เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

‘เปิดประเทศ’ ไม่ชัดเจนคือชัดเจน

06 ธ.ค. 2563 | 09:46น.
วัคซีนโควิด
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
กษมา ประชาชาติ

ประเทศไทยเริ่มเห็นข่าวดีจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2563 ที่ติดลบ 6% ดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ติดลบ 12% ทำให้เริ่มเตรียมทบทวนปรับประมาณการจีดีพีว่าอาจจะไม่ลงลึกอย่างที่คาด และยิ่งมีข่าวดีเรื่องความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนโควิดหลายค่าย ทำให้เริ่มมีความหวังว่ากลางปีหน้า “วัคซีน” จะมาช่วยชุบชีวิตเศรษฐกิจ

ไพร่ฟ้าหน้าใสกลับมาใช้ชีวิตปกติ กำลังมีความสุขกับการใช้ประโยชน์ทั้งโครงการคนละครึ่ง/ช้อปดีมีคืนไปพร้อมกับการวางแผนหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วยโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพื่อ “ภาคเหนือ” ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก

แต่ทว่ายังไม่ทันเท่าไรสถานการณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีการตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อเพิ่มที่ จ.เชียงใหม่ ที่ลักลอบเข้าประเทศ ผ่านทางช่องทางธรรมชาติแนวชายแดน จากความเห็นแก่ตัวของบางคน ทำให้คนอื่น ๆ อีกกว่า 300 คนเสี่ยงติดเชื้อ ตามต่อมาด้วยการเจอเคสสาว จ.เชียงราย

เดือดร้อนถึงกลุ่มภาคเอกชนในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวภาคเหนือที่ประกาศโครงการจ่าย 1 แสน เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวอย่าทิ้งเชียงใหม่

ประเด็นนี้ค่อนข้างอ่อนไหวและบานปลายรวดเร็ว บริษัทเอกชนหลายแห่งในแถบกรุงเทพฯเริ่มตื่นตระหนก สั่งให้พนักงานที่เคยเดินทางไป จ.เชียงใหม่ก่อนหน้านั้น หยุดอยู่บ้านกักตัวเอง

การยืนหยัดต่อสู้กับโควิดอย่างแข็งแกร่ง-ยาวนานของไทยกำลังถูกบั่นทอนลง

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ในเวทีสัมมนาเศรษฐกิจ รวมถึงการสัมภาษณ์บิ๊กธุรกิจต่าง ๆ ย้ำข้อเสนอขอให้รัฐบาลพิจารณา “มาตรการเปิดประเทศ” แทรเวลบับเบิลหรือบิสซิเนสบับเบิล กับประเทศที่ให้ความมั่นใจเรื่องการป้องกันโควิด เพื่อต่อลมหายใจให้เศรษฐกิจ ที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากต่างชาติ ทั้งการท่องเที่ยว การลงทุน การส่งออก

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้มุมมองว่า การเปิดประเทศเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความชัดเจนในปีหน้า เพราะเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ว่าจะไม่สามารถฟื้นจนกลับมาเป็นเครื่องจักรสำคัญขับเคลื่อนประเทศได้เช่นก่อนโควิด แต่ก็จะช่วยให้ซัพพลายเชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องฟื้นได้ ซึ่งถ้าไม่รีบเคลียร์ให้เร็วจะเสียโอกาส

“กลินท์ สารสิน” ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ว่า ไทยต้องวางเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าถ้าเปิดจะต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างไร ซึ่งตนได้รับคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ว่าถ้าเปิดแล้วมีการแพร่เชื้อไม่เกิน 100 คนต่อวันก็สามารถรองรับได้ ไม่มีปัญหา

ขณะที่ “เศรษฐา ทวีสิน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ทั้งสองกล่าวในงานสัมมนาของประชาชาติธุรกิจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นโยบายการเปิดประเทศยังขาดความชัดเจน ไม่รู้ว่าจะมีเริ่มนับหนึ่งได้เมื่อไร ทั้งที่นโยบายดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะสัมพันธ์กับการสร้างรายได้ให้กับซัพพลายเชนในธุรกิจท่องเที่ยวต่าง ๆ และจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจกำลังซื้อของประเทศ ซึ่งจะมีส่วนพลิกฟื้นอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น “สแตนลีย์ คัง” ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติ 9,000 บริษัทจากหอการค้าต่างชาติ 37 ประเทศ ก็เคยได้สะท้อนให้รัฐบาลประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับการอนุญาตให้นักธุรกิจต่างชาติและผู้เชี่ยวชาญ (technician) ที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้ เพราะมีการลงทุนหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่สั่งนำเข้าเครื่องจักรมาก่อนหน้านี้ต้องสะดุด จากการปิดประเทศ การเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ต้องล่าช้า

ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า ทุกคนต่างสะท้อนมุมมองว่ารัฐบาลต้องลองเสี่ยงสักตั้งที่ต้องเปิดประเทศ แต่ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าเปิด จะต้องสร้างหลักเกณฑ์ new normal เช่นว่า 1) อนุญาตให้เฉพาะประเทศที่มีความปลอดภัยในการป้องกันโควิด 2) วางมาตรฐานที่เข้มข้นแต่สามารถปฏิบัติได้จริง และ 3) ใช้เกณฑ์ว่าหากเปิดประเทศแล้ว ต้องมียอดจำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันเพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 คน ก็ถือเป็นอันใช้ได้

แน่นอนว่านักธุรกิจทุกคนย่อมรักในธุรกิจ แต่ไม่ใช่ว่านักธุรกิจเหล่านี้ไม่รักประเทศ เพียงแต่มีมุมมองต่างออกไป ทำให้เราตั้งสติคิดว่า สมมุติหากเราต้องอยู่ร่วมกับโควิดไปอีกนาน และชีวิตเราก็ยังต้องเดินหน้าต่อ เพราะเอาเข้าจริงไปถึงกลางปีหน้าก็ยังไม่รู้ว่าจะมีวัคซีนมาถึงคนไทยหรือยัง น้ำหนักนักธุรกิจฝั่งนี้ จึงมองถึงการอยู่ร่วมกับโควิด

หมายถึง ต้องเปิดประเทศฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการวางระบบป้องกันโควิดอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเกิดเหตุสาวเชียงใหม่สาวเชียงรายติดโควิดมาอีก ความหวังฟื้นเศรษฐกิจจากการเปิดประเทศก็ยิ่งริบหรี่ไป หรือความไม่ชัดเจนคือความชัดเจน เป็นคำตอบจากรัฐบาลในเรื่องนี้แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดประเทศ