ค่าเงินบาททรงตัว กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายตามคาด
ค่าเงินบาททรงตัว กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายตามคาดที่ 0.50% ต่อปี หวังช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ปธน.ทรัมป์ขู่ จะไม่ลงนามบังคับใช้ร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 9 แสนล้านดอลลาร์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/12) ที่ระดับ 30.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 30.22/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลจากแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากการที่มีรายงานพบการกลายพันธุ์ของไวรัสในประเทศอังกฤษ
นอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความไม่พอใจและขู่ว่าเขาอาจจะยังไม่ลงนามบังคับใช้ร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9 แสนล้านดอลลาร์ เพราะต้องการให้สภาคองเกรสเพิ่มจำนวนเงินในเช็คเงินสดที่จะแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และให้ยกเลิกการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีประชุมในวันนี้ (23/12) โดยมีมติเป็นเอกฉันคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ต่อปี ตามที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
นอกจากนี้ กนง.ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2563 เป็นหดตัว -6.6% ซึ่งดีกว่าที่ประเมินไว้เดิมที่หดตัว -7.8% จากการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัวดีขึ้น และคาดว่าจะกลับมาขยายตัว 3.2% ในปี 2564 และ 4.8% ในปี 2565
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.17-30.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.19/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/12) ที่ระดับ 1.2161/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (22/12) ที่ระดับ 1.2211/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนักลงทุนยังคงจับตาเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งคาดหวังว่าอังกฤษและ EU จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้
โดยแหล่งข่าวจากนักการทูตของ EU กล่าวว่า EU พร้อมที่จะขยายเวลาเจรจาการค้ากับอังกฤษต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า นอกจากนี้ตลาดยังคงแสดงความกังวลเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นในยุโรป และกังวลไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์โดยเฉพาะในอังกฤษ ซึ่งทำให้อังกฤษกลับมาล็อกดาวน์ฉุกเฉิน
โดยอังกฤษได้ประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของโควิด-19 สู่ระดับ Tier 4 ซึ่งจะใกล้เคียงกับมาตรการล็อกดาวน์ที่เคยประกาศใช้เมื่อเดือนพฤศจิกายน
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2154-1.2201 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2190/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/12) ที่ระดับ 103.33/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (22/12) ที่ระดับ 103.39/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนเข้าถือครองสกุลเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก
นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือน ต.ค. ในวันนี้ (23/12) โดยระบุว่า คณะกรรมการ BOJ ได้หารือกันเกี่ยวกับแนวทางในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.32-103.55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (23/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประจำเดือนธันวาคม (23/12), ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ ประจำเดือนพฤศจิกายน (23/12), ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลสหรัฐ ประจำเดือนพฤศจิกายน (23/12), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ ประจำเดือนพฤศจิกายน (24/12), ยอดค้าปลีกญี่ปุ่นประจำเดือนพฤศจิกายน (25/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.25/-0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +1.3+2.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