เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
World ‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
Economic CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
ดูทั้งหมด

ผบช.น. ย้ำจับ โตโต้-การ์ดวีโว่ เป็นความผิดซึ่งหน้า ค้นเจออาวุธเพียบ

07 มี.ค. 2564 | 14:54น.

ผบช.น. แถลงสรุปเหตุ ชุมนุมหน้าศาลอาญา ย้ำจับโตโต้ พร้อมของกลางอาวุธ เป็นความผิดซึ่งหน้า ส่วนกรณีไม่แจ้งข้อหากลุ่มการ์ดวีโว่ 27 ราย เกรงถูกสลับตัว

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2564 ข่าวสดรายงาน ที่บช.น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. และ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุม ที่บริเวณหน้าแยกลาดพร้าว ต่อเนื่องหน้าศาลอาญา รัชดา เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายทำกิจกรรมและชุมนุมสาธารณะ ดังนี้ 1) กลุ่ม REDEM ร่วมกับกลุ่มการ์ดราษฎรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวเดินขบวนไปศาลอาญา 2) กลุ่มแนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 บริเวณโลตัสรังสิต เดินขบวนไปกรมทหารราบที่ 11 3) กลุ่มมวลชนเดินทะลุฟ้าบริเวณตลาดเซียร์ รังสิต เดินขบวนไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4) กลุ่มอาชีวศึกษาปกป้องสถาบัน บริเวณแยกราชประสงค์

โดยฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่ากลุ่มนายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่มวีโว่ กับพวกได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณลานจอดรถชั้น 5 บนห้างเมเจอร์รัชโยธิน และมีการนำอาวุธหรือสิ่งของมาใช้ก่อความวุ่นวายหรือสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม

จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพบนายปิยรัฐ กับพวกพร้อมกระเป๋าเป้ ภายในมี หนังสติ๊ก 15 อัน หัวน็อต 50 ชิ้น ลูกแก้ว 300 ลูก ระเบิดควัน 30 ลูก ถุงน้ำปลาร้า 30 ถุง หมวกกันกระแทก 13 ใบ เสื้อเกราะ 37 ตัว ท่อเก็บแก๊สน้ำตา 1 อัน ค้อนเหล็ก 1 อัน และโล่ 1 อัน จึงยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวนายปิยรัฐ กับพวกแบ่งขึ้นรถผู้ต้องหา 3 คัน นำส่ง ตชด.ภ.1

ขณะแล่นออกจากห้างเมเจอร์รัชโยธินได้พบกับกลุ่ม REDEM และกลุ่มการ์ดราษฎร ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้ามาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ต่อสู้และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทุบรถผู้ต้องหาและพังประตูรถด้านหลังทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้บางส่วน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวและนำส่ง ตชด.ภ.1 ได้ 18 คน

ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจัดการชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ข้อหา “ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหนักงานควบคุมโรคติดต่อฯ” และข้อหา “ฐานเป็นอั้งยี่และซ่องโจร”

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 7 นาย โดย 6 นายยังคงพักรักษาที่ รพ.ตำรวจ มีรถควบคุมผู้ต้องหาเสียหาย 9 คัน เป็นรถควบคุมผู้ต้องหา 3 คัน รถกระบะ 1 คัน รถบรรทุก 2 คัน รถบัส 3 คัน

ต่อมาผู้ต้องหาที่ได้รับการช่วยเหลือให้หลบหนีไปบางส่วนได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน 27 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน โดย บช.น. จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำความผิดในส่วนให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำลายทรัพย์สินราชการ และความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สำหรับคำถามว่าทำไมถึงมีความจำเป็นที่ต้องจับกุมนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ พร้อมพวก ในกรณีนี้เนื่องจากการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน มีพยานหลักฐานยืนยันว่ากลุ่มของนายปิยรัฐ มีการนัดรวมตัวบริเวณลานจอดรถชั้น 5 ห้างเมเจอร์รัชโยธิน

โดยกลุ่มนี้มีวัตถุประสงค์ในการก่อความวุ่นวายในการชุมนุม หลังจากตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานได้เดินทางไปพิสูจน์ทราบพบนายปิยรัฐ กับพวกจริง ทั้งที่ทางนายปิยรัฐ มีการโพสต์โซเชียลว่าจะไม่เข้าร่วมการชุมนุม ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบมีการต่อสู้ขัดขวางตามที่ปรากฏ

เบื้องต้นตำรวจสามารถตรวจค้นของกลาง ได้หลายรายการ ทั้งนี้ตำรวจมีความจำเป็นต้องเข้าจับกุมเนื่องจากใกล้เวลาที่กลุ่มผู้ชุมนุม REDEM เตรียมเคลื่อนขบวนจากห้าแยกลาดพร้าวจะมาชุมนุมที่ศาลอาญา เพราะเกรงว่ากลุ่มนี้จะก่อเหตุรุนแรงหรือก่อความวุ่นวายในบริเวณที่ชุมนุมจึงทำการจับกุม

แต่ระหว่างที่จะนำตัวผู้ต้องหาออกจากที่เกิดเหตุเพื่อนำไปสถานที่ควบคุม ก็มีกลุ่มบุคคลเข้ามาชิงตัวผู้ต้องหา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินของทางราชการ และทรัพย์สินของผู้ต้องหาหลายรายการที่สูญหายไป

ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตราการคุมตัวผู้ต้องหาเมื่อวานนี้ หละหลวมจนส่งผลให้เกิดเหตุชุลมุนหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า การชุมนุมที่หน้าบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มีความรุนแรง ครั้งนี้เราจึงตัดสินใจจับกุมและพยายามเอาออกให้เร็วที่สุด ระหว่างนั้นมีการปะทะกันซึ่งตำรวจถูกทำร้าย ถูกยิง ถูกยิงด้วยลูกเหล็ก และขว้างปาสิ่งของ ซึ่งตำรวจพยายามทำละมุนละม่อมที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าการจับกุมนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ เพราะเกรงว่าจะไปร่วมชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าเวลาจับกุมเป็นช่วงที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ในห้าง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจจับกุมในลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้า และมีข้อบ่งชี้ว่าเขาจะไปร่วมชุมนุม เพราะหากไม่ชุมนุม จะพกของกลางดังกล่าวมาด้วยหรือไม่ หรือพกมากินข้าว

ส่วนกรณีไม่มีหมายจับนั้นสามารถทำได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า และอีกข้อสังเกตหลังการชุมนุม มีผู้มาแสดงตนว่าเป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกช่วยเหลือออกจากรถควบคุม 27 คน แต่ตำรวจไม่สามารถแจ้งข้อหากล่าวได้ เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ใจว่าใช่บุคคลที่หลุดจากรถควบคุมจริงหรือไม่

ทั้งนี้เบื้องต้นตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 18 ราย ยังไม่มีใครได้รับการปล่อยตัว เตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลอาญา วันที่ 8 มี.ค. และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากไปถึงใครก็ต้องดำเนินคดี ไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องจับกี่คน แต่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ย้ำว่าความรุนแรงหรือไม่รุนแรงอยู่ที่ผู้ชุมนุม ไม่ใช่ตำรวจ อย่างเหตุการณ์เมื่อวานหากไม่มีการชิงตัวผู้ต้องหาให้พ้นการจับกุม ก็จะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีผู้ชุมนุมนำแผ่นป้ายข้อความไปติดตั้งบนรั้วศาลอาญา ทางศาลได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นเขตอำนาจศาล หลังจากนี้ตำรวจต้องประสานกับศาลอย่างใกล้ชิดว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งการกระทำดังกล่าว มีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมด

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การชุมนุม