เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,750 บาท
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
Finance ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
Politics นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
Economic ‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
Finance CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
Economic ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
Politics ‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
Politics ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
ดูทั้งหมด

ปีใหม่ (อีกปี)

12 ธ.ค. 2563 | 10:51น.
คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ
อำนาจ ประชาชาติฯ

ใคร ๆ มักจะบอกว่า เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุข

ก็แปลกดีเหมือนกันที่ผู้คนมักจะให้ความหวังกับปีใหม่

นั่นเพราะคนเราคงหวังว่า ปีใหม่จะนำมาซึ่งสิ่งดี ๆ ที่ (อยากให้) มีเข้ามามากขึ้น

คนทำธุรกิจก็หวังว่า เศรษฐกิจจะคึกคักมากขึ้น จะได้ทำมาค้าขายได้คล่องตัว มีโอกาสสร้างการเติบโต

นักลงทุนก็อยากเห็นพอร์ตตัวเองเจริญงอกงาม ผลตอบแทนเป็นบวก

ผู้คนทั่วไปก็หวังว่า จะมีโชค มีลาภ ยศ สรรเสริญ มีสุข ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้เจอคนดี ๆ ฯลฯ

นักปฏิวัติก็อยากเห็นสังคมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม

นี่ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน ก็จะเข้าสู่ปีใหม่แล้ว

ก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกคนสมหวัง ได้พบกับสิ่งที่ดีที่พึงปรารถนาในปี 2564 ที่กำลังจะมาถึง

เพราะปี 2563 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป นับเป็นปีแห่งฝันร้ายของผู้คนทั่วโลก

การแพร่ระบาดของไวรัสวายร้าย “โควิด-19” ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในแง่วิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไป ทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ตกต่ำ

หนุ่มสาวโรงงานที่เคยแบกความหวังความฝันไว้เต็มบ่า หลายชีวิตต้องตกงานเคว้งคว้าง ซวนเซกลับไปตั้งหลักใหม่ที่บ้านเกิด

หลายธุรกิจอาการหนักร่อแร่ เพราะขาดรายได้ ยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ยิ่งลำบากหนัก

เนื่องจากที่ผ่านมา เราพึ่งกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างมาก เมื่อเปิดประเทศไม่ได้ ก็ไม่มีนักท่องเที่ยว ก็ไม่มีรายได้ ส่วนรายจ่าย หนี้สิน ยังต้องแบก ต้องจ่าย

ฟัง “คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รมว.คลัง กล่าวในงานสัมมนา “THAILAND 2021 #New Game New Normal” ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านทำนายว่า กว่าที่การท่องเที่ยวจะฟื้นกลับมาเต็มศักยภาพเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด น่าจะกินเวลาถึง 4 ปี หรือในปี 2567 โน่นเลยทีเดียว เพราะแม้ว่าจะเริ่มเปิดประเทศได้ ทว่า ยังต้องทำแบบจำกัดจำเขี่ย ค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ รมว.คลังบอกว่า ปีหน้ารัฐตั้งเป้าเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ 8 ล้านคน จากช่วงก่อนโควิดที่ไทยมีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคน

ขณะที่ “KKP Research” โดยเกียรตินาคินภัทร มองน้อยกว่านั้น คือคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพียง 6.4 ล้านคน เพราะมองว่ากว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ ก็ปาเข้าไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 แล้ว

นั่นหมายความว่า ถ้าเราไม่รีบปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ก็คงต้องรอกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไปถึงปี 2567 เพื่อให้มาเป็นตัวช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

ซึ่งรัฐบาลก็คงจะแก้ปัญหาแบบรอฟ้ารอฝนเช่นนั้นไม่ได้

ตอนนี้ทุกคนพูดกันว่า เราคงต้องพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น ทว่า คงไม่ใช่แค่เน้นแต่การกระตุ้นแต่การบริโภคไปเรื่อย ๆ อย่างเดียว

คงต้องทำอะไรที่มากกว่านั้น

สิ่งที่น่ากลัวก็คือ วิกฤตที่ใคร ๆ ก็มองกันว่า จะลากยาวไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี

แบบนี้คนที่สายป่านยาว ก็คงพอไปไหว แต่ถ้าเป็นคนตัวเล็กตัวน้อย ก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน ว่าคนเหล่านั้นจะรอดกี่ราย

มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทำงานคร่ำหวอดอยู่ในเรื่องเอสเอ็มอีบอกว่า ตอนนี้ที่ยังไม่เห็นหนี้เสียพุ่งมาก แม้จะหมดมาตรการของแบงก์ชาติไปแล้ว ก็เพราะว่าผู้ประกอบการหลายรายนำเงินเก็บมาชำระหนี้ไปก่อน ไม่ใช่รายได้ เพราะรายได้ไม่มีเข้ามา ดังนั้น หากวิกฤตลากยาว คนเหล่านี้ก็น่าจะรอดยาก

ที่ผ่านมาเห็นแบงก์ชาติบอกว่า จะปมเรื่องสภาพคล่อง แก้ปัญหาที่ซอฟต์โลนปล่อยไม่ออก แต่นี่จะสิ้นปีแล้วก็ยังไม่เห็นความชัดเจน

ถ้าไม่รีบออกมา ไตรมาสแรกปีหน้าจะน่ากลัว เพราะ “สึนามิหนี้” กำลังจะมา

ก็หวังว่า ทั้งผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่ กับขุนคลังคนใหม่ น่าจะคิดทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที

สวัสดีปีใหม่ (ล่วงหน้า) ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