมากกว่ามนุษย์เมื่อต้องการความช่วยเหลือ และการปรึกษา”

“มีพนักงานเพียง 18% ที่ชอบพูดคุยกับมนุษย์มากกว่า โดย 80% ยอมรับหากบริษัทจะนำหุ่นยนต์มาเป็นนักบำบัด หรือที่ปรึกษา เนื่องจากส่วนใหญ่ (34%) เชื่อว่าหุ่นยนต์สามารถพูดคุยได้โดยไม่ตัดสินพวกเขา, 30% คิดว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ปราศจากอคติ และ 29% สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว”

“ทวีศักดิ์” กล่าวด้วยว่า ออราเคิลมีแอปพลิเคชั่นสำหรับ HR (human resource) บนระบบ cloud และมีฟังก์ชั่น digital assistant (ที่ปรึกษา/ผู้ช่วยดิจิทัล) ที่เป็นระบบ AI ช่วยให้คำปรึกษากับพนักงาน ซึ่งผลประกอบการของออราเคิลทั่วโลกในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม 2020 ภาพรวมธุรกิจเติบโต 2% แต่ถ้าเทียบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของคลาวด์มีการเติบโตสูงถึง 33% ตรงนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจใช้ AI และหุ่นยนต์ดูแลพนักงานมากขึ้น

“จากผลสำรวจพนักงานทั่วโลก พบว่า 75% เชื่อว่า AI สามารถเยียวยาสุขภาพจิตในสถานที่ทำงานของพวกเขาได้ เพราะ 31% รู้สึกว่า AI ให้ข้อมูลที่จำเป็นในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์, 27% บอกว่า ลดภาระงาน และความเหนื่อยล้า และ 27% บอกว่าลดความเครียดผ่านการช่วยจัดลำดับงาน นอกจากนั้น 63% มองว่า AI สามารถเพิ่มกำลังการผลิต, 51% ชอบ AI เพราะทำให้มีวันหยุดพักร้อนยาวนานขึ้น, 54% เพิ่มระดับความพึงพอใจในงาน และ 52% ยกระดับความสุขโดยรวม”

ผลการศึกษาทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นเรื่องใหญ่ในช่วงเวลานี้ รวมถึงในทศวรรษต่อไปด้วยองค์กรต่าง ๆ จึงต้องเริ่มพูดคุยถึงสุขภาพจิตของพนักงาน และการแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อมาช่วยแก้ปัญหา

ถึงจะทำให้พนักงานมีสุขภาพจิตที่ดีในการรับมือกับมหันตภัยไวรัสร้ายครั้งนี้