“คมนาคม” เปิดเดินเรือท่องเที่ยวสายใหม่ “ชลบุรี-สงขลา” กลางปีนี้
“ศักดิ์สยาม” เช็กเส้นทางเดินเรือ “ชลบุรี-สงขลา-ประจวบฯ” เคาะเฟสแรก “ชลบุรี-สงขลา” เร่งทดสอบเดินเรือเสร็จใน มี.ค. นี้ ด้าน “เจ้าท่า” แย้มกลางปีได้ใช้ เผยเป็นเรือกึ่งสำราญรับคนได้ 500 คน เดินทางชิลล์ๆ 20 ชม. อนาคตเชื่อมโยงการขนส่ง EEC และภาคใต้
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายการเปิดให้บริการการขนส่งทางน้ำในเส้นทางระหว่างจ.ชลบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – สงขลา
เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ
เพื่อติดตามความคืบหน้าในการเตรียมการเปิดเส้นทางให้บริการการขนส่งทางน้ำ ระหว่างท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จ.ชลบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – สงขลา ซึ่งมีบริษัท ซี ฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ให้ความสนใจเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว
โดยใช้เรือ ดิ บลู ดอลฟิน ความยาว 136.6 เมตร ขนาด 7,003 ตันกรอส ความเร็ว 17 น๊อต (31.48 กม./ชม.) ซึ่งได้รับการตรวจรับรองความปลอดภัยจากกรมเจ้าท่าแล้วเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2564 และคนประจำเรือได้รับการฝึกอบรมตามข้อกำหนด มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน
เคาะเฟสแรก “ชลบุรี-สงขลา”
ในระยะแรกจะเดินเรือในเส้นทางระหว่างจ.ชลบุรี – สงขลา โดยออกเดินทางจากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบไปยังจ.สงขลา และจะขยายเส้นทางเชื่อมโยงเข้ากับจ.ประจวบคีรีขันธ์ในระยะต่อไป
ปัจจุบันเรือ ดิ บลู ดอลฟิน ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้ว และจะได้เคลื่อนย้ายเรือเพื่อไปทดลองการเดินเรือที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ คาดว่าจะทดสอบแล้วเสร็จในเดือนมี.ค. 2564
เพิ่มโจทย์ 3 ข้อ
ทั้งนี้ได้สั่งการ 1. ให้กรมเจ้าท่าเร่งรัดเตรียมการเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการการขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าวได้ตามแผนที่กำหนด โดยให้พิจารณาค่าระวางขนส่งทั้งในส่วนของรถบรรทุกและรถยนต์ส่วนบุคคลที่เหมาะสมและจูงใจให้มาใช้บริการ
2. ให้กรมเจ้าท่า กรมทางหลวงชนบท และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการให้บริการขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าว
โดยให้ประมาณการปริมาณการขนส่งและการเดินทางในเส้นทางจ.ชลบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – สงขลา เพื่อวางแผนการขนส่งเชื่อมโยงท่าเรือ และการบริหารจัดการพื้นที่หลังท่า ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว ไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมตามที่นโยบายกำหนด
3. ให้กรมเจ้าท่าจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ครบถ้วน เช่น อัตราค่าระวาง ระยะเวลาที่ใช้ การบริหารจัดการ และประโยชน์ที่ได้รับ รวมทั้งให้จัดทำข้อมูลสถิติเปรียบเทียบระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งและเดินทางทางน้ำและทางบกระหว่างจ.ชลบุรี – สงขลาทั้งในส่วนของรถบรรทุกและรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการขนส่งและบริษัทขนส่งในการพิจารณาคัดเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
“การคมนาคมขนส่งทางน้ำในเส้นทางนี้จะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EECเข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือSECช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุนและอุบัติเหตุจากการขนส่งทางบก และ
ลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งกรมเจ้าท่าจะได้ร่วมกับภาคเอกชนขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จและเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป”
เจ้าท่าเคาะกลางปีเปิดใช้
ด้านนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ตอนนี้วางกำหนดการเปิดใช้เรืออย่างเป็นทางการภายในกลางปี 2564 นี้ โดยเรือดังกล่าวสามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 500 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้องพัก โซนอาหารและเครื่องดื่ม เหมือนเรือท่องเที่ยวกึ่งเรือสำราญ การเดินทางจากท่าเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ไปยังท่าเรือจ.สงขลาจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 ชม.
ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เอกชนผู้รับผิดชอบดำเนินการทดสอบระบบเดินเรือต่างๆให้นิ่งที่สุด โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ภายในกลางปี 2564 นี้