เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ประยุทธ์” สั่งขึ้นบัญชีดำโกง “คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน-เราชนะ-ม33”

09 มี.ค. 2564 | 17:43น.

ประยุทธ์ สั่งขึ้นบัญชีดำ บริษัทห้างร้าน นิติบุคคล โกงโครงการเยียวยาเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้ง “คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน-เราชนะ” รวมถึงม33 เรารักกัน ห้ามทำธุรกรรมกับภาครัฐ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับทราบ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบการแต่งตั้ง 6 คณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในภาครัฐ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อจัดทำแนวทาง มาตรการ เสริมสร้าง และประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ในการป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งส่งเสริมและขับเคลื่อนธรรมาภิบาลทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

2.คณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนระดับต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (CPI)

3.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ บูรณาการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมให้ประชาชนโดยเร็ว เช่น ติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) คดีการเรียกรับเงินกรณีการทำบัตรประจำตัวของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรหมายเลข 0)

4.คณะอนุกรรมการเสริมสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมผลิตเนื้อหาและปรับปรุงสื่อประชาสัมพันธ์เดิมเพื่อเสริมสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและอันตรายของการทุจริต ปลูกฝังค่านิยมสุจริต สร้างบุคคลต้นแบบ ส่งเสริมและเสริมสร้างให้ภาคส่วนต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการป้องกันเฝ้าระวังการทุจริตและร่วมสร้างกลไกป้องกันการทุจริต

5.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.)ส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติราชการของ ศปท. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

6.คณะอนุกรรมการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของรัฐวิสาหกิจ จะกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานเรื่องการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบเป็นการเฉพาะ โดยตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2563 – 18 มกราคม 2564 รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 297 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 110 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 187 เรื่อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบการกระทำความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่จำนวน 400 ราย ดำเนินการเสร็จแล้ว 300 ราย ที่เหลือ 100 รายอยู่ระหว่างดำเนินการ

นายอนุชากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังได้มีข้อสั่งการให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรมโดย ให้รัฐและเอกชนร่วมกันกำหนดบัญชีดำ(Black List) ให้ชัดเจน ห้ามทำธุรกรรมกับภาครัฐ สำหรับบริษัทห้างร้าน นิติบุคคล ที่มีสินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและสนับสนุนการทุจริตในภาครัฐ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เป็นผลงานให้สังคมทราบ

“ท่านนายกฯ สั่งการเพิ่มเติมว่า บริษัท ห้างร้าน ผู้ประกอบการใด ที่ดำเนินการในลักษณะไม่สุจริตกับโครงการเยียวยาหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการเราชนะ โครงการม.33เรารักกันในอนาคตให้ขึ้นบัญชีดำ (Black List) บริษัทห้างร้านผู้ประกอบการนั้น” นายอนุชากล่าว