“Central Tham” ลดเหลื่อมล้ำให้การศึกษาไทย
ปัญหาด้านการศึกษาของประเทศไทยคือ หลักสูตรการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์การทำงาน และเด็กหลายคนขาดโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษาที่ดี รวมถึงออกจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อของระดับการศึกษาจำนวนมาก เนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น ครอบครัวขาดกำลังทรัพย์ การย้ายถิ่นฐานของครอบครัว และการขาดความรู้ความเข้าใจในระบบการศึกษาต่อเนื่อง
ปัญหาดังกล่าวเป็นโจทย์ที่กลุ่มเซ็นทรัลต้องการช่วยแก้ไข จึงได้จัดให้เรื่อง “การศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีของคน” เป็น 1 ใน 4 เสาหลักของการดำเนินงานสร้างสรรค์คุณค่าธุรกิจคู่สังคม หรือ CSV (Creating Shared Value) ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” (Central Tham) โครงการเพื่อสังคมที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พนักงานและสังคมอย่างยั่งยืน
พัฒนาการศึกษาทุกระดับ
“พิชัย จิราธิวัฒน์” กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลดำเนินธุรกิจค้าปลีกโดยคำนึงถึงความต้องการของสังคม และตั้งใจให้สังคมไทยมีการพัฒนาสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ของสหประชาชาติ ที่ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

จึงได้กำหนด 4 เสาหลักในการดำเนินงานเพื่อสังคมผ่านโครงการเซ็นทรัล ทำ คือ
1.การศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีของคน
2.การพัฒนาสินค้าชุมชน
3.คุณภาพสิ่งแวดล้อม
4.ความสงบสุข ศิลปวัฒนธรรม และความร่วมมือ
ปีนี้เราพยายามจะโฟกัสในเป้าหมายด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญเชื่อมโยงสู่การขับเคลื่อนเป้าหมายหลักที่เหลือ เพราะการศึกษาคือหัวใจสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
โดย มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาล ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเรียนรู้ เด็กต้องได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้องจึงจะสามารถพัฒนาทั้งร่างกายและสมองได้ เราจึงสร้างอาคารเรียนอนุบาลต้นแบบ เพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของเด็กมากที่สุด

ระดับปฐมวัย เป็นช่วงวัยที่สามารถเพิ่มพูนทักษะความรู้ได้ เราจึงส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทักษะอาชีพเพิ่มเติม โดยร่วมมือกับคนในชุมชนเข้ามาแบ่งปันความรู้ให้กับน้อง ๆ เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงไก่ไข่ และการทอผ้าพื้นเมือง เป็นต้น เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีทักษะอาชีพติดตัวไปใช้ในอนาคต
ระดับอาชีวศึกษา วัยสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมสู่การทำงานจริง กลุ่มเซ็นทรัลร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี พัฒนาหลักสูตรเพื่อเชื่อมโยงการฝึกงานและการทำงานจริง เพื่อสร้างคนคุณภาพให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานสากล
และระดับอุดมศึกษา เราได้ร่วมสนับสนุนด้านการทำงานจริงให้กับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปั้นนักศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้และการทำงานจริงเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้าปลีกในอนาคต
เสริมทักษะเพื่อได้งานทำ
“พิชัย” บอกว่า วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้สร้างแรงผลักดันให้ทุกอุตสาหกรรมต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ต่างจากเดิมเพื่อก้าวสู่โลก new normal เช่นเดียวกับภาคการศึกษาที่ต้องสร้างการเรียนรู้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่หากปล่อยให้สถาบันการศึกษาปรับหลักสูตรโดยลำพังอาจไม่ทันเวลา เราจึงนำจุดแข็งเรื่องธุรกิจค้าปลีกไปช่วยสร้างคนที่กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา
“กลุ่มเซ็นทรัลนำโปรเจ็กต์ค้าปลีกจริงของทางบริษัทไปให้นักศึกษา ม.กรุงเทพ ได้ฝึกฝนทำจริง ในบรรยากาศการทำงานจริง ภายใต้รูปแบบของ project-based learning ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะให้นักศึกษามีทักษะเช่นเดียวกับผู้ที่ทำงานในวงการค้าปลีก”
“โดยส่งผู้เชี่ยวชาญของบริษัทไปถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่นักศึกษาในรูปแบบการโค้ชชิ่ง และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานกับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อสั่งสมประสบการณ์และเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนลงสนามจริงหลังสำเร็จการศึกษา”
นอกจากนี้ ยังร่วมกับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนา และเพิ่มหลักสูตร เช่น ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า โรบอต ซึ่งเป็นสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานด้วย
Synergy เป็นกรอบดำเนินงาน
“ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสสำนักการพัฒนาอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวเสริมว่า กลุ่มเซ็นทรัลใช้การ synergy กับหน่วยงานต่าง ๆ เป็น กรอบการทำงานด้านพัฒนาการศึกษา ทั้งร่วมมือกับชุมชน ครอบครัว ภาครัฐ และภาคเอกชน

