เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ดูทั้งหมด

2021 จัดระเบียบการค้าโลก ถึงเวลาฟื้นบทบาท ‘ดับเบิลยูทีโอ’

04 ม.ค. 2564 | 10:05น.

ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

นักวิชาการด้านการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานทางวิชาการที่เฝ้าจับตาสถานการณ์การค้าอย่าง “โกลบอล เทรด อะเลิร์ต” (จีทีเอ) ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นานาประเทศพากันประกาศใช้มาตรการทางการค้าที่เป็นการบิดเบือนการแข่งขันเสรีทางการค้ากันมากขึ้น

กติกา “การค้าโลก” อัมพาต

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ “ท้าทาย” ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) โดยตรง ด้วยการประกาศใช้มาตรการทางการค้าฝ่ายเดียวหลายต่อหลายอย่าง รวมทั้งถึงที่สุดคือการหยิบยกเรื่อง “ความมั่นคงแห่งชาติ” มาเป็นเหตุผลในการประกาศ “สงครามการค้า” กับจีน

นักวิเคราะห์เชื่อว่า มาตรการเชิงกีดกันทางการค้าทั้งหลายเกิดขึ้นจากการที่องค์การการค้าโลก ไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาต่อรอง จนสามารถบรรลุถึงกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อใช้ต่อต้านนโยบายทางการค้าแบบเลือกปฏิบัติ รวมทั้งการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ครอบคลุมการค้าและบริการใหม่ ๆ ทั้งหลายไม่มากก็น้อย

ผลลัพธ์ก็คือ ทำให้ชาติสมาชิกเริ่มละเลยดับเบิลยูทีโอมากขึ้น มุ่งเน้นไปที่การเจรจาเพื่อทำความตกลง “ทวิภาคี” หรืออย่างมากที่สุดก็จับกลุ่มก่อให้เกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาคเท่านั้น

ที่ผ่านมา “สหรัฐอเมริกา” คือผู้ที่บั่นทอนบทบาทและความเชื่อมั่นต่อดับเบิลยูทีโอมากที่สุด ภายใต้ข้ออ้างที่ว่า “กลไกระงับข้อพิพาท” (ดีเอสเอ็ม) ผ่านองค์กรระงับข้อพิพาท (ดีเอสบี) ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่อาจดำเนินการได้ตามพันธกรณี ปล่อยให้บรรดาเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลายอาศัยข้อบทว่าด้วย “สเปเชียลทรีตเมนต์” และ “ดิฟเฟอเรนเชียลทรีตเมนต์” ดำเนินการได้ตามใจชอบ

การที่รัฐบาลสหรัฐของทรัมป์ สกัดการแต่งตั้งตัวแทนเข้าสู่ “องค์กรอุทธรณ์” ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกระงับข้อพิพาท ทำให้กลไกนี้กลายเป็นอัมพาตไปโดยสิ้นเชิง

ฟื้นฟูบทบาท “ดับเบิลยูทีโอ”

ความขัดแย้งทางการค้าที่พอกพูน ส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้การทำลายห่วงโซ่ซัพพลายที่เกิดขึ้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

นั่นคือเหตุผลที่ศาสตราจารย์ “แบร์นาร์ด โฮคแมน” ผู้อำนวยการแผนกโกลบอล อีโคโนมิกส์ ประจำศูนย์โรเบิร์ต ชูแมนเพื่อการวิจัยก้าวหน้าของสถาบันมหาวิทยาลัยแห่งยุโรป (อียูไอ) นำเสนอไว้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ชาติสมาชิกจะช่วยกันฟื้นฟูบทบาทของดับเบิลยูทีโอขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ไม่เพียงเพื่อยับยั้งสภาพเสื่อมทรุดและบิดเบือนในวงการการค้าโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการริเริ่มการเจรจาหารือในประเด็นทางการค้าใหม่ ๆ ที่สำคัญ เพื่อวางแนวปฏิบัติที่ดีและกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ที่ชาติสมาชิกเห็นพ้องต้องกัน ในขอบเขตอย่างอีคอมเมิร์ซ, การอำนวยความสะดวกในการลงทุน, ข้อกำหนดด้านบริการภายในประเทศ และแนวทางการสนับสนุนกิจการเอสเอ็มอีให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากการค้า เป็นต้น

