Skip to content

คลังถกแผนแจกเงินรอบใหม่ แบงก์แห่ขยายเวลา “พักหนี้”

10 ม.ค. 2564 | 09:27น.
คลังถกแผนแจกเงินรอบใหม่ แบงก์แห่ขยายเวลา “พักหนี้”

คลังเร่งถกสภาพัฒน์ เตรียมมาตรการแจกเงินเยียวยา “เราไม่ทิ้งกัน” ภาค 2 เผย 2 ทางเลือก “แจกเฉพาะพื้นที่สีแดง” หรือแจกทั่วประเทศ ชี้ข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ขณะที่สถานการณ์ระบาดยังไม่นิ่ง “อาคม” ชง ครม. เห็นชอบมาตรการให้แบงก์รัฐอุ้มลูกหนี้ต่อ พร้อมมาตรการลดค่าครองชีพประชาชน แบงก์พาเหรดต่อเวลา “พักหนี้” ธปท.จี้แบงก์พาณิชย์อุ้มลูกหนี้รายย่อยถึงกลางปี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจ่ายเงินเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นั้น รัฐบาลยังรอดูผลการแพร่ระบาดในช่วง 2 สัปดาห์ หลังเทศกาลปีใหม่ว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศจะพุ่งสูงขนาดไหน หากมีแนวโน้มว่ายังพุ่งไม่หยุดก็จะต้องมีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน เหมือนกับที่เคยจ่ายในโครงการเราไม่ทิ้งกัน (คนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน)

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอหลักการจ่ายเงินเยียวยาครั้งนี้มี 2 ออปชั่น คือ การแจกเงินเยียวยาให้ประชาชน เฉพาะในจังหวัดที่มีมาตรการควบคุมสูงสุด เป็นพื้นที่ 28 จังหวัดสีแดง แต่แนวทางนี้ก็มีความยุ่งยากในการตรวจสอบและบริหารจัดการ และหากการระบาดยังขยายวงไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้จัดการยาก ทั้งอาจทำให้เกิดปัญหาในทางการเมืองของรัฐบาลได้

อีกทางเลือกคือ แจกเงินเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ (ไม่รวมผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม และเกษตรกร) ซึ่งแนวทางนี้ก็จะยุ่งยากน้อยกว่า แต่ก็จะมีภาระของการเยียวยาที่สูงขึ้น ข้อดีข้อเสียต่างกัน ซึ่ง รมว.คลังจะมีการนำเรื่องนี้ไปหารือกับทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เนื่องจากเป็นการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ซึ่งทางเลขาธิการสภาพัฒน์เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้จ่ายเงินกู้

อย่างไรก็ตาม ใน 2 แนวทางก็ยังมีออปชั่นปลีกย่อยอีกมาก ซึ่งแนวคิดของคลังมองตามหลักเศรษฐศาสตร์เห็นว่า ควรเยียวยาตามพื้นที่ระบาด แต่หลายฝ่ายก็มีมุมมองความเห็นแตกต่างกันมาก ซึ่งในเหตุผลด้านรัฐศาสตร์ก็มองว่า อาจจำเป็นต้องแจกเงินเยียวยาแบบทั่วประเทศ สำหรับวงเงินที่จ่ายคาดว่าสูงสุดจะไม่เกิน 4,000 บาท ในระยะเวลา 2 เดือน โดยประเมินว่ารัฐบาลและสาธารณสุขจะสามารถควบคุมการระบาดได้ภายในเดือน ก.พ.นี้

“ขณะที่เงินกู้ในหมวดเยียวยา ตอนนี้เหลือราว 1.39 แสนล้านบาท ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ขอจองใช้วงเงินไว้ด้วย เพื่อใช้เยียวยาเกษตรกรและดูแลสินค้าเกษตร อย่างไรก็ดี ยังสามารถขอใช้งบฯกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นได้ รวมถึงสามารถขอดึงเงินในส่วนของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจมาใช้เพื่อเยียวยาได้” แหล่งข่าวกล่าว

คลังดันแบงก์รัฐอุ้มลูกหนี้

ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 12 ม.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาเห็นชอบมาตรการทางการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เป็นต้น รวมถึงทางสภาพัฒน์ก็จะเสนอมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ในพื้นที่เสี่ยง 28 จังหวัด และจะเน้นเข้าไปดูแล 5 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด

“มาตรการทางการเงินที่จะเสนอ ครม. จะมีทั้งรูปแบบการเติมสินเชื่อ และดูแลหนี้ให้กับประชาชน รวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ เช่น การพักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย หรือลดการจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่มีอยู่แล้ว ส่วนมาตรการที่จะสิ้นสุดเดือน มิ.ย. 2564 ก็จะมีการพิจารณาให้อีกครั้งหนึ่ง” นายอาคมกล่าว

“อาคม” เยียวยาเฉพาะกลุ่ม

นายอาคมกล่าวว่า สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะทยอยตามมาหลังออกมาตรการทางการเงินแล้ว ส่วนรูปแบบการเยียวยาครั้งนี้จะดูให้ละเอียด เนื่องจากจะเป็นลักษณะการดูแลเฉพาะกลุ่ม ทั้งต้องพิจารณาประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดในปัจจุบันว่า ระยะเวลาจะยืดเยื้อออกไปนานเท่าไหร่ แม้ผลกระทบจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว แต่เศรษฐกิจก็ยังสามารถเดินหน้าได้ ไม่ได้มีการปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด เพียงแต่จำกัดเวลาการเปิด-ปิดสถานที่ต่าง ๆ ประชาชนยังสามารถเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยได้

