กว่า 55 ปีแล้ว ที่งานบริการพิเศษขององค์การโทรศัพท์หรือบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านระบบสื่อสารและโทรคมนาคมในที่ประทับและโครงการพระราชดำริ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสย้อนความหลังของ “สวาท ศรีขำ” อดีตรองผู้อำนวยการ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ที่ได้ถวายงานพระองค์ท่านมาตั้งแต่ปี 2505 ต่อเนื่องจนถึงปี 2538 และส่งต่อภารกิจนี้จนถึงปัจจุบัน
รองผู้อำนวยการ “สวาท” เล่าย้อนว่า ปี 2505 พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์สร้างเสร็จ ทศท.มีหน้าที่ไปทำตู้สาขาโทรศัพท์ภายในพระตำหนัก และมีวิทยุต่อลงมาที่ตู้สาขาในเมืองเชียงใหม่ เป็นวงจำกัดตามเทคโนโลยี และบำรุงรักษาต่อเนื่อง
“ราว ๆ ปี 2510 พระองค์ท่านเรียกให้เข้าเฝ้าฯ ครั้งแรกในห้องทรงงาน พระองค์ท่านก็คุยเรื่องวิทยุ โทรพิมพ์ งานด้านเทคนิคกับพวกเราอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง”
และในปีเดียวกัน ทศท.เพิ่งทำระบบไมโครเวฟเสร็จ ทำให้ติดต่อกันได้ทั่วประเทศได้ จึงได้วางระบบถวาย แต่พอหน้าหนาวจะมีสัญญาณบางช่วงที่มีรีเฟล็กซ์แถวนครสวรรค์ ชัยนาท บึงบอระเพ็ด พระองค์ท่านก็พระราชทานชี้แนะ พอปี 2513 ก็เชื่อมต่อเบอร์โทรศัพท์จากห้องบรรทมที่สวนจิตรลดา ให้นำไปใช้งานได้เวลาแปรพระราชฐานที่พระตำหนักภูพิงค์ได้ด้วย หลังจากนั้น เวลาที่ ทศท.มีบริการใหม่ก็จะทูลเกล้าฯถวาย พระองค์ท่านก็จะทรงทดลองใช้ และให้คำแนะนำต่าง ๆ
“พระองค์สนพระทัยมาก จึงมีงานทดลองหลายเรื่อง อย่างตอนที่มีการลากสายเชื่อมต่อ พระองค์ท่านก็จะลงมาดูการติดตั้งอยู่บ่อยครั้ง และทรงทดลองสายอากาศกับ ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ซึ่งภายหลังก็พระราชทานให้ ทศท.นำมาใช้พัฒนาข่ายวิทยุ หรือเมื่อเสด็จแปรพระราชฐาน ทีมงานต้องไปเตรียมการล่วงหน้า เพื่อให้ระบบสมบูรณ์ที่สุด แล้วก็จะมารอรับเสด็จฯที่หน้าพระตำหนัก ซึ่งทุกครั้งพระองค์ท่านจะตรัสถามถึงเรื่องอุปกรณ์ ระบบวิทยุที่จะออกพื้นที่จะสามารถใช้งานได้แค่ไหนก่อนเสมอ”
โดยในช่วงแรกของการถวายงาน ยังไม่ได้มีการตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นรับผิดชอบ “รอง ผอ.สวาท” ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้ากองโทรคมนาคม ก็ทำงานในส่วนนี้ถวายมาตลอด จนตอนหลังจึงตั้งเป็นแผนกบริการพิเศษในปี 2535 พอปี 2538 ก็แยกเป็นกองบริการพิเศษ มีหน้าที่เชื่อมโยงวงจรส่วนพระองค์ในขณะที่แปรพระราชฐานไปในที่ต่าง ๆ คือนำเลขหมายในห้องทรงงานที่กรุงเทพฯ ไปในที่แปรพระราชฐาน
“ภาคภูมิใจมากที่ได้มีส่วนทำให้ภารกิจของพระเจ้าอยู่หัวสะดวกราบรื่น เวลาที่เสด็จฯเยี่ยมราษฎรในป่า ก็ต้องให้ระบบสื่อสารใช้งานได้ จึงเป็นเรื่องที่ภาคภูมิใจ เป็นมงคลในชีวิตมาก และตลอดเวลาที่ถวายงาน ประทับใจพระองค์ท่านแทบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องความขยัน ความเป็นนักวิทยาศาสตร์”
ขณะที่หลักในการทำงานสำคัญคือ “รู้รักสามัคคี” ยึดถือไว้ตลอด เนื่องจากเป็นงานที่ทำไม่สำเร็จได้ด้วยหน่วยงานเดียว
“พันธ์ศักดิ์ สุเมธจรัส” ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและบริการพิเศษ สำนักสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ทีโอที กล่าวเสริมว่า ปี 2558 ได้ยกระดับให้เป็นฝ่ายสนับสนุนโครงข่ายโทรคมนาคมและบริการพิเศษ เพื่อถวายงานด้านโทรคมนาคม ในทุกตำหนักทุกพระองค์ รวมถึงโครงการพระราชดำริ และยกเว้นค่าใช้จ่ายทั้งหมด
“เมื่อครั้งโอกาสครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ทศท.ได้ถวายเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสให้นำเงินก้อนนี้ไปตั้งเป็นมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และทีโอทีได้ยกเว้นค่าวงจรเช่าทั้งหมดปีละกว่า 30 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2538 ถึงปัจจุบัน”
ขณะเดียวกัน ทีโอทีได้รับพระเมตตาให้เป็นส่วนหนึ่งของกองงานในพระองค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ มีรายชื่อต้องตามเสด็จฯทุกครั้ง
“ผู้บริหารตั้งแต่รุ่นบุกเบิกย้ำทุกครั้งว่า ต้องถวายงานเต็มที่ กรองคนที่จะเข้าไปทำงานให้ละเอียด ตรวจสอบเป็นปีกว่าจะเลือกเข้าทำงาน เพราะเป็นงานสำคัญ ที่จะเข้าไปถึงในห้องทรงงาน ในพระตำหนัก ซึ่งถือเป็นมงคล เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของทีโอที”