Our Impact Plan “เคพีเอ็มจี” กรุยทางสู่ “ESG”
“การรวมพลังความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของเรา ทำให้เคพีเอ็มจีมีโอกาส และหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยกำหนดและเป็นผู้นำในประเด็นสำคัญที่โลกกำลังเผชิญ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของจุดมุ่งหมายของเราในการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความเชื่อมั่น และสร้างการเปลี่ยนแปลง”
“ถึงเวลาที่เราต้องปรับปรุงวิธีการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เริ่มด้วยการวัดผลการดำเนินงานการเรียนรู้จากกันและกัน และการรับผิดชอบซึ่งกันและกัน โดย Our Impact Plan เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเราทราบว่าต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ แต่นี่ก็ถือเป็นขั้นแรกที่จะช่วยให้เคพีเอ็มจีเป็นองค์กรที่ดียิ่งขึ้น”
คำกล่าวเบื้องต้นคือคำพูดของ “บิลล์ โทมัส” ประธานและซีอีโอ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อผู้ปฏิบัติงานในเวลาต่อมาเพราะ “เจน ลอรี” หัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กร เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ขยายผลให้ฟังต่อว่าความท้าทายที่โลกต้องเผชิญ เป็นประเด็นสำคัญในปี 2563 ซึ่งย้ำเตือนให้เราทุกคนต้องลงมือสร้างความแตกต่าง
“โดยเคพีเอ็มจีมีความคืบหน้าที่สำคัญ แต่เราทราบดีว่ายังคงต้องดำเนินการต่อในระยะยาว แผนงาน Our Impact Plan ของเราได้รวมเอาพันธกิจด้าน ESG ไว้ในที่เดียว ทำให้สามารถวัดความก้าวหน้าของโครงการและปฏิบัติตามหน้าที่รับผิดชอบได้ นอกจากนี้ เรายังได้รับเกียรติในการทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก และระดับท้องถิ่นจำนวนมากทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาสำคัญของโลกและร่วมกันสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง”
“Our Impact Plan จึงตอกย้ำความมุ่งมั่นอันยาวนานของเคพีเอ็มจีที่มีต่อข้อตกลงระดับโลกขององค์การสหประชาชาติ ขณะเดียวกัน ก็ปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดังนั้น ต่อจากนี้ เราจะเพิ่มความเข้มข้นในการลงมือปฏิบัติและจะรายงานความคืบหน้าอย่างเปิดเผย”
ทั้งนั้นเพราะผลการดำเนินงานด้าน ESG ต่างเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
หนึ่ง โลก (planet) : เราประกาศปณิธานการเป็นองค์กรคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero carbon organization) ภายในปี 2573 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 50 การใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนร้อยละ 100 และ การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลือ
สอง คน (people) : ในปี 2563 เราได้จัดทำแผนปฏิบัติการร่วม (collective action plan) ซึ่งร่างขึ้นด้วยข้อมูลและการมีส่วนร่วมจากพนักงานหลายพันคน ซึ่งจะกำหนดเป้าหมายด้านความหลากหลายในที่ทำงาน (diversity) และความเท่าเทียม (equality)
สาม การเติบโต (prosperity) : การที่เคพีเอ็มจีเป็นพันธมิตรกับองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และหน่วยงานอื่น ๆ ช่วยให้เราสามารถสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเรียนรู้ และการเปิดตัวเครือข่าย KPMG IMPACT ก็ทำให้เคพีเอ็มจีในประเทศต่าง ๆ ช่วยลูกค้าในกระบวนการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนและกำหนดทิศทางของวาระ ESG ในอนาคต
สี่ บรรษัทภิบาล (governance) : ในปี 2563 มีการปรับปรุงจรรยาบรรณองค์กร (code of conduct) ทั่วโลก และปรับปรุงค่านิยม (values) นอกจากนี้เรายังใช้ตำแหน่งและความเชี่ยวชาญในการช่วยพัฒนาตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้าน ESG ซึ่งรวมถึงการทำงานร่วมกับสภาธุรกิจนานาชาติของสภาธุรกิจโลก (WEF IBC) เพื่อสร้างตัวชี้วัดทุนนิยมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder capitalism metrics)
นอกจากนี้เคพีเอ็มจียังดำรงตำแหน่งที่ได้รับการยอมรับในหน่วยงานต่าง ๆ เช่น International Integrated Reporting Council (IIRC), Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD), Corporate Reporting Dialogue และ Sustainability Accounting Standards Board (SASB) และอื่น ๆ
“เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมา และ สปปป.ลาว กล่าวว่า พนักงานของเคพีเอ็มจีตระหนักถึงความสำคัญของจุดมุ่งหมายองค์กร และความเปลี่ยนแปลงที่บริษัทสามารถสร้างให้เกิดแก่สังคมได้ โดยโครงการ KPMG Care & Share ที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ครอบคลุมแนวคิด ESG ในทุกแง่มุม ในด้านสิ่งแวดล้อม เรามุ่งลดการปล่อยคาร์บอนด้วยการลดใช้กระดาษ ลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และนำไปรีไซเคิลสู่อุปกรณ์การแพทย์เพื่อบริจาคให้โรงพยาบาล

“ในด้านสังคม เราสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาด้วยการบริจาคทุนการศึกษา และคอมพิวเตอร์ อีกทั้งเคพีเอ็มจียังเป็นพันธมิตรกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมให้ความรู้และพัฒนานิสิต ภายใต้โครงการ Up Academy เป็นประจำทุกปี โดยในปี 2564 จะจัดในหัวข้อ Youth ESG ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างทัศนคติด้าน ESG ให้แก่นิสิตผู้เข้าร่วม ซึ่งจะมีโอกาสได้ประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในสังคม โดยมีทีมงานเคพีเอ็มจีคอยให้คำแนะนำจากประสบการณ์จริง”
“นอกจากนี้ พนักงาน และผู้บริหารยังร่วมบริจาคเงิน และสิ่งของให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในด้านบรรษัทภิบาล เราพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มทักษะแห่งอนาคตผ่านการเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อเพิ่มศักยภาพ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราคงความเป็นองค์กรชั้นนำที่มอบคุณค่าอย่างแท้จริงสู่สังคม”
นับว่าน่าสนใจทีเดียว