เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

PwC เตือน บจ.ศึกษาผลกระทบงบการเงิน Q1/64 จากมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวทางบัญชีที่สิ้นสุดในปีนี้

05 ธ.ค. 2563 | 14:00น.
หุ้นไทย

PwC ประเทศไทย เผยมาตรการผ่อนปรนทางบัญชีชั่วคราว สิ้นสุด 31 ธ.ค. 63 กระทบงบการเงิน บจ. ไตรมาส 1 ปี 2564 ทั้งในส่วนมูลค่าสินทรัพย์รายการใหญ่ ลูกหนี้การค้า สินทรัพย์ทางการเงินทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และค่าความนิยม เป็นต้น แนะ บจ.ต้องประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบ รวมทั้งสื่อสารให้นักลงทุนทราบอย่างชัดเจน ขณะที่นักลงทุนต้องอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินเพื่อประกอบความเข้าใจถึงข้อผ่อนปรนที่บริษัทเลือกใช้

นางสาวสินสิริ ทังสมบัติ หัวหน้าสายงานตรวจสอบบัญชีและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกมาตรการผ่อนปรนเป็นการชั่วคราวจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ แนวปฏิบัติทางการบัญชีเรื่องมาตราการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับทางเลือกเพิ่มเติมทางบัญชี เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และแนวปฏิบัติทางการบัญชีเรื่องมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับกิจการที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งข้อผ่อนปรนดังกล่าว ถือเป็นทางเลือกที่ให้กับบริษัทที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ซึ่งหนึ่งในข้อผ่อนปรนดังกล่าว จะหมดอายุลง ณ สิ้นเดือนธันวาคมปีนี้

โดยมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวดังกล่าว ได้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่องบการเงินของกิจการปี 63 ค่อนข้างเยอะ โดยมีบจ.ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จำนวนมากที่เลือกใช้ข้อผ่อนปรนของสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงิน ณ ไตรมาสที่ 2/63 เฉพาะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อยู่ในกลุ่ม SET100 จำนวน 105 บริษัทพบว่า 70% ของบริษัทในกลุ่ม SET100 เลือกใช้ข้อผ่อนปรนของสภาวิชาชีพบัญชี และหมวดธุรกิจที่ทุกบริษัทในกลุ่มเลือกใช้ข้อผ่อนปรนประกอบด้วย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ (Banking) และธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance and Securities) ส่วนกลุ่มธุรกิจที่เลือกใช้ข้อผ่อนปรนอยู่ในระดับน้อย ได้แก่ หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy and Utilities) โดยมีจำนวนเพียง 6 บริษัทเท่านั้น จากทั้งหมด 25 บริษัทในกลุ่มนี้

“บริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนที่ใช้งบการเงิน ต้องทำความเข้าใจถึงมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับงบการเงินหลังจากที่มาตรการนี้สิ้นสุดลง โดยในส่วนของนักลงทุนจำเป็นที่จะต้องอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพื่อให้ทราบว่าบริษัทนั้น ๆ เลือกใช้ข้อผ่อนปรนไหนบ้างและศึกษาว่าผลที่จะตามมาหลังจากข้อผ่อนปรนสิ้นสุดลงเป็นอย่างไร ขณะที่บจ.ก็จะต้องเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ให้ชัดเจนและครบถ้วนแก่ผู้ลงทุนด้วย” นางสาว สินสิริ กล่าว

ทั้งนี้ แนวปฏิบัติทางการบัญชีเรื่องมาตราการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับทางเลือกเพิ่มเติมทางบัญชีเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของสภาวิชาชีพบัญชีนั้นครอบคลุม 7 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. การวัดมูลค่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นโดยวิธีอย่างง่าย (TFRS 9) 2. การวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด (TFRS 9) 3. การวัดมูลค่ายุติธรรมสำหรับรายการสินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน (TFRS 13) 4. การเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่า (TFRS 16) 5. การกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (TAS 12) 6. การประเมินข้อบ่งชี้การด้อยค่าของสินทรัพย์ (TAS 36) และ 7. การประมาณการหนี้สิน (TAS 37)

นางสาว สินสิริ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดมาตรการผ่อนปรนส่วนใหญ่นั้นจะกระทบกับการประมาณการที่ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในอนาคต และการประมาณการดังกล่าว ส่วนใหญ่กระทบกับการแสดงมูลค่าของสินทรัพย์ในงบการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งปกติในการประมาณการจะต้องใช้ข้อมูลในอดีตควบคู่ไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และต้องคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย แต่ในข้อยกเว้นกำหนดทางเลือกไม่ต้องนำข้อมูลที่มีการคาดการณ์ในอนาคต (Forward-looking information) มาใช้ในการคิดมูลค่าของผลขาดทุนทางด้านเครดิต

นอกจากนี้ ยังมีข้อผ่อนปรนสำหรับการวัดมูลค่ายุติธรรม เช่น การให้กิจการสามารถเลือกวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดในแต่ละรอบระยะเวลาสิ้นไตรมาสและสิ้นปีของปี 2563 ด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 แทนการวัดมูลค่ายุติธรรมใหม่ทุกไตรมาส ซึ่งในการคาดการณ์มูลค่ายุติธรรม ณ เวลานั้น (1 ม.ค. 63) อาจยังไม่ได้มีผลกระทบจากโควิด-19 มากนัก รวมทั้งในการจัดทำมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน และสินทรัพย์ทางการเงินบางประเภทที่ต้องใช้การประมาณการ กิจการสามารถให้น้ำหนักของข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 เป็นน้ำหนักน้อย