“จะพยายามทำให้เร็วที่สุด จะตามมาหลังจากที่มาตรการทางการเงิน ทั้งสินเชื่อ พักชำระหนี้ และมาตรการลดรายจ่ายประชาชนออกมาแล้ว เพราะมาตรการเยียวยาต้องดูรายละเอียด และต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งก่อนเสนอเข้า ครม. ส่วนจะเยียวยาเฉพาะ 28 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงหรือไม่นั้น ยังไม่สรุป ขอดูอีกครั้งก่อน” นายอาคมกล่าว

“คนละครึ่ง” รอบเก็บตก

สำหรับโครงการคนละครึ่ง จะเปิดลงทะเบียนรอบเก็บตกอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือน ม.ค.นี้ โดยมีสิทธิคงเหลือรวมอยู่กว่า 1 ล้านสิทธิ ทั้งยังมีสิทธิตกหล่นจากผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเฟส 2 แต่ไม่ได้ใช้จ่ายภายใน 14 วันด้วย ซึ่งจะต้องมาสรุปตัวเลขอีกครั้ง

ออมสิน “พักหนี้” พื้นที่สีแดง

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร จำนวนกว่า 1.9 ล้านราย วงเงินสินเชื่อกว่า 670,000 ล้านบาท ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด/พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดรวม 28 จังหวัด โดยให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น หรือขอลดการจ่ายดอกเบี้ยบางส่วนได้แล้วแต่กรณี ซึ่งมาตรการครั้งนี้มีระยะเวลา 3-6 เดือน โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา

กสิกรฯต่อเวลา “พักหนี้”

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการเชิงรุก เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผ่านช่องทางสาขาและคอลเซ็นเตอร์ ลูกค้ารายใดที่ได้รับผลกระทบและยังไม่เคยเข้าโครงการความช่วยเหลือสามารถติดต่อธนาคารได้ทันที โดยธนาคารจะขยายเวลาความช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการ ธปท. ที่ได้สิ้นสุดไปเมื่อสิ้นปี 2563 โดยจะต่อเวลาไปถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2564

อย่างไรก็ดี ธปท.คงไม่ออกมาตรการช่วยเหลือเป็นการทั่วไปแบบรอบแรก เนื่องจากลูกค้าของแต่ละธนาคารแตกต่างกัน ดังนั้น ธปท.น่าจะให้แต่ละธนาคารให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม ขณะที่ลูกหนี้รายเดิมที่อยู่ในโครงการช่วยเหลือจากโควิด-19 ระยะที่ 1-2 ยังคงอยู่ในโปรแกรมเดิมที่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งแต่ละรายจะได้รับการช่วยเหลือไม่เหมือนกัน เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ หรือบางรายขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ยาว 3 ปี เป็นต้น

KTB ส่งทีมเกาะติดลูกหนี้

ด้านนายเฉลิม ประดิษฐอาชีพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ทีมกลยุทธ์และเครือข่ายสาขาได้ประสานงานในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรอบใหม่ ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกสาขาติดต่อลูกค้าผ่านการโทรศัพท์ในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด รวม 28 จังหวัดพื้นที่สีแดง เพื่อติดตามอาการของลูกค้าถึงความสามารถในการชำระหนี้และติดขัดตรงไหน ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่

เช่น กรณีลูกค้ารายเดิมที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ระยะที่ 1 และได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบใหม่ ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง ซึ่งจะมีทั้งมาตรการพักชำระหนี้ และให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของ ธปท. หากเป็นลูกค้าที่ไม่เคยเข้าโครงการช่วยเหลือจะมีเจ้าหน้าที่สาขาติดตาม หากลูกค้ามีสัญญาณชำระล่าช้า ก็จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้ความช่วยเหลือทันที

“ตอนนี้ทีมโปรดักต์และกลยุทธ์ประสานงานกับทีมสาขา โดยจะมีรายชื่อลูกค้าให้ติดต่อประสานงานกับลูกค้าเพื่อให้ความช่วยเหลือตามแนวปฏิบัติของธนาคารและ ธปท. ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มทยอยสำรวจลูกค้าในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด และยกระดับเข้ม 5 จังหวัด ซึ่งการให้ความช่วยเหลือลูกค้าเป็นงานสำคัญของธนาคารตลอดปีนี้” นายเฉลิมกล่าว

ธปท.สั่งอุ้มรายย่อยต่อ 6 เดือน

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ว่า ธปท.ยังไม่ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติม แต่ได้มีการติดต่อธนาคารพาณิชย์ให้พิจารณาขยายเวลาช่วยเหลือลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย เช่น สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต และสินเชื่อรายย่อยอื่น ๆ ตามมาตรการผ่อนปรนช่วยเหลือเดิมของ ธปท.ที่สิ้นสุดลงไปเมื่อ 31 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา เช่น การพักชำระหนี้ ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ หรือลดการชำระค่างวด เป็นต้น โดยให้ขยายออกไปอีก 6 เดือน หรือจนถึงเดือน มิ.ย. 2564

นอกจากนี้ แบงก์ได้เสนอให้ ธปท.พิจารณาลดภาระของธนาคารด้วย โดยขอให้ขยายเวลามาตรการผ่อนปรนเรื่องการจัดชั้นหนี้และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะครบกำหนดสิ้นปี 2564

“แบงก์มองว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ในการฟื้นฟูลูกหนี้ ซึ่งแบงก์จำเป็นต้องตั้งส่วนสูญเสียเพิ่ม รวมถึงการกลับมาพิจารณาเรื่องเกณฑ์งดจ่ายเงินปันผลด้วย ซึ่งควรจะมีเกณฑ์กลางออกมา” แหล่งข่าวกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลัง