เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

กรุงศรีฯ ปรับจีดีพีปีหน้าโต 3.3% อานิสงส์ต่างชาติฟื้นดันส่งออก

25 พ.ย. 2563 | 13:30น.
ส่งออก

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปรับจีดีพีปี 64 ฟื้นตัวดีขึ้นเป็น 3.3% จาก 2.9% อานิสงส์ต่างประเทศฟื้น ดันภาคการส่งออก-การลงทุนภาครัฐแรงขับเคลื่อนหลัก แนะไทยใช้ประโยชน์จากความร่วมมือ RCEP หนุนจีดีพีไทยใน 10 ปีข้างหน้าโต 2.4% ย้ำการเมืองกระทบจีดีพี 0.6-1.1% เชื่อไม่รุนแรงแต่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2564 อยู่ที่ 3.3% จากเดิมมองอยู่ที่ 2.9% และปรับจีดีพีปี 2563 จาก -10.3% มาอยู่ที่ -6.4% เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 และจะมาเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า

โดยส่วนใหญ่จะมาจากอุปสงค์ภายนอกต่างประเทศมากว่าในประเทศ และการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัว 10.5% ในปีหน้าจะเป็นตัวผลักดันภาคการบริโภคขยายตัว 2.5% จากปีนี้ -1.1% และการลงทุนในประเทศโต 3.2% จาก -11% ในปีนี้

สมประวิณ มันประเสริฐ

อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2564 ธนาคารมองว่าการส่งออกจะเป็น Growth Enging ใหม่ของระบบเศรษฐกิจตามการฟื้นตัวจากต่างประเทศ แม้ว่าปีนี้จะ -7.5% และทยอยฟื้นตัวในปีหน้าเป็นบวก 4.5% เพราะดีมานด์ในต่างประเทศจะมีมากขึ้น ซึ่งจากตัวเลขล่าสุดพบว่าการส่งออกสินค้าปรับดีขึ้นทุกหมวดสินค้า

นอกจากนี้ การประสานความร่วมมือภายใต้ RCEP จะเป็นโอกาสของไทยและจะเป็น Growth Enging ใหม่ของไทยต่อไป เนื่องจาก RCEP จะเป็นจุดเชื่อมโยงทั้งการค้าและห่วงโซ่อุปทานการผลิต ซึ่งหากดูผลวิจัยจะพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่ได้ประโยชน์จาก RCEP

เนื่องจากไทยอยู่ตรงกลางห่วงโซ่การผลิต โดยมีการประเมินว่า RCEP จะสร้างการเติบโตต่อจีดีพีประมาณ 2.4% ให้ไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี ไทยจะทำอย่างไรที่จะเชื่อมไปสู่อาเซียนและดึงการลงทุนเข้ามา แต่ไทยอาจจะต้องมีการปรับเกณฑ์กฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็น Soft Infrastructure หลังจากไทยสร้าง Hard Infrastructure ไว้ค่อนข้างพร้อมแล้ว

“ทิศทางในปี 64 เรากำลังเดินไปหาแสงสว่าง แต่เรากำลังยืนในที่มืด ซึ่งพอเราเดินไปในแสงสว่างเราไม่รู้หลังจากนั้นจะเจออะไร จะเจอหิมะหรือทะเล ดังนั้น โอกาสในอนาคตกุญแจสำคัญการขับเคลื่อน 10 ปีข้างหน้า คือ การเชื่อมโยงกับภูมิภาคไม่ใช่เรื่องของการค้าขาย แต่ยังเป็นการจ้างงาน เพราะเราไม่สามารถผลิตและขายคนเดียวได้ เราจึงต้องหาโอกาสและทำให้ดีและให้ถูก”

นายสมประวิณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองนั้น ธนาคารได้รวมปัจจัยนี้เข้าไปอยู่ในการคาดการการเติบโตเศรษฐกิจที่อยู่ 3.3% เนื่องจากประเมินว่าการเมืองจะมีผลต่อจีดีพีประมาณ 0.6-1.1% ของจีดีพี เนื่องจากย้อนดูเหตุการณ์ในช่วงที่มีความสุ่ยวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่าส่วนใหญ่จะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งในปีนี้การท่องเที่ยวไม่น่าจะดี ทำให้ผลกระทบส่วนนี้หายไป แต่ยังคงมีเรื่องของความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ถูกกระทบได้

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว จะเป็นดัชนีชี้วัดเดียวที่ยังไม่มีหวัง โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2564 อยู่ที่ 4 ล้านคน จากปีนี้อยู่ที่ 6.7 ล้านคน ส่วนหนึ่งมาจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาไตรมาสที่ 1 แต่ในปีหน้ายังไม่มี และคาดว่าวัคซีนจะเกิดขึ้นได้ในกลางปีหน้า และยังต้องใช้เวลาในการแจกจ่ายทั่วถึง รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวยังต้องใช้เวลา

“เรามองว่ามาตรการที่ยังต้องช่วยเหลือต่อเนื่อง จะมีอยู่ 4 เรื่องหลัก คือ 1.การปรับโครงสร้างหนี้ เพราะจะทำให้กลไกระบบการเงินขับเคลื่อนได้ 2.การให้สภาพคล่องในระบบที่ยังต้องการแม้ว่าจะทยอยเปิดธุรกิจ 3.การจูงใจให้เกิดการจ้างงาน เพื่อให้คนมีกำลังซื้อช่วยหนุนเศรษฐกิจหมุนต่อ

และ 4.มาตรการท่องเที่ยวที่อาจจะต้องทำต่อ อาจจะมาในลักษณะลดภาษี โดยมาตรการวันนี้ไม่ใช่การประคอง แต่ต้องเป็นการกระตุ้น ซึ่งดูจากตัวเลขคนที่มีกำลังสูงมีอยู่ประมาณ 30% ของครัวเรือน แต่มีการใช้จ่ายสัดส่วนถึง 57% ของรายจ่ายทั้งหมด เราจะทำยังไงให้คนกลุ่มนี้มาใช้จ่ายเพื่อช่วยคนอื่นต่อ”