เช่น การร่วมกับภาครัฐพัฒนาคนผ่านโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (partnership school) ซึ่งเป็นส่วนขยายของโรงเรียนประชารัฐ เป็นความร่วมมือแบบระยะยาวอย่างน้อย 5 ปี ที่เรามีสิทธิในการปรับเปลี่ยนหลักสูตร และการพัฒนาด้านต่าง ๆ ได้ 30% ของโรงเรียนอาชีวศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา เพื่อเพิ่มทักษะให้เด็กจบมามีศักยภาพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
เราเริ่มทำในปี 2562 กับโรงเรียน 4 แห่ง โดยเน้นปูทางเด็กไปสายอาชีพโลจิสติกส์ เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน จากนั้นปี 2563 ร่วมพัฒนาหลักสูตรด้านโลจิสติกส์และการโรงเเรม/การท่องเที่ยวให้โรงเรียน 7 แห่ง
ในปี 2564 เราวางแผนจะร่วมพัฒนาให้ได้รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยจะเน้นหลักสูตรเครื่องกล ไฟฟ้า และยานยนต์ นอกจากการปรับหลักสูตร เรายังให้ทุน ช่วยเรื่องที่พัก และรายได้ หากเด็กมาฝึกงานกับกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมมีการติดตามประเมินผลทุก ๆ 6 เดือน เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมาย
เรียนให้เก่ง ทำให้เป็น
“ดร.ชาติชาย” บอกว่า นอกจากการส่งเสริมความรู้ในห้องเรียน กลุ่มเซ็นทรัลยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะด้านอื่น ๆ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็ก
เรามีโครงการมากมายที่ช่วยเพิ่มพูนทักษะให้กับน้อง เช่น การสืบสานวัฒนธรรม ที่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การรำมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นอกจากได้ช่วยสานต่อยังสามารถเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับน้องในอนาคตได้ด้วย
เสริมศักยภาพด้านกีฬา ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากขึ้น พร้อมฝึกฝนจนเก่งและเป็นนักกีฬามืออาชีพได้ เช่นเดียวกับนักกีฬาเทเบิลเทนนิสที่สโมสรกีฬาเซ็นทรัลให้การสนับสนุน และปลูกฝังให้มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะเด็กจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ต้องได้อยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย เราจึงสอนความรู้เรื่องการแยกขยะที่ถูกต้อง และต้องมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะและสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญ คือด้านคุณธรรม จริยธรรม วิชาการ และเน้นในด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการดูแลคนพิการ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนก่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง โดยในปี 2563 นี้ มีโรงเรียนจำนวน 20 โรงเรียน ภายใต้การดูแลของกลุ่มเซ็นทรัลที่ผ่านการประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา จากกระทรวงศึกษาธิการ
“ตั้งแต่ปี 2560 เราได้เข้าไปพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ พัฒนาและเพิ่มทักษะต่าง ๆ ทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และทักษะชีวิต ให้กับผู้บริหาร ครู และนักเรียน โดยบูรณาการด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทุกกลุ่มสาระวิชา”
“โดยมีจุดมุ่งหมายให้โรงเรียนผ่านการพิจารณาเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ (ศรร.) ซึ่งจะมีฐานการเรียนรู้ภายในโรงเรียนไม่ต่ำ กว่า 5 ฐาน ที่สามารถให้บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกสามารถเข้ามาดูงานและเรียนรู้จากฐานเหล่านี้ได้”
ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลได้ปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนและระบบการศึกษาไปแล้วจำนวน 142 โรงเรียน มีจัดฝึกอบรมบุคลากรครูกว่า 3,000 คน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้เยาวชนไม่ต่ำกว่า 47,000 คน ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลจะเดินหน้าดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างคนที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน
ถือเป็นการร่วมกันพัฒนาการเรียนรู้และการศึกษาไทยให้เด็กไทยอย่างยั่งยืน