สำหรับการประเมินการด้อยค่าได้ให้ข้อผ่อนปรน 2 ส่วน โดยส่วนที่ 1 เป็นการให้ทางเลือกที่จะไม่นำสถานการณ์โควิด-19 มาถือเป็นข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า ซึ่งหากไม่มีข้อผ่อนปรนดังกล่าว การเกิดสถานการณ์โควิด-19 จะถือเป็นสถานการณ์ทางด้านลบและเป็นเหตุให้กิจการต้องทำการทดสอบการด้อยค่า

ดังนั้น การให้ข้อยกเว้นในข้อนี้จึงทำให้กิจการไม่ต้องทำการทดสอบการด้อยค่า และส่วนที่ 2 เป็นการผ่อนปรนในเรื่องของการที่กิจการสามารถเลือกที่จะไม่ต้องนำข้อมูลจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจกระทบต่อการพยากรณ์ทางการเงินในอนาคตมาใช้ประกอบการทดสอบการด้อยค่า สำหรับสินทรัพย์บางกลุ่มที่ต้องทำการทดสอบการด้อยค่าเป็นประจำทุกปี ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่าก็ตาม ซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวครอบคลุมถึงค่าความนิยม สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการให้ประโยชน์ไม่ทราบแน่นอน และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ ข้อผ่อนปรนดังกล่าวยังให้ทางเลือกกับกิจการในการที่จะไม่นำข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความไม่แน่นอนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการประมาณกำไรทางภาษีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาเป็นข้อมูลในการประมาณความเพียงพอของกำไรทางภาษีที่จะเกิดขึ้น เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีและรับรู้เป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีได้

ขณะที่ประเด็นทางบัญชีอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมในการจัดทำงบการเงินภายใต้วิกฤตโควิด-19 เช่น การบัญชีกรณีที่มีการปรับโครงสร้างหนี้ การบัญชีป้องกันความเสี่ยง การประมาณการหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กร การรับรู้รายได้ และการวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือยังเป็นประเด็นที่บริษัทต้องพิจารณาในการจัดทำงบการเงินปี 2563

นางสาว สินสิริ กล่าวต่อว่า การให้ข้อผ่อนปรนดังกล่าวยังส่งผลกระทบกับมูลค่าสินทรัพย์รายการใหญ่ ๆ หลายรายการในงบการเงิน เช่น ลูกหนี้การค้า ลูกหนี้สัญญาเช่า ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน สินทรัพย์ทางการเงินทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และค่าความนิยม ดังนั้น หากการผ่อนปรนสิ้นสุดลงสิ้นปีนี้นั่นหมายความว่า ในการจัดทำงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาสิ้นสุด 31 มีนาคม 2564 บริษัทจะต้องหยุดการปฏิบัติตามข้อผ่อนปรนและกลับไปใช้หลักการตามปกติที่กำหนดอยู่ในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าของสินทรัพย์ที่แสดงอยู่เปลี่ยนแปลงไปได้

จากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่กล่าวไปข้างต้นพบว่า ข้อผ่อนปรนที่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่ม SET100 เลือกใช้เป็นลำดับสูงที่สุด อันดับที่ 1 คือ เรื่องของการวัดมูลค่าผลขาดทุนที่เกิดจากการด้อยค่าของลูกหนี้ (คิดเป็น 66% ของบริษัทใน SET100 ที่เลือกใช้ข้อผ่อนปรนฉบับนี้) อันดับที่ 2 คือ เรื่องการประเมินข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า (62%) และอีกข้อผ่อนปรนหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การเลือกใช้ข้อผ่อนปรนในเรื่องของการด้อยค่าของค่าความนิยม (43%) เนื่องจากไม่ใช่ทุกบริษัทจะมีค่าความนิยม

“ข้อมูลเหล่านี้ย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นที่นักลงทุนต้องอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินเพื่อประกอบความเข้าใจข้อผ่อนปรนที่บริษัทเลือกใช้ เพราะบริษัทแต่ละแห่งเลือกใช้ข้อผ่อนปรนที่แตกต่างกันไปทำให้เกณฑ์ในการจัดทำงบการเงินอาจมีความแตกต่างกันได้ ในส่วนของบริษัทจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนรวมถึงต้องมีการเปิดเผยการใช้วิจารณญาณในการประมาณการต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักลงทุนอย่างครบถ้วนด้วย เพราะแต่ละบริษัทอาจเลือกใช้ข้อผ่อนปรนที่เหมือนกัน แต่ใช้วิจารณาญาณที่แตกต่างกันซึ่งอาจส่งผลให้ตัวเลขที่ทำการประมาณการต่างออกไป สุดท้าย บริษัทจะต้องประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อข้อผ่อนปรนสิ้นสุดลงเพื่อจะได้เตรียมการสื่อสารและส่งสัญญาณให้กับผู้ใช้งบการเงินได้ทราบว่า ตัวเลขในไตรมาสที่ 1/64 จะได้รับผลกระทบหลังจากหมดข้อผ่อนปรน” นางสาวสินสิริกล่าว