โฮคแมนชี้ว่า จุดเริ่มต้องมาจากสหรัฐอเมริกา ชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของ “โจ ไบเดน” เอื้อให้เกิดความคาดหวังของการฟื้นฟูบทบาทของดับเบิลยูทีโอให้สูงมากขึ้น ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน เพียงแค่เริ่มต้นจัดการแต่งตั้งตัวแทนเข้าสู่องค์การอุทธรณ์ของดับเบิลยูทีโอ ไม่เพียงทำให้กลไกระงับข้อพิพาททำงานได้อีกครั้งหนึ่งนั้น ยังเป็นการส่งสัญญาณออกไปในวงกว้างไปยังชาติสมาชิกดับเบิลยูทีโออื่น ๆ ให้ตระหนักถึงพันธะต่อดับเบิลยูทีโอ และการปฏิรูปเพื่อฟื้นฟูองค์กรให้มีบทบาทขึ้นมาอีกครั้ง

ข้อเสนอ “การเจรจาแบบกลุ่ม”

ประเด็นที่น่าสนใจมากที่สุดในข้อเสนอของศาสตราจารย์โฮคแมนก็คือ การเสนอให้ใช้หลักการเจรจาแบบกลุ่ม หรือพลูริแลเทอรอล (Plurilateral) ในการเจรจาประเด็นสำคัญ ๆ ทั้งหลาย มาแทนที่การเจรจาแบบพหุภาคีเพื่อสร้าง “ฉันทามติ” ซึ่งไม่เพียงทำได้ยากมากเท่านั้น แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ยังแสดงให้เห็นว่า “ฉันทามติ” กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการของดับเบิลยูทีโอ

ตัวอย่างที่เห็นกันชัด ๆ ก็คือ การคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกคนใหม่ ซึ่งจนแล้วจนรอด ชาติสมาชิกก็ยังหาฉันทามติไม่ได้นั่นเอง

การเจรจาแบบกลุ่ม เปิดโอกาสให้ชาติสมาชิกเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสนใจในประเด็นการค้าที่แต่ละกลุ่มริเริ่มให้มีขึ้น กฎเกณฑ์ข้อบังคับที่เกิดขึ้นภายใต้การเจรจานี้ควรสอดคล้องและเป็นไปตามหลักการของดับเบิลยูทีโอ เพื่อผลในการบังคับใช้ต่อไปในอนาคต

ศาสตราจารย์โฮคแมนระบุว่า “พลูริแลเทอรอล” เอื้อประโยชน์ให้กับสหรัฐอเมริกาเป็นพิเศษ เปิดโอกาสให้เข้าร่วมกลุ่มเจรจาในประเด็นการค้าที่ต้องการได้ ในกลุ่มชาติสมาชิกที่ต้องการเจรจาด้วย เช่น มหาอำนาจทางการค้าขนาดใหญ่ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน การเจรจาการค้าแบบกลุ่มภายใต้องค์การการค้าโลกที่มีสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมก็สามารถสร้างความเด่นให้กับดับเบิลยูทีโอขึ้นมาอีกครั้ง

หัวข้อหรือวาระของการเจรจาแบบกลุ่ม ศาสตราจารย์โฮคแมนชี้ว่า ควรเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการค้าสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ ตัวอย่างเช่น กฎใหม่ ๆ ว่าด้วยนโยบายการใช้ภาษีอุดหนุนอุตสาหกรรม, การจัดเก็บภาษีดิจิทัลเซอร์วิส, ข้อกำหนดว่าด้วยความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และการใช้นโยบายการค้าเป็นเครื่องมือเพื่อดำเนินความพยายามในการลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมาก เป็นต้น

หนุน “สหรัฐ” ชูธงปฏิรูป

ข้อเสนออีกประการคือ “สหรัฐอเมริกา” ควรริเริ่มและถือว่าการเข้ามามีบทบาทนำในการปรับปรุงระบบและกลไกระงับข้อพิพาทของดับเบิลยูทีโอ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสำหรับฝ่ายบริหารของตน เพราะความสามารถในการแก้ไขวิกฤตและความขัดแย้งทางการค้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงความหมายและความสำคัญของดับเบิลยูทีโอ

ทั้งยังมีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปดับเบิลยูทีโออีกบางประการ อาทิ การทำให้สำนักเลขาธิการดับเบิลยูทีโอ ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น แทนที่แค่รอรับรายงานจากชาติสมาชิกเท่านั้น เป็นต้น

ศาสตราจารย์โฮคแมนยอมรับว่า การฟื้นฟูและปฏิรูปดับเบิลยูทีโอ จำเป็นต้องพึ่งพา “เจตนารมณ์ทางการเมือง” จากสหรัฐอเมริกาและชาติสมาชิกสูงมาก

อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวในยุทธศาสตร์ของทรัมป์ในการแก้ปัญหาทางการค้าที่ผ่านมา เมื่อบวกกับโอกาสที่จะช่วยให้สหรัฐอเมริกากลับมาเป็นผู้นำในการธำรงรักษาระบบเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้างและยั่งยืน บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ

ก็นับเป็นโอกาสที่เย้ายวนไม่น้อยเลยทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การค้าโลก