โควิดระบาด ชาวบ้านรายได้หด ส.ส. – ข้าราชการ WFH รับเงินเดือนเต็มขั้น
เสียงระงมจากลูกจ้าง-แรงงาน คนหาเช้ากินค่ำ และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เรียกร้องให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนดังขึ้นทวีคูณ
นับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ “รายแรก” ที่ตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 การแพร่ระบาด “ระลอกสอง” ได้เริ่มนับ 1 จากพบผู้ป่วยในประเทศหลักหน่วย เพิ่มขึ้นเป็นหลักสิบและหลักร้อย-เข้าใกล้หลักพัน
ตามมาด้วยมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ 23 จังหวัด-ล็อกดาวน์ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก และการออกข้อกำหนดฉบับที่ 15-17 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
การห้ามเข้า-ออก และปิดพื้นสถานที่เสี่ยง การห้ามใช้อาคาร-สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคของโรงเรียน-สถานศึกษา เพื่อจัดการเรียน การสอน และการฝึกอบรม รวมถึงโรงเรียนกวดวิชาที่ต้องปิดการเรียนการสอนทั้งหมด-เรียนออนไลน์แทน
โดยเฉพาะ “ข้อกำหนด ฉบับที่ 17” ยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค และการยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง เพื่อควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคม-ยานพาหนะเข้าออก 5 จังหวัด
ได้แก่ ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรสาคร จันทบุรี กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนด ฯ เป็นความผิดต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ถึงขั้นแนะนำให้ประชาชน “ล็อกดาวน์ตัวเอง” รวมถึงขู่ประชาชนให้ติดตั้ง “หมอชนะ” จนเกิดกระแสดราม่าและ “ทัวร์ลง” พล.อ.ประยุทธ์-หมอทวีศิลป์
เนื่องจากสังคมตั้งคำถามว่า “ต้นตอ” ของโรคโควิด-19 “ระบาดรอบสอง” คือ รัฐบาล-เจ้าหน้าที่รัฐ หละหลวม-ปล่อยปละละลายให้มีการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามายังแพร่เชื้อโควิด-19 และการปากว่าตาขยิบให้มีการเปิดบ่อนการพนัน
“กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคกล้า-อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาถามรัฐบาลดัง ๆ ว่า “คุณรออะไรอยู่” ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนคนตัวเล็ก-ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี
นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 “ระลอกสอง” ประชาชน-ธุรกิจรายย่อย ต้องได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม “คนตกงาน” จากการระบาดระลอกแรก ปัจจุบันยังไม่ได้งาน ขณะที่คนที่ได้งานแล้วก็ต้องถูกเลิกจ้าง “ซ้ำสอง”
ลูกจ้าง-อาชีพอิสระ แม่ค้า-พ่อค้าตามตลาดสด ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ถูกคำสั่งให้ “ปิดตลาด” และ ปิดสถานประกอบการ ต้องขาดรายได้-ขาดทุน เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว-ธุรกิจล้มระเนระนาด
สวนทางกับนักการเมือง รัฐมนตรี-ส.ส.และ ส.ว. แม้ “พักการประชุม” แต่ยังได้รับ “เงินเดือน-เงินประจำตำแหน่ง” ทั้งที่มี “งานสภา” เต็มมือ ทั้ง “วาระประเทศ” อย่างการแก้ไชรัฐธรรมนูญ และ “งานรูทีน” ทั้งการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ-กระทู้ถามการแก้ปัญหาประชาชนและการแก้ปัญหาราชการแผ่นดิน
เช่นเดียวกับข้าราชการ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดทั้งระลอกแรก-ระลอกสอง เพราะถึงแม้จะ “ล็อกดาวน์ตัวเอง” สนองความต้องการของ “ท่านผู้นำ” โดยการทำงานที่บ้าน (Work Form Home) 14 วัน กระทั่งการปฏิบัติงานเป็นวงรอบ ยังได้รับ “เงินเดือนเต็มขั้น” ไม่ถูกตัด-หั่น-ลด กินภาษีประชาชนเต็ม ๆ
แม้สำนักงาน ก.พ. ได้จัดทำหลักเกณฑ์สำหรับให้ข้าราชการปฏิบัติงานภายในที่พัก อาทิ ให้ส่วนราชการมอบหมายการปฏิบัติงานเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์
กรณีข้าราชการมีความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณสถานที่พัก ในช่วงอยู่ระหว่างปฏิบัติงานภายในที่พัก ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอนุญาตก่อนในทุกกรณี
การไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดนี้ ถือเป็นการกระทำผิดวินัยกรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
นอกจากนี้ สำนักงาน ก.พ.กำหนดหลักการไว้ อาทิ การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของส่วนราชการจะต้องไม่กระทบต่อคุณภาพของภารกิจราชการ และการให้บริการต่อประชาชน กำหนดลักษณะของงานที่ใช้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติราชการนอกสถานที่ทำงานได้
แนวทางกำกับติดตามงาน ต้องมีการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติราชการ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย งานที่ได้รับมอบหมาย เป้าหมายหรือผลผลิตที่คาดหวัง ระยะเวลาดำเนินการ เป็นรายวัน หรือ รายสัปดาห์ ตัวชี้วัด ผลการปฏิบัติราชการ วิธีการติดต่อสื่อสาร การติดตามประเมินความก้าวหน้า และการรายงานผลการทำงาน
กำหนดให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ลงเวลาปฏิบัติราชการ หรือ รายงานความก้าวหน้าของงานทุกวันผ่านเทคโนโลยีทางแอปพลิเคชั่น หรือ e-mail เป็นต้น
การประเมินผลการปฏิบัติราชการและการเลื่อนเงินเดือนทั้งปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งและภายในที่ตั้งของส่วนราชการให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม โดยระหว่างการปฏิบัติราชการให้คำนึงถึงความต่อเนื่องสม่ำเสมอของการสื่อสารระหว่างผู้บังคับบัญชา การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ
ทว่ายังมี “ข้าราชการฉ้อฉล” ที่ “สบช่อง” เบียดบังเวลาราชการ นอนอยู่บ้าน-ไม่ใช่การ WFH จริง ๆ นั่ง-นอนกินภาษีประชาชนอยู่บ้านเฉย ๆ จนบางครั้งเห็นตามไทมไลน์-แชทไลน์ “ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่” ออกมาเตือน “ลูกน้องตัวเอง” ออกผ่านสื่อเจ็บ ๆ คัน ๆ
ตรงกันข้ามกับ “ราษฎรเต็มขั้น” ที่ได้รับ “อภิสิทธิ์-สิทธิประโยชน์” ห้ามล็อกดาวน์ตัวเอง-ต้องปากกัดตีนถีบ เพราะจนป่านนี้ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน
รับเคราะห์กรรมจากการ “การ์ดตก” ของรัฐบาล-เจ้าหน้าที่รัฐ