เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
ดูทั้งหมด

วิโรจน์ ก้าวไกล ซัด รัฐบาลผูกขาดวัคซีน “อนุทิน” โต้เดือด

17 ก.พ. 2564 | 17:00น.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.ก้าวไกล อภิปรายปมวัคซีน ชี้ “ประยุทธ์-อนุทิน” ผูกขาดแอสตร้าเซนเนก้า พาคนไทยไปเสี่ยง ประท้วงวุ่น โยงสยามไบโอไซฯ  “บิ๊กตู่” ขู่ หากแผนวัคซีนคว่ำเพราะการเมือง เอาเรื่องแน่

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยในช่วงบ่ายเป็นการอภิปรายของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน รู้อยู่ตลอดเพราะรัฐบาลนี้เป็นคนคาดการณ์ว่าหากฉีดวัคซีนล่าช้า 1 เดือน ความเสียหายทางเศรษฐกิจจะเท่ากับ 2.5 แสนล้านบาท ดังนั้น ทุกวันที่ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศ ประเทศชาติจะเสียหายเป็นมูลค่า 8,300 ล้านบาท คิดเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 347 ล้านบาท  จนถึงวันนี้ช้าไปมากแล้วจึงเป็นความผิดที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค. และนายอนุทิน  จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ทวงถามวัคซีนเข็มแรก

การท่องเที่ยวสูญรายได้ไปถึง 1.5 ล้านล้านบาท การระบาดระลอกใหม่ ประเมินว่าจะส่งผลกระทบถึงภาคการค้าและการท่องเที่ยว 1.1-1.5 แสนล้านบาท โรงแรม 3,700 แห่งเตรียมปิดกิจการ ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าจะมีแรงงาน 4.7 ล้านคนตกงาน หนี้ครัวเรือน 2564 ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็น 480,000 บาท พุ่งขึ้น 1.4 แสนบาท ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าไทยมีคนจนเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านคน

พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินจะอ้างว่าไม่รู้ความสำคัญของวัคซีนกับเศรษฐกิจปากท้องไม่ได้ เพราะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 นายอนุทินทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของบกลางอุดหนุนให้กับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ 1 พันล้านบาท โดยเขียนว่า การมีวัคซีนเร็วขึ้น 1 เดือนจะช่วยให้ประเทศสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2.5 แสนล้านบาท และสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจกับประชาชนด้วย จึงเป็นหลักฐานว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินรู้ดีว่าควรฉีดวัคซีนให้เร็ว

“วัคซีนไม่ใช่แค่เรื่องการป้องกันโรค แต่ความสำคัญคือการกอบกู้เศรษฐกิจและเยียวยาปัญหาปากน้องของประชาชน ไม่แปลกใจที่ประเทศอื่นๆ เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของเขา แล้วประเทศไทยจะลงเข็มแรกเมื่อใด”

กระจุกวัคซีน พา 67 ล้านคนเสี่ยง

นายวิโรจน์ อภิปรายต่อว่า จากการนำเสนอกรมควบคุมโรค เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2563 กำหนดแผนการจัดหาวัคซีน 65 ล้านโดสภายใน 3 ปี โดยปี 2564 ฉีด 11 ล้านคน ปี 2565 11 ล้านคน ปี 2566 ฉีดเพิ่ม 10 ล้านคน ชี้ได้ชัดว่าเป็นการวางแผนการฉีดวัคซีนได้ช้ามากๆ กว่าจะครอบคลุมประชากรครึ่งหนึ่งกินเวลาไป 3 ปี จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ คืนปากท้องให้ประชาชนให้ใกล้เคียงปกติได้อย่างไร

“แต่แผนเดิมนี้ไม่ได้จะกระจุกความเสี่ยงวัคซีนไว้ที่แอสตร้าเซนเนก้า ถึง 61 ล้านโดสแบบที่ทำอยู่ในปัจจุบัน จากเดิมที่จะซื้อแค่ 26 ล้านโดส ส่วน 13 ล้านโดสมาจากทวิภาคีอื่น และ 26 ล้านโดสมาจากโคแวกซ์ ถ้าไม่นับเรื่องล้าช้า ต้องยอมรับแผนการจัดหาวัคซีนเดิมเน้นกระจายความเสี่ยงไปหลายยี่ห้อ ยังยืนยันว่า การพาคนทั้ง 67 ล้านคนไปกระจุกความเสี่ยงแอสตร้าเซนเนก้าแทบเพียงเจ้าเดียว เกิดขึ้นภายหลังจากพล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ ขอตั้งคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วจะกล้ามาประเทศไทยที่ยังไม่ฉีดวัคซีนได้อย่างไร และถ้าประเทศไม่ฉีดวัคซีนจะกล้าเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้อย่างไร เรื่องแค่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคิดไม่ได้กล้ามานั่งหัวโต๊ะในที่ประชุม ศบค.ได้อย่างไร ตนขอให้ไปชงกาแฟแทน

แผนกระจุกวัคซีนเพิ่งเกิด ม.ค.

นายวิโรจน์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งมาตื่นตัวเรื่องวัคซีนไม่นานมานี้ ก่อนเดือนธันวาคม 2563 เพราะมติ ครม.วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 มีการอนุมัติให้จัดซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า แค่รายเดียว ด้วยวงเงิน 6,049 ล้านบาท โดยให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติจองล่วงหน้า โดยมีเงื่อนไขว่าอาจจะได้รับหรือไม่ได้รับขึ้นอยู่กับผลการวิจัย จากนั้นให้กรมควบคุมโรคทำสัญญาจัดซื้อวัคซีนด้วยวงเงิน 3,670 ล้านบาท ถ้าวัคซีนนั้นสำเร็จ ซึ่งเป็นวัคซีน 26 ล้านโดส เพียงพอต่อการฉีดให้กับประชาชน 13 ล้านคน ครอบคลุมประชากร 20% ของทั้งประเทศเท่านั้น

พอการระบาดละรอกใหม่ 17 ธันวาคม 2563 ที่จ.สมุทรสาคร อีก 7 วันต่อมา ที่ประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 มีมติให้มีการจัดหาวัควีนจากแหล่งอื่นอีกร้อยละ 30 เพื่อให้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ของประเทศหรือ 33 ล้านคน ที่น่าสนใจของคำสั่งนี้ คือ ระบุไว้ชัดวัคซีนร้อยละ 10 ให้มาจากการตกลงแบบทวิภาคีกับรายอื่น ไม่มีมติให้กระจุกความเสี่ยงกับแอสตร้าเซนเนก้า และอีกร้อยละ 20 ไปเจรจากับโคแวกส์ ซึ่งเป็นเครือข่ายการต่อรองวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดของโลก และมีองค์การอนามัยโลกเป็นตัวกลาง เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม รวดเร็วและราคายุติธรรม

โดยการประชุม ศบค.วันที่ 24 ธันวาคม ไม่ได้มีข้อแนะนำว่าให้กระจุกความเสี่ยง ด้วยการซื้อวัคซีนเพิ่มจากแอสตราเซเนกาแต่อย่างใด แล้วแผนกระจุกวัคซีนก็เกิดขึ้น จากรายงานการประชุม ศบค. เมื่อ 4 มกราคม 2564 และการประชุม ครม. 5 มกราคม 2564 มีมติให้กระจุกความเสี่ยงซื้อวัคซีนเพิ่มจาก แอสตร้าเซนเนก้า อีก 35 ล้านโดส รวมของเดิม 26 ล้านโดส กลายเป็น 61 ล้านโดส

พล.อ.ประยุทธ์ จงใจพาคนทั้งประเทศไปเดิมพันกับการสั่งซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แทบจะเป็นเพียงรายเดียว และมติ ครม.วันที่ 5 มกราคม 2564 ไม่ได้ระบุถึงงบประมาณในการจ่ายเงินซื้อล่วงหน้าแบบเดียวกับมติ ครม.เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน  จึงมีคำถามที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบ ถ้าไม่จ่ายเงินล่วงหน้าอีก 35 ล้านโดสจะได้รับวัคซีนแน่หรือไม่ และได้เมื่อไหร่

“ถ้าพล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทิน มั่นใจว่าจะได้รับวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าแน่ๆ ทั้งคู่คงไม่มีมติ ครม.วันที่ 5 มกราคม 2564 ให้จัดหาวัคซีนจากซิโนแวค 2 ล้านโดส ภายใต้งบประมาณ 1,228 ล้านบาท โดยจะเข้ามาในไตรมาสแรกของปี 2564 ทั้งนี้ การฝากความหวังวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ายี่ห้อเดียวเป็นการกระทำที่เสี่ยงมากๆ แถมเอาชีวิตของคนทั้งประเทศไปเสี่ยงด้วย” นายวิโรจน์ กล่าว

จวกเสี่ยหนู เช้าช้อนเย็นช้อน

นายวิโรจน์ กล่าวว่า จากแผนการจัดหาวัคซีนโดยกรมควบคุมโรค แม้ว่าวัคซีนจะเริ่มเข้ามาในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 แต่จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ไทยจะมีวัคซีนแค่ 2.15 ล้านโดส มาจากซิโนแวค 2 ล้านโดส แอสตราเซเนกาแบบอิมพอร์ตอีก 1.5 แสนโดส เพราะสหภาพยุโรปจำกัดการส่งออก ประชาชนคนไทยต้องรอวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แบบเมดอินไทยแลนด์ ทั้งที่สั่งมา 26 ล้านโดส สั่งเพิ่ม 35 ล้านโดส โดยส่งมอบในเดือนมิถุนายน 2564 แต่จะได้ตามแผนหรือไม่ใครจะกล้าการันตี และจากที่เคยบอกว่าสามารถฉีดวัคซีนได้เดือนละ 5 ล้านโดส และต่อมาเปลี่ยนเป็น 10 ล้านโดส จะทำได้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ นายอนุทิน ไม่ได้ใส่ใจการจัดหาวัคซีนกับโคแวกส์ ทำงานเช้าช้อนเย็นช้อน ไม่บอกประชาชนในเรื่องจริงว่าได้แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ผ่านมาจนถึงวันนี้เพิ่งจะมาเจรจาใหม่ ส่วนที่บอกว่าการที่ประเทศไทยไม่เข้าร่วมเพราะเป็นประเทศฐานะปานกลาง

คำถามที่เกิดขึ้นทันทีว่าทำไมมาเลเซียที่มีรายได้ประชากรสูงกว่าประเทศไทยถึงเข้าร่วม และทำไมประเทศที่ร่ำรวย ประเทศแคนนาดา ออสเตรเลีย สวีเดน นอรเวย์ ประเทศในสหภาพยุโรปเกือบทั้งหมด จีน แม้แต่สหรัฐอเมริกา ก็เข้าร่วม ทั้งนนี้ ในเว็บไซต์องค์การอนามัยโลก ระบุชัดเจนว่า โคแวกส์ เป็นการจัดหาวัคซีนระดับโลก และไม่จำกัดรายได้ของประเทศ ปัจจุบันมีประเทศเข้าร่วม 172 ประเทศ และอาเซียนเข้าร่วมแล้ว 9 ประเทศ ยกเว้นประเทศไทย

ทำไมไม่ซื้อซิโนฟาร์ม

นายวิโรจน์ กล่าวว่า การสั่งซื้อวัคซีน ซิโนแวค ของรัฐบาลด้วยว่า เมื่อรัฐบาลเลือกที่จะเอาเงินภาษี 1,228 ล้านบาท ไปซื้อวัคซีนจากจีน มาแก้ขัดแล้วเหตุใดถึงไม่ตัดสินใจซื้อวัคซีนจาก ซิโนฟาร์ม ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเดียวกัน และได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับใช้งานทั่วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 63 และมีผลการทดสอบเฟส 3 ในคน สูงถึง 79.34% และมีผลการทดสอบที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต มีประสิทธิภาพสูงถึง 86% และเป็นวัคซีนหลักที่ประเทศจีนใช้ฉีดให้กับประชาชน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับเลือกซื้อวัคซีน ซิโนแวค ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีนายทุนรายหนึ่งเข้าไปลงทุนด้วยเม็ดเงิน 1.54 หมื่นล้านบาท เพื่อถือหุ้น 15% ซึ่ง ณ ขณะที่มีมติ ครม. ให้ซื้อวัคซีน ซิโนแวค ในวันที่ 5 ม.ค. 64 วัคซีน ซิโนแวค ยังไม่ได้มีผลการทดสอบในเฟส 3 แต่อย่างใด

ชวน เบรก ซักฟอกสยามไบโอไซเอนซ์

นายวิโรจน์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน หัวเด็ดตีนขาด ก็ต้องเอาชีวิต  และปากท้อง ของประชาชนทั้งประเทศไป กระจุกความเสี่ยงและรอคอย วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่จะผลิตโดยบริษัทเอกชน ที่ชื่อว่า สยามไบโอไซเอนซ์ ชื่อของ สยามไบโอไซเอนซ์ ได้เริ่มปรากฎขึ้น เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ในที่ประชุม ศบค. ครั้งที่ 10/2563 ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. ได้กล่าวถึงบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีน และสามารถรับการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพื่อผลิตวัคซีนโควิด-19 ชนิด Viral Vector ได้ และขอให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม 600 ล้านบาท ที่จะถูกใช้เพื่อการพัฒนาศักยภาพในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีน ซึ่งนายอนุทิน ได้ยอมรับว่าเป็นงบที่ใช้ในการสนับสนุนในเรื่องวัคซีนจริง โดยมอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติเป็นผู้ดูแล

“เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินเอาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนไปเสี่ยง กับบริษัทเอกชนที่เพิ่งรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และน่าจะไม่เคยผลิตวัคซีนมาก่อน ประชาชนเขาหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเพราะวัคซีน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดการประท้วงโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าเป็นการกล่าวถึงบุคคลภายนอก ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอให้นายวิโรจน์ถอนประเด็นที่พาดพิงบริษัทสยามไบโอ ไซเอนซ์ เพราะเป็นบุคคลภายนอก โดยให้มุ่งไปที่นายกฯ และรองนายกฯ

ประยุทธ์ โต้ จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เชื่องช้า 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงนายวิโรจน์ ว่า ตนตอบเท่าที่ควรจะตอบ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะตนไม่ใช่นักโต้วาที การบริหารจัดการเรื่องเศรษฐกิจและโควิด-19 เรารู้ถึงความเดือดร้อนประชาชน ทั้งภาคเอกชน ธุรกิจ ผู้มีรายได้น้อย เรารู้ว่าเดือดร้อน ถ้าผมอยู่ตรงนี้แล้วไม่รู้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ก็รู้เท่ากัน 

“แต่ผมอาจจะรู้มากกว่าท่านเพราะมีข้อมูล และผมไม่ได้เปิดจาก Google อย่างเดียว ต้องหารือร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ไม่ใช่ผมมีอำนาจสั่งทั้งหมด อยู่ดี ๆ ผมจะไปสั่งเขาได้ยังไง ผมไม่ใช่หมอ แต่ผมฟังหมด ฟังผู้มีประสบการณ์ ฟังกระทรวงที่มีส่วนร่วม ฟังแพทย์อาวุโส แพทย์สภา ที่เป็นอยู่ในคณะทำงานทั้งหมด และนำข้อมูลมาจัดทำมาตาการและควบคุมการแพร่ระบาด ป้องกันกันแพร่กระจาย การรักษา การทำให้ได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด ตนไม่ต้องการให้ได้วัคซีนช้าอยู่แล้ว”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สถานการณ์โลก เราทำได้ดีกว่าหลายประเทศ แต่ยังเดือดร้อนอยู่ จึงต้องทำให้ดีขึ้น ๆ และเชื่อว่าเมื่อมีการร่วมมือจากทุกฝ่ายจะดีขึ้นในเร็ววัน ถ้าจะให้บอกว่าจะดีขึ้นปีนี้ ปีนั้น มันจะมากไปหรือไม่ ส่วนการฉีดวัคซีนจะได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ก็ต้องดูต่อไป 

ขู่เอาเรื่อง ถ้าชวดวัคซีนเพราะการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ไม่ได้ส่งผลกระทบกับประเทศไทยเท่านั้น ทำให้รายได้ลดลงเพราะเราพึ่งพาการท่องเที่ยวและส่งออก จึงต้องพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่ามากขึ้น เพื่อให้สิ่งออกให้มากขึ้น เช่น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ได้ เช่น  BCG ตนทำทั้งหมด รัฐบาลไม่ได้นั่งนอนเฉย ๆ ไม่ได้ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่ได้ทำงานบนจอโทรศัพท์

“การพูดเรื่องวัคซีนมาก ๆ จะมีปัญหานะครับในการที่เขาจะส่งมาหรือไม่ส่งมา ผมไม่อยากให้เรื่องวัคซีนเป็นปัญหาทางการเมือง ระมัดระวังนะครับ รับผิดชอบด้วยนะครับ ที่จองไปแล้วอะไรไปแล้ว อย่าให้มีปัญหาก็แล้วกัน จำคำพูดของท่านไว้ด้วย รับผิดชอบ ที่จองเอาไปแล้ว อะไรไปแล้ว ถ้าเขาไม่ให้มาตามนี้ล่ะก็ ก็มีเรื่องกันล่ะ นะ”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราปิดประเทศและเจ็บหนักที่สุด แต่ระยะที่ 1 ก็ผ่านมาได้อย่างสวยงาม ระยะที่สองเราก็คุมได้เอก ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างนี้มันก็จะดีขึ้น เห็นใจคนทำงานสิครับ

“ผมไม่ได้ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่ได้ทำงานบนจอโทรศัพท์ หรือข้อมูลต่าง ๆ อย่างเดียว ฟังคนพูด ฟังหมอพูด ฟังบุคลากรทางการพูด ประชาชนพูด รัฐบาลไม่ได้ชักช้า ไม่ใช่สั่งปั๊บแล้วได้ปุ๊บ ต้องเจรจามาต่อเนื่อง พูดง่าย ลองไปทำดูแล้วจะรู้ว่าเป็นอย่างไร”

ทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนตอบท่านด้วยความสบายใจ มันอาจจะไม่ดีที่สุดในสายตาท่าน แต่ทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ผมอาจจะทำให้ดีกว่านี้อีก ถ้าสถานการณ์บางอย่างดีกว่านี้ ไม่ต้องเป็นภาระเรื่องโน้น เรื่องนี้มากมายข้างนอก จนกระทั่งบางงานมีปัญหา ไม่มีเวลาทำ เรื่องที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยในเวลานี้ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 

“รัฐบาลไม่เคยชักช้าล่ะครับ ไม่ใช่ทำงานปั๊บและออกปุ๊บวันนี้ ไม่ได้หรอก การเจรจา การพูดคุย การลงนามสัญญา ต้องทยอยออกมา ถ้าไม่ทำอย่างนี้มันก็ไม่ออกมาอยู่ดี มันไม่ได้ทำเมื่อวานนี้แล้วเซ็นวันนี้เสียเมื่อไหร่ มันต้องเจรจามาต่อเนื่อง เราได้เริ่มมาตั้งแต่แรก ที่ได้มีการหารือกันในศบค. พูดน่ะมันง่าย ลองไปทำดูก็จะรู้ว่ามันเป็นยังไง พูดน่ะ ปึ๊บ ๆ ๆ ๆ มันก็ดูเร็วอ่ะนะ ดูดี ดีเก่ง”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เคยนิ่งนอนใจ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้วัคซีนที่ปลอดภัยเหมาะสมกับประเทศไทย อะไรที่ทำให้เกิดความเชื่องช้า ขออย่าพูดอีกเลย 

“ประเทศต่าง ๆ ที่ฉีดไปแล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง วันนี้เราพยามทำอย่างเต็มที่ แผนการกระจายวัคซีนกำลังทำอยู่ หลายประเทศไม่ใช่จองหลายล้านโดส หลายพันโดสแล้วมาวันเดียว ไม่มีทางหรอกครับ เพราะมันจ่ายไปทั่วโลกและทยอยเข้ามา ของเราโชคดีที่มีการผลิตในประเทศ ได้พิเศษตรงนี้ด้วย เป็นสิ่งที่เราได้มา”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ข้อมูลวันนี้ คนไทยพร้อมฉีดวัคซีนกว่า 80 % ไม่อยากฉีก 10 %  ลังเล 10 % วันนี้วัคซีนผลิตจากหลายบริษัท หลายประเทศทั่วโลก ระยะนี้ราคาแกว่ง เพราะแข่งกัน แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อมีการผลิตที่เพียงพอ

เสี่ยหนู โต้ ไม่ลอยชาย

ต่อมานายอนุทิน ชี้แจงว่า ขอยืนยันว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์วัคซีนล็อตแรกจะเข้ามา 2 แสนโดส จะมาถึงเมืองไทย ภายในเดือนมีนาคมล็อตที่สองจะมาถึงเมืองไทย 8 แสนโดส และภายในปลายเดือนพฤษภาคม หรือต้นมิถุนายน จะมีวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยแต่ยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า จะทำการส่งและฉีดประชาชนคนไทยจนครบถ้วน ที่อภิปรายว่ามีความล่าช้า ลอยชาย กับเรื่องวัคซีน พึงทราบไว้ว่าตั้งแต่มีคำว่าโควิด-19 เข้ามาในสมองตน คำต่อไปคือวัคซีน เป็นเหตุผลว่าเหตุใดของบประมาณ 3 พันล้านบาท ให้กับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างดี 

ขอนายกฯ สนับสนุนเต็มที่ ไม่เฉพาะเรื่องยา วัคซีน แต่ยังรวมถึงเวชภัณฑ์ รวมถึงการบรรจุราชการอีก 4.5 หมื่นคน ถามว่าวัคซีนแอสตราเซเนกา กล้าพูดไหมว่าฉีดแล้วอันตราย เขาต้องผ่านการทดสอบขั้นต้นแล้ว ส่วนกรณีที่ใช้ในประเทศไทย นั้น เพราะประเทศเรามีกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่โตระดับโลก ทีมีคอนเนคชั่นกัน คือ SCG ซึ่งได้ประสานมาที่กระทรวงสาธารณสุข และ ครม.ว่ามีเทคโนโลยีผลิตวัคซีนซึ่งดูแล้วน่าจะเหมาะสมกับประเทศไทย และเชื่อว่าถ้าประเทศไทยได้เป็นฐานการผลิต วัคซีนนี้จะเป็นประโยชน์ในประเทศไทยและกลุ่มประเทศนี้ด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะสุดท้ายเอกชนเขาก็ไปเจรจากัน และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีกัน เป็นการตกลงระหว่างแอสตร้าเซเนกาและบริษัทในประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลไทยเห็นว่า เทคโนโลยีนี้มีโอกาสที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เราต้องเลือกทางนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ จะถ่ายทอดเทคโนโลยีกันอย่างไรรัฐบาลไม่รับทราบ แอสตร้าเซนเนก้า เขาไม่ได้มาเลือกบริษัทสยามไบโอไซอย่างเดียว ก่อนที่เขาจะเลือก เขาไปลอง ไปเยี่ยม ไปดูประสิทธิภาพผลิตยามามากมายสุดท้ายเขาเลือกบริษัทดังกล่าว เพราะสามารถผลิตชีวะวัตถุคงที่ได้ดีที่สุด

ไตรมาส 3 วัคซีนเต็มแขนคนไทย

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องทำไมไม่ซื้อวัคซีนของ ซิโนฟาร์มนั้น นายอนุทิน ชี้แจงว่า เราต้องซื้อกับเจ้าที่ส่งให้เราได้ในเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าที่เอ่ยขึ้นมาเขาส่งให้เราไม่ได้ สัปดาห์ก่อนมีบริษัทวัคซีนหลายแห่งมาพูดคุยกับตน และระบุว่าจะส่งให้ไทยได้ในไตรมาสสาม แต่ในไตรมาสสามวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าอยู่เต็มแขนของพี่น้องประชาชนคนไทยแล้ว เรามีวัคซีน 63 ล้านโดส มีจนไม่พอเก็บ เราได้บริหารจัดการวางแผนเป็นระบบ ไม่เที่ยวไปเสริช Google หาข่าวร้าย พูดสิ่งที่เป็นการบั่นทอนกำลังใจ ไม่ใช้วาจาสามหาว พูดในเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับวาระอภิปราย

“กลิ่นหนูตาย ก็เน่าพอๆ กับกลิ่นปากเหม็นไม่ต่างกัน ผมเชื่อว่าผมยังทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ประชาชน ให้กับประเทศได้มากกว่า เอาไว้มีโอกาสเข้ามาก่อนแล้วค่อยมาพิสูจน์กัน